โรคลิ่มเลือดอุดตันที่หลอดเลือดปอด (Pulmonary embolism) แพทย์แนะควรสังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่าง
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
โรคลิ่มเลือดอุดตันที่หลอดเลือดปอด (Pulmonary embolism) แพทย์แนะควรสังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่าง
กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอก เตือนโรคลิ่มเลือดอุดตันที่หลอดเลือดปอด (Pulmonary embolism) แนะควรสังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หากพบอาการขาบวมข้างใดข้างหนึ่ง ร่วมกับเจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบมากกว่าปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาต่อไป
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ลิ่มเลือดอุดตันที่หลอดเลือดปอด มีสาเหตุเกิดจากลิ่มเลือดที่เกิดจากการอุดตันหลอดเลือดดำที่ขาหลุดไปอุดตันเส้นเลือดแดงที่ปอด เนื่องจากเลือดดำบริเวณขาซึ่งเป็นหลอดเลือดส่งเลือดกลับเข้าสู่หัวใจข้างขวาและกลับไปฟอกที่ปอด เมื่อเกิดการอุดตัน ส่งผลให้ความสามารถในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ลดลง ทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกหรือเหนื่อยหอบจากระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ ปัจจัยที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดบริเวณขา คือ ร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหว หรือ หลอดเลือดดำได้รับบาดเจ็บหรือมีการอักเสบ และภาวะผิดปกติที่ทำให้เลือดแข็งตัวง่ายกว่าปกติ หรือเกิดจากการไหลเวียนของเลือดลดลง เช่น การนั่งเครื่องบินเป็นเวลานาน หรือได้รับการผ่าตัดทำให้ต้องนอนนิ่งเป็นเวลานาน การป่วยเป็นมะเร็งบางชนิด การใช้ยาบางประเภทเป็นระยะเวลานานต่อเนื่อง เช่น ยาฮอร์โมนคุมกำเนิด การใช้ฮอร์โมนทดแทนในการรักษาอาการหมดประจำเดือนในวัยทอง หรือโรคทางพันธุกรรม เป็นต้น
นพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการของโรคในผู้ป่วยมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของลิ่มเลือดที่อุดตัน หากลิ่มเลือดมีขนาดเล็ก ผู้ป่วยอาจจะไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยทำให้การวินิจฉัยทำได้ยาก แต่เมื่อมีการอุดตันหลอดเลือดที่ปอดมากขึ้นผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก และอาจมีไอเป็นเลือดจากการที่เนื้อปอดขาดเลือด และหากลิ่มเลือดมีขนาดใหญ่ ผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยหอบมาก อาจมีอาการหน้ามืด ความดันต่ำ หรือหมดสติได้ อาการที่พบร่วมด้วย คือ อาการขาบวมข้างใดข้างหนึ่ง โดยผู้ป่วยอาจจะมีอาการขาบวมเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนมีอาการของลิ่มเลือดอุดตันที่ปอด
สำหรับแนวทางการรักษาแพทย์จะพิจารณาจากความรุนแรงของอาการและอาการแสดง พร้อมทั้งหาสาเหตุของการเกิดลิ่มเลือด ซึ่งในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมีสัญญาณชีพไม่คงที่ เช่น มีระดับความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดต่ำ ความดันต่ำ หรือหมดสติ ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการทำหัตถการสวนหัวใจเพื่อดูดลิ่มเลือดที่อุดตันที่หลอดเลือดปอด หรือให้ยาละลายลิ่มเลือดอย่างทันท่วงที เพื่อลดขนาดของลิ่มเลือด และเพื่อเปิดหลอดเลือดไปเลี้ยงปอด หากมีสัญญาณชีพคงที่แพทย์จะใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดในการรักษา โดยวิธีการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดฉีดเข้าเลือดดำหรือใต้ผิวหนัง หรือให้ยารับประทานทานแล้วแต่กรณี
การป้องกันที่สำคัญ คือการลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดลิ่มเลือด ควรมีการขยับร่างกายเปลี่ยนอิริยาบทบ่อยๆ ในกรณีที่ต้องนั่งนิ่งๆเป็นเวลานาน เช่นการนั่งเครื่องบินโดยสารที่ใช้ระยะเวลานาน ดื่มน้ำให้เพียงพอไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ หลีกเลี่ยงการใช้ยาฮอร์โมนคุมกำเนิดเป็นระยะเวลานานในผู้หญิงอายุน้อย หมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายตนเอง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคได้ เช่น หากมีลักษณะอาการขาบวมข้างใดข้างหนึ่งอาจจะเป็นอาการแสดงของลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดดำที่ขา ห้ามบีบนวดเนื่องจากจะทำให้ลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันหลอดเลือดที่ปอดได้มากขึ้น ถ้าเหนื่อยหอบกะทันหันมากผิดปกติ และมีอาการเจ็บหน้าอกร่วมด้วย ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสมและทันเวลา
#โรคลิ่มเลือดอุดตันที่หลอดเลือดปอด #PulmonaryEmbolism

นพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการของโรคในผู้ป่วยมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของลิ่มเลือดที่อุดตัน หากลิ่มเลือดมีขนาดเล็ก ผู้ป่วยอาจจะไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยทำให้การวินิจฉัยทำได้ยาก แต่เมื่อมีการอุดตันหลอดเลือดที่ปอดมากขึ้นผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก และอาจมีไอเป็นเลือดจากการที่เนื้อปอดขาดเลือด และหากลิ่มเลือดมีขนาดใหญ่ ผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยหอบมาก อาจมีอาการหน้ามืด ความดันต่ำ หรือหมดสติได้ อาการที่พบร่วมด้วย คือ อาการขาบวมข้างใดข้างหนึ่ง โดยผู้ป่วยอาจจะมีอาการขาบวมเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนมีอาการของลิ่มเลือดอุดตันที่ปอด
สำหรับแนวทางการรักษาแพทย์จะพิจารณาจากความรุนแรงของอาการและอาการแสดง พร้อมทั้งหาสาเหตุของการเกิดลิ่มเลือด ซึ่งในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมีสัญญาณชีพไม่คงที่ เช่น มีระดับความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดต่ำ ความดันต่ำ หรือหมดสติ ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการทำหัตถการสวนหัวใจเพื่อดูดลิ่มเลือดที่อุดตันที่หลอดเลือดปอด หรือให้ยาละลายลิ่มเลือดอย่างทันท่วงที เพื่อลดขนาดของลิ่มเลือด และเพื่อเปิดหลอดเลือดไปเลี้ยงปอด หากมีสัญญาณชีพคงที่แพทย์จะใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดในการรักษา โดยวิธีการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดฉีดเข้าเลือดดำหรือใต้ผิวหนัง หรือให้ยารับประทานทานแล้วแต่กรณี
การป้องกันที่สำคัญ คือการลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดลิ่มเลือด ควรมีการขยับร่างกายเปลี่ยนอิริยาบทบ่อยๆ ในกรณีที่ต้องนั่งนิ่งๆเป็นเวลานาน เช่นการนั่งเครื่องบินโดยสารที่ใช้ระยะเวลานาน ดื่มน้ำให้เพียงพอไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ หลีกเลี่ยงการใช้ยาฮอร์โมนคุมกำเนิดเป็นระยะเวลานานในผู้หญิงอายุน้อย หมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายตนเอง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคได้ เช่น หากมีลักษณะอาการขาบวมข้างใดข้างหนึ่งอาจจะเป็นอาการแสดงของลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดดำที่ขา ห้ามบีบนวดเนื่องจากจะทำให้ลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันหลอดเลือดที่ปอดได้มากขึ้น ถ้าเหนื่อยหอบกะทันหันมากผิดปกติ และมีอาการเจ็บหน้าอกร่วมด้วย ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสมและทันเวลา
#โรคลิ่มเลือดอุดตันที่หลอดเลือดปอด #PulmonaryEmbolism
โรคลิ่มเลือดอุดตันที่หลอดเลือดปอด (Pulmonary embolism) แพทย์แนะควรสังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่าง
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (12 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (62 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (73 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (67 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (100 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (89 views)
- วัณโรค และวัณโรคดื้อยา: รู้เร็ว รักษาได้ หยุดการแพร่เชื้อ เพื่อสุขภาพดีของทุกคน (122 views)
- เตือน “SFTS” โรคไข้สูงเกล็ดเลือดต่ำจากเห็บ รู้ทันก่อนรุนแรงถึงชีวิต ย้ำคนเลี้ยงสัตว์–ผู้สัมผัสเห็บอย่าชะล่าใจ (98 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน
