กรมการแพทย์แนะ โรคลมชัก ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด ไม่ทั้งหมดชักหยุดเอง
- สุขภาพดีดอทคอม ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 29 พ.ย. 2020 8:54 pm
กรมการแพทย์แนะ โรคลมชัก ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด ไม่ทั้งหมดชักหยุดเอง
กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา เผยการปฐมพยาบาลผู้ป่วยโรคลมชักแบบผิดวิธีอาจทำให้อาการแย่ลงหรือ ทำให้ผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากอันตรายในขณะชักได้
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า สาเหตุโรคลมชักเป็นโรคทางสมองที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ และมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกปี สาเหตุเกิดจากความผิดปกติของสมองตั้งแต่โดยกำเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลัง มีผลให้ส่งกระแสไฟฟ้าผิดปกติ แล้วแสดงออกเป็นอาการชัก ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ เนื่องจากสร้างผลกระทบต่อผู้ป่วยและครอบครัว ทั้งปัญหาสุขภาพในฐานะของโรคและความเจ็บป่วย ยากลำบากต่อการเข้ารับการศึกษา การประกอบอาชีพ การวางแผนครอบครัว ตลอดจนคุณภาพชีวิต ซึ่งกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ อาการแสดงของโรคลมชักมีความหลากหลาย เช่น ชักเกร็ง กระตุก ชักแบบเหม่อนิ่ง เคี้ยวปาก หรือบางครั้ง เคลื่อนไหวแขนขาไปมาในท่าเดิมซ้ำๆ อาการชักเกิดขึ้นและหายเองในระยะเวลาอันสั้น โดยส่วนมากประมาณไม่เกิน 2 นาที บางครั้งสังเกตได้ยากทำให้ผู้ป่วยส่วนหนึ่งไม่รู้ตัว หรือบางครั้งมีอาการชักแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมที่แปลก ทำให้ถูกมองว่าป่วยด้วยโรคทางจิตเวช หรือมองเป็นเรื่องไสยศาสตร์ ผีเข้า เป็นเหตุให้ไม่ได้รับการรักษาตามมาตรฐาน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วโรคนี้สามารถรักษาหายได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยปราศจากอาการชัก ในกรณีผู้ป่วยที่ ไม่สามารถควบคุมอาการได้ด้วยยากันชัก ปัจจุบันก็ยังสามารถให้การรักษาด้วยการผ่าตัดสมอง ซึ่งจะมีขั้นตอนการประเมินผ่าตัดในผู้ป่วยแต่ละรายไป โดยสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่สามารถให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคลมชักแบบครบวงจรมีเครื่องมือที่ทันสมัยและมีความพร้อมในการประเมินการผ่าตัด และรับส่งต่อผู้ป่วยจากทั่วประเทศ
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผอ.สถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยที่มีอาการชัก บางครั้งมีอาการเกร็งกระตุกรุนแรง บางครั้งหลังชักมีอาการสับสนวุ่นวาย การช่วยเหลือระหว่างที่ชักและหลังชักแล้ว จึงควรช่วยเหลือดูแลเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก เนื่องจากขณะมีอาการชัก ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกตัว และไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ผู้ดูแลจึงควรป้องกันอันตรายโดยรอบที่อาจเกิดขึ้น เช่น อย่าให้ตกน้ำ อย่าให้เดินไปเดินมาในพื้นที่อันตราย อย่าให้สัตว์ร้าย ทำอันตราย อย่าให้ประสบอุบัติเหตุ จนกว่าจะรู้ตัวรู้เรื่องเป็นปกติ เท่านี้คือการ ดูแลให้ปลอดภัย แต่หลาย ๆ เหตุการณ์ยังเป็นความเชื่อที่ผิด และอันตรายต่อสุภาพของผู้ป่วย เช่น กดท้องแรง ๆ การหาอะไรใส่ปาก การพยายามจับยึด การจับกดแขน กดขา การพยายามจะทำให้ผู้ป่วยอยู่นิ่ง ๆ อันนี้อันตราย ทั้งต่อตัวผู้ป่วยและผู้ช่วยเหลือได้ การดูแลที่ดี คือ ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด ถ้าหากผู้ป่วยชักนาน 5 นาทีขึ้นไป หรือได้รับบาดเจ็บขณะชัก ควรรีบนำส่งสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือโทรสายด่วนฉุกเฉิน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือที่เหมาะสม

นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผอ.สถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยที่มีอาการชัก บางครั้งมีอาการเกร็งกระตุกรุนแรง บางครั้งหลังชักมีอาการสับสนวุ่นวาย การช่วยเหลือระหว่างที่ชักและหลังชักแล้ว จึงควรช่วยเหลือดูแลเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก เนื่องจากขณะมีอาการชัก ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกตัว และไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ผู้ดูแลจึงควรป้องกันอันตรายโดยรอบที่อาจเกิดขึ้น เช่น อย่าให้ตกน้ำ อย่าให้เดินไปเดินมาในพื้นที่อันตราย อย่าให้สัตว์ร้าย ทำอันตราย อย่าให้ประสบอุบัติเหตุ จนกว่าจะรู้ตัวรู้เรื่องเป็นปกติ เท่านี้คือการ ดูแลให้ปลอดภัย แต่หลาย ๆ เหตุการณ์ยังเป็นความเชื่อที่ผิด และอันตรายต่อสุภาพของผู้ป่วย เช่น กดท้องแรง ๆ การหาอะไรใส่ปาก การพยายามจับยึด การจับกดแขน กดขา การพยายามจะทำให้ผู้ป่วยอยู่นิ่ง ๆ อันนี้อันตราย ทั้งต่อตัวผู้ป่วยและผู้ช่วยเหลือได้ การดูแลที่ดี คือ ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด ถ้าหากผู้ป่วยชักนาน 5 นาทีขึ้นไป หรือได้รับบาดเจ็บขณะชัก ควรรีบนำส่งสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือโทรสายด่วนฉุกเฉิน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือที่เหมาะสม
กรมการแพทย์แนะ โรคลมชัก ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด ไม่ทั้งหมดชักหยุดเอง
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (19 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (72 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (83 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (76 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (105 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (95 views)
- วัณโรค และวัณโรคดื้อยา: รู้เร็ว รักษาได้ หยุดการแพร่เชื้อ เพื่อสุขภาพดีของทุกคน (123 views)
- เตือน “SFTS” โรคไข้สูงเกล็ดเลือดต่ำจากเห็บ รู้ทันก่อนรุนแรงถึงชีวิต ย้ำคนเลี้ยงสัตว์–ผู้สัมผัสเห็บอย่าชะล่าใจ (98 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], Bing [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน
