รู้จักโรคด่างขาว การลดลงของเซลล์ผลิตเม็ดสีที่ผิวหนัง เกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกาย วิธีการรักษา
- สุขภาพดี.com ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 11 เม.ย. 2016 2:16 pm
รู้จักโรคด่างขาว การลดลงของเซลล์ผลิตเม็ดสีที่ผิวหนัง เกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกาย วิธีการรักษา
สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์กล่าว โรคด่างขาวเกิดได้จากหลายสาเหตุซึ่งสาเหตุหลักนั้นเกิดจาก การลดลงของเซลล์ผลิตเม็ดสีที่ผิวหนัง รอยโรคของด่างขาวสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกาย การรักษานั้นสามารถทำได้โดยการใช้ยา มีทั้งยารับประทาน และยาทา ร่วมกับการรักษาด้วยวิธีอื่นซึ่งจะขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้รักษาพิจารณา และความรุนแรงของโรค
นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า รอยโรคของด่างขาว ส่วนใหญ่จะเป็นผื่นสีขาวน้ำนม ขอบเขตชัด อาจจะมีอาการคันร่วมด้วยได้รูปร่างและขนาดของผื่น ร่วมทั้งบริเวณที่เป็นจะแตกต่างกันไปในแต่ละราย โดยรอยโรคที่ดื้อต่อการรักษาคือบริเวณปลายมือปลายเท้า เข่า ข้อศอกและริมฝีปากอาจพบว่าเส้นขนหรือผมบริเวณผื่นมีสีขาวไปด้วยได้หากพบว่าผื่นขาวลุกลามเร็ว มีอาการคัน หรือมีจุดขาวเล็ก ๆ กระจายไว อาจบ่งบอกว่าโรคด่างขาวกำลังกำเริบ แนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจรักษา
พญ.กมลรัตณ์ สุนันทวนิช นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมว่ารอยด่างขาว มีสีเหมือนน้ำนม หรือเป็นจุดสีขาวคล้าย สีชอล์ก มีรูปร่างและขนาดต่าง ๆ กัน แต่ละคนเป็นมาก เป็นน้อยไม่เท่ากัน เกิดขึ้นได้ทุกแห่งบนผิวหนังทั่วร่างกาย รวมทั้งหน้า ริมฝีปาก หนังตา อวัยวะเพศ และปลายมือ ปลายเท้า ถ้าเกิดบริเวณที่มีผมหรือขน อาจทำให้ผมหรือขนบริเวณนั้นมีสีขาวไปด้วย โรคอาจลุกลามขยายขนาด กว้างขึ้นหรือมีวงใหม่เกิดขึ้นบริเวณใกล้เคียง หรือที่ใดก็ได้ ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคด่างขาวนั้นเกิดได้จาก ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ ร่วมกับการอักเสบที่ทำให้เซลล์ผลิตเม็ดสีที่ผิวหนังมีจำนวนลดลง อาจพบโรคร่วมบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ ภาวะซีด โรคแพ้ภูมิตัวเองบางชนิด หรือพบร่วมกับโรคผิวหนังบางอย่างได้
การรักษาโรคด่างขาวมีดังนี้
1.ยาทาส่วนใหญ่จะเป็นยาลดการอักเสบ ทั้งยาทาที่เป็นสเตียรอยด์และกลุ่มที่ไม่ใช้สเตียรอยด์ มักใช้ในกรณีที่ผื่นขาวมีผื่นที่ไม่มากเนื่องจากหากใช้ทาบริเวณกว้างอาจจะทำให้เกิดผลข้างเขียงได้
2.ยาลดการอักเสบแบบรับประทาน จะใช้ในกรณีที่รอยโรคลุกลามไว หรือมีการอักเสบมาก ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ และไม่ใช้การรักษาด้วยวิธีนี้เป็นวิธีเดียวหรือเป็นเวลานานติดต่อกัน
3. การฉายแสงอาทิตย์เทียม ในกรณีที่ผู้ป่วยมีรอยโรคเป็นบริเวณกว้าง และสามารถมาทำการฉายแสงได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 4-6 เดือน
4. การผ่าตัดปลูกถ่ายเม็ดสี จะทำในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล และแพทย์ประเมินความเหมาะสมก่อนทำการผ่าตัดแล้ว
ผู้ป่วยที่มีรอยโรคด่างขาวทุกคน ควรป้องกันแสงแดดด้วยยาทากันแดดและใช้อุปกรณ์ป้องกันแดด เช่น หมวกหรือร่ม และควรหลีกเลี่ยงการเสียดสีเรื้อรังเนื่องจากอาจจะกระตุ้นให้รอยโรคด่างขาวบริเวณนั้นขยายได้ มีทั้งยาทาเฉพาะที่ ยารับประทานร่วมกับการฉาย แสงอัลตราไวโอเลต เอ, การฉายแสงอัลตราไวโอเลตบีและการปลูกถ่ายผิวหนัง ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง

พญ.กมลรัตณ์ สุนันทวนิช นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมว่ารอยด่างขาว มีสีเหมือนน้ำนม หรือเป็นจุดสีขาวคล้าย สีชอล์ก มีรูปร่างและขนาดต่าง ๆ กัน แต่ละคนเป็นมาก เป็นน้อยไม่เท่ากัน เกิดขึ้นได้ทุกแห่งบนผิวหนังทั่วร่างกาย รวมทั้งหน้า ริมฝีปาก หนังตา อวัยวะเพศ และปลายมือ ปลายเท้า ถ้าเกิดบริเวณที่มีผมหรือขน อาจทำให้ผมหรือขนบริเวณนั้นมีสีขาวไปด้วย โรคอาจลุกลามขยายขนาด กว้างขึ้นหรือมีวงใหม่เกิดขึ้นบริเวณใกล้เคียง หรือที่ใดก็ได้ ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคด่างขาวนั้นเกิดได้จาก ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ ร่วมกับการอักเสบที่ทำให้เซลล์ผลิตเม็ดสีที่ผิวหนังมีจำนวนลดลง อาจพบโรคร่วมบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ ภาวะซีด โรคแพ้ภูมิตัวเองบางชนิด หรือพบร่วมกับโรคผิวหนังบางอย่างได้
การรักษาโรคด่างขาวมีดังนี้
1.ยาทาส่วนใหญ่จะเป็นยาลดการอักเสบ ทั้งยาทาที่เป็นสเตียรอยด์และกลุ่มที่ไม่ใช้สเตียรอยด์ มักใช้ในกรณีที่ผื่นขาวมีผื่นที่ไม่มากเนื่องจากหากใช้ทาบริเวณกว้างอาจจะทำให้เกิดผลข้างเขียงได้
2.ยาลดการอักเสบแบบรับประทาน จะใช้ในกรณีที่รอยโรคลุกลามไว หรือมีการอักเสบมาก ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ และไม่ใช้การรักษาด้วยวิธีนี้เป็นวิธีเดียวหรือเป็นเวลานานติดต่อกัน
3. การฉายแสงอาทิตย์เทียม ในกรณีที่ผู้ป่วยมีรอยโรคเป็นบริเวณกว้าง และสามารถมาทำการฉายแสงได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 4-6 เดือน
4. การผ่าตัดปลูกถ่ายเม็ดสี จะทำในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล และแพทย์ประเมินความเหมาะสมก่อนทำการผ่าตัดแล้ว
ผู้ป่วยที่มีรอยโรคด่างขาวทุกคน ควรป้องกันแสงแดดด้วยยาทากันแดดและใช้อุปกรณ์ป้องกันแดด เช่น หมวกหรือร่ม และควรหลีกเลี่ยงการเสียดสีเรื้อรังเนื่องจากอาจจะกระตุ้นให้รอยโรคด่างขาวบริเวณนั้นขยายได้ มีทั้งยาทาเฉพาะที่ ยารับประทานร่วมกับการฉาย แสงอัลตราไวโอเลต เอ, การฉายแสงอัลตราไวโอเลตบีและการปลูกถ่ายผิวหนัง ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง
รู้จักโรคด่างขาว การลดลงของเซลล์ผลิตเม็ดสีที่ผิวหนัง เกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกาย วิธีการรักษา
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (13 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (63 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (75 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (69 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (102 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (92 views)
- วัณโรค และวัณโรคดื้อยา: รู้เร็ว รักษาได้ หยุดการแพร่เชื้อ เพื่อสุขภาพดีของทุกคน (122 views)
- เตือน “SFTS” โรคไข้สูงเกล็ดเลือดต่ำจากเห็บ รู้ทันก่อนรุนแรงถึงชีวิต ย้ำคนเลี้ยงสัตว์–ผู้สัมผัสเห็บอย่าชะล่าใจ (98 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 17 ท่าน
