กรมควบคุมโรค ตรวจความพร้อมการคัดกรอง “โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์” รับมือผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
- Health Topics ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 26 ธ.ค. 2025 6:14 pm
กรมควบคุมโรค ตรวจความพร้อมการคัดกรอง “โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์” รับมือผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
อธิบดีกรมควบคุมโรค ตรวจความพร้อมการคัดกรอง “โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์” รับมือผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
26 มกราคม 2569-นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ตรวจเยี่ยมด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อติดตามความพร้อมในการดำเนินมาตรการคัดกรอง และป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) ในผู้เดินทางที่มาจากรัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดของโรค เพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้าสู่ประเทศไทยและสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยทางสาธารณสุขแก่ประชาชน
กรมควบคุมโรคให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังโรคติดต่อที่มาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะไวรัสนิปาห์ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตราย จึงได้กำหนดมาตรการควบคุมโรคที่รัดกุม ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเดินทาง ระหว่างการเดินทาง และเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้จริงในทุกขั้นตอน พร้อมย้ำว่า กรมควบคุมโรคจะติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมขอความร่วมมือจากสายการบิน ท่าอากาศยาน และประชาชนผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และสังเกตอาการสุขภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันป้องกันการแพร่กระจายของโรคในประเทศไทย
ด้าน นพ.โรม บัวทอง ผอ.กองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคได้กำหนดมาตราการสำหรับสายการบินและท่าอากาศยานที่ให้บริการเที่ยวบินจากพื้นที่ระบาด แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่
มาตรการก่อนและระหว่างการเดินทาง
ให้ลูกเรือและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ สวมอุปกรณ์ป้องกันโรค
ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค
หากพบผู้โดยสารจากพื้นที่เสี่ยงมีไข้สูงหรืออาการทางเดินหายใจ ระหว่างการเช็กอินหรือขึ้นเครื่อง ต้องให้ผู้โดยสารแสดงใบรับรองแพทย์สำหรับการเดินทาง (fit to fly certificate)
ระหว่างการเดินทาง หากพบผู้โดยสารมีอาการป่วย ให้ผู้โดยสารนั่งอยู่ในที่นั่งตัวเอง ไม่เปลี่ยนที่นั่ง และแจ้งหอบังคับ
การบินทันที เพื่อประสานด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศปลายทาง
ให้สายการบินแจกแบบฟอร์ม ต.8 (Health Declaration) แก่ผู้โดยสารทุกคนจากพื้นที่ที่มีการระบาด และกรอกข้อมูล
ให้แล้วเสร็จก่อนเครื่องลงประเทศไทย
มาตรการเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย
ผู้โดยสารต้องยื่นแบบฟอร์ม ต.8 (Health Declaration) ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ก่อนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง
ตรวจสุขาภิบาลอากาศยานทุกเที่ยวบินจากพื้นที่ที่มีการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ และกรณีพบผู้ป่วยสงสัย ต้องทำการฆ่าเชื้อเครื่องบินก่อนทำการบินต่อ
กำหนดหลุมจอดเฉพาะสำหรับเครื่องบินที่มาจากพื้นที่โรคระบาดของเชื้อไวรัสนิปาห์ พร้อมจัดพื้นที่คัดกรอง ห้องแยกโรค เส้นทางส่งต่อผู้ป่วย และการจัดการสัมภาระ
สายการบินต้องส่งข้อมูล Passenger Manifest และ General Declaration Form ให้กับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ
มาตรการกรณีการส่งต่อผู้ป่วยข้ามประเทศ
ผู้ป่วยโรคใด ๆ ที่ส่งต่อข้ามประเทศจากอินเดียและบังกลาเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ และมีความประสงค์จะเข้ามารักษาในไทย ต้องตรวจหาเชื้อไวรัสนิปาห์ด้วยวิธีตรวจหา
สารพันธุกรรม (PCR) จากโรงพยาบาลต้นทางก่อนเข้าประเทศทุกครั้ง และให้โรงพยาบาลที่รับผู้ป่วยประสานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
26 มกราคม 2569-นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ตรวจเยี่ยมด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อติดตามความพร้อมในการดำเนินมาตรการคัดกรอง และป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) ในผู้เดินทางที่มาจากรัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดของโรค เพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้าสู่ประเทศไทยและสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยทางสาธารณสุขแก่ประชาชน

ด้าน นพ.โรม บัวทอง ผอ.กองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคได้กำหนดมาตราการสำหรับสายการบินและท่าอากาศยานที่ให้บริการเที่ยวบินจากพื้นที่ระบาด แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่
มาตรการก่อนและระหว่างการเดินทาง
ให้ลูกเรือและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ สวมอุปกรณ์ป้องกันโรค
ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค
หากพบผู้โดยสารจากพื้นที่เสี่ยงมีไข้สูงหรืออาการทางเดินหายใจ ระหว่างการเช็กอินหรือขึ้นเครื่อง ต้องให้ผู้โดยสารแสดงใบรับรองแพทย์สำหรับการเดินทาง (fit to fly certificate)
ระหว่างการเดินทาง หากพบผู้โดยสารมีอาการป่วย ให้ผู้โดยสารนั่งอยู่ในที่นั่งตัวเอง ไม่เปลี่ยนที่นั่ง และแจ้งหอบังคับ
การบินทันที เพื่อประสานด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศปลายทาง
ให้สายการบินแจกแบบฟอร์ม ต.8 (Health Declaration) แก่ผู้โดยสารทุกคนจากพื้นที่ที่มีการระบาด และกรอกข้อมูล
ให้แล้วเสร็จก่อนเครื่องลงประเทศไทย

ผู้โดยสารต้องยื่นแบบฟอร์ม ต.8 (Health Declaration) ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ก่อนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง
ตรวจสุขาภิบาลอากาศยานทุกเที่ยวบินจากพื้นที่ที่มีการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ และกรณีพบผู้ป่วยสงสัย ต้องทำการฆ่าเชื้อเครื่องบินก่อนทำการบินต่อ
กำหนดหลุมจอดเฉพาะสำหรับเครื่องบินที่มาจากพื้นที่โรคระบาดของเชื้อไวรัสนิปาห์ พร้อมจัดพื้นที่คัดกรอง ห้องแยกโรค เส้นทางส่งต่อผู้ป่วย และการจัดการสัมภาระ
สายการบินต้องส่งข้อมูล Passenger Manifest และ General Declaration Form ให้กับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ
มาตรการกรณีการส่งต่อผู้ป่วยข้ามประเทศ
ผู้ป่วยโรคใด ๆ ที่ส่งต่อข้ามประเทศจากอินเดียและบังกลาเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ และมีความประสงค์จะเข้ามารักษาในไทย ต้องตรวจหาเชื้อไวรัสนิปาห์ด้วยวิธีตรวจหา
สารพันธุกรรม (PCR) จากโรงพยาบาลต้นทางก่อนเข้าประเทศทุกครั้ง และให้โรงพยาบาลที่รับผู้ป่วยประสานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
กรมควบคุมโรค ตรวจความพร้อมการคัดกรอง “โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์” รับมือผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
- ราชวิถี ก้าวสู่การรักษา OSA ด้วยการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 12 สำเร็จรายแรกของโรงพยาบาลราชวิถี (84 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู 4 แนวทางแพทย์แผนจีน ผสานแผนปัจจุบันสู้ภัยอัลไซเมอร์ผู้สูงอายุ รับวันอัลไซเมอร์โลก (88 views)
- สธ. เปิดใช้ระบบ “PHR Emergency” รับสถานการณ์น้ำท่วม ใน 22 จังหวัด และพื้นที่เกี่ยวข้อง เชื่อมประวัติสุขภาพ (78 views)
- รพ.เลิดสิน กรมการแพทย์เปิดบริการด้านเวชศาสตร์การกีฬา พร้อมชูศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา (145 views)
- นวัตกรรมเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ เพื่อการผลิตกายอุปกรณ์เสริมเฉพาะรายบุคคล ในผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางการเคลื่อนไหว (121 views)
- ปลัด สธ. หารือร่วม 6 ราชวิทยาลัยฯ ปรับหลักสูตรแพทย์ประจำบ้าน เน้นตอบโจทย์หน้างานจริง (123 views)
- อย. ยัน น้ำดื่มขวด PET ปลอดภัย ไร้สารก่อมะเร็ง BPA เป็นส่วนผสม (117 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู "ตรีผลา" สุดยอดสมุนไพรปรับธาตุ งานวิจัยระดับสากลยืนยันช่วยคุมน้ำหนัก ลดน้ำตาลในเลือด (118 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
