กาแฟ-คาเฟอีนกับเบาหวาน
- Batman ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 18 มี.ค. 2011 9:20 am
กาแฟ-คาเฟอีนกับเบาหวาน
กาแฟ ถือว่าเป็นเครื่องดื่มอีกชนิดหนึ่งที่คนส่วนใหญ่นิยมดื่มเป็นประจำ
อาจเนื่องจากสารคาเฟอีนในกาแฟนั้นช่วยทำให้สมองตื่นตัวและลดอาหารง่วง เหงาหาวนอนในระหว่างทำงาน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ส่งผลให้เกิดงานวิจัยจำนวนมากที่พยายามศึกษาทั้งผลดีและผลเสียของการดื่ม กาแฟ หรือคาเฟอีน ที่มีต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ
โดยที่ผ่านมาเรามักจะเห็นงานวิจัยที่พยายามชี้ให้เห็นว่าการดื่มกาแฟนั้น ก็อาจให้ประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าเมื่อดื่มกาแฟในช่วงเช้า หรือถ้าจิบกาแฟในช่วงออกกำลังกายอาจทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น แต่จากงานวิจัยล่าสุดกลับพบว่า คาเฟอีนในกาแฟ หรือเครื่องดื่มต่างๆนั้น อาจทำให้การควบคุมน้ำตาลในเลือดในช่วงหลังรับประทานอาหารของผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่2 และดื่มกาแฟเป็นประจำ 14 คน แล้วให้กินคาเฟอีนหลังจากทานอาหารมื้อเช้าแล้ว กลับทำให้ทั้งระดับน้ำตาล และฮอร์โมนอินซูลินในเลือดเพิ่มขึ้นสูงมากเมื่อเทียบกับอาสาสมัครที่ไม่ได้ กินคาเฟอีน
โดยระดับน้ำตาลในเลือดจะเพิ่ม ขึ้น 21% ส่วนฮอร์โมนอินซูลินเพิ่มขึ้น 48% ขณะที่การกินคาเฟอีนในช่วงเช้าหลังจากอดอาหารมาตลอดคืน กลับมีผลเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาล และฮอร์โมนอินซูลินในเลือดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ปกติแล้วในผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงดี ร่างกายจะเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออก มาหลังจากรับประทานอาหาร เพื่อควบคุมไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป โดยการนำน้ำตาลที่อยู่ในเลือดไปใช้ หรือเก็บเข้าสู่เซลล์ แต่ในผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 หรือ ชนิดดื้ออินซูลิน นั้นมักมีปัญหาในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
เนื่องจากฮอร์โมนอินซูลินที่หลั่งออกมานั้นไม่ว่าจะมี จำนวนมากน้อยเพียงไรก็ไม่สามารถออกฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมี ประสิทธิภาพ น้ำตาลในเลือดจึงเพิ่มสูง และก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆได้ และยิ่งถ้าดื่มพวกเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนผสมอยู่ด้วยหลังอาหาร อาจยิ่งไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในค่าปกติได้ น้ำตาลในเลือดยิ่งเพิ่มสูงขึ้น และก่อให้เกิดความเสียหายของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายได้ง่าย
ถึงแม้ว่าการวิจัยชิ้นนี้จะพยายามเตือนถึงอันตรายของคาเฟอีนที่มีอยู่ในเครื่องดื่มพวกกาแฟ และชา ที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพในผู้ที่เป็นเบาหวาน ชนิดที่ 2 แต่ยังมีงานวิจัยก่อนหน้านี้อีกจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับคาเฟอีนและกาแฟที่มีผลต่อการเกิดโรคเบาหวาน โดยให้ผลที่แตกต่างกันไป
บางงานวิจัยก็กล่าวว่า คาเฟอีนนั้นอาจจะทำให้ร่างกายลดการตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลิน หรือ ดื้อต่ออินซูลิน จึงอาจเพิ่มโอกาสเกิดโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 หรืออาจทำให้ผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่แล้วมีอาการแย่ลงก็ได้ ขณะที่บางงานวิจัยกลับพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำนั้น อาจช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 ได้เช่นกัน
โดยนักวิจัยกลุ่มนี้เชื่อว่า สารอื่นในกาแฟ ไม่ว่าจะเป็น Chlorogenic acid และ แมกนีเซียม น่าจะเป็นตัวการสำคัญที่ป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 ได้ จึงเป็นไปได้ว่า สารคาเฟอีนในกาแฟหรือเครื่องดื่มต่างๆนั้น อาจเป็นตัวการที่รบกวนกระบวนการควบคุมระดับน้ำตามในเลือด
ปัจจุบันเราจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าที่จริงแล้วการดื่มกาแฟนั้นให้ผลดีหรือผลเสียต่อมลภาวะเบาหวานมากกว่ากัน
อาจเนื่องจากสารคาเฟอีนในกาแฟนั้นช่วยทำให้สมองตื่นตัวและลดอาหารง่วง เหงาหาวนอนในระหว่างทำงาน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ส่งผลให้เกิดงานวิจัยจำนวนมากที่พยายามศึกษาทั้งผลดีและผลเสียของการดื่ม กาแฟ หรือคาเฟอีน ที่มีต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ
โดยที่ผ่านมาเรามักจะเห็นงานวิจัยที่พยายามชี้ให้เห็นว่าการดื่มกาแฟนั้น ก็อาจให้ประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าเมื่อดื่มกาแฟในช่วงเช้า หรือถ้าจิบกาแฟในช่วงออกกำลังกายอาจทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น แต่จากงานวิจัยล่าสุดกลับพบว่า คาเฟอีนในกาแฟ หรือเครื่องดื่มต่างๆนั้น อาจทำให้การควบคุมน้ำตาลในเลือดในช่วงหลังรับประทานอาหารของผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่2 และดื่มกาแฟเป็นประจำ 14 คน แล้วให้กินคาเฟอีนหลังจากทานอาหารมื้อเช้าแล้ว กลับทำให้ทั้งระดับน้ำตาล และฮอร์โมนอินซูลินในเลือดเพิ่มขึ้นสูงมากเมื่อเทียบกับอาสาสมัครที่ไม่ได้ กินคาเฟอีน
โดยระดับน้ำตาลในเลือดจะเพิ่ม ขึ้น 21% ส่วนฮอร์โมนอินซูลินเพิ่มขึ้น 48% ขณะที่การกินคาเฟอีนในช่วงเช้าหลังจากอดอาหารมาตลอดคืน กลับมีผลเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาล และฮอร์โมนอินซูลินในเลือดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ปกติแล้วในผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงดี ร่างกายจะเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออก มาหลังจากรับประทานอาหาร เพื่อควบคุมไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป โดยการนำน้ำตาลที่อยู่ในเลือดไปใช้ หรือเก็บเข้าสู่เซลล์ แต่ในผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 หรือ ชนิดดื้ออินซูลิน นั้นมักมีปัญหาในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
เนื่องจากฮอร์โมนอินซูลินที่หลั่งออกมานั้นไม่ว่าจะมี จำนวนมากน้อยเพียงไรก็ไม่สามารถออกฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมี ประสิทธิภาพ น้ำตาลในเลือดจึงเพิ่มสูง และก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆได้ และยิ่งถ้าดื่มพวกเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนผสมอยู่ด้วยหลังอาหาร อาจยิ่งไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในค่าปกติได้ น้ำตาลในเลือดยิ่งเพิ่มสูงขึ้น และก่อให้เกิดความเสียหายของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายได้ง่าย
ถึงแม้ว่าการวิจัยชิ้นนี้จะพยายามเตือนถึงอันตรายของคาเฟอีนที่มีอยู่ในเครื่องดื่มพวกกาแฟ และชา ที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพในผู้ที่เป็นเบาหวาน ชนิดที่ 2 แต่ยังมีงานวิจัยก่อนหน้านี้อีกจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับคาเฟอีนและกาแฟที่มีผลต่อการเกิดโรคเบาหวาน โดยให้ผลที่แตกต่างกันไป
บางงานวิจัยก็กล่าวว่า คาเฟอีนนั้นอาจจะทำให้ร่างกายลดการตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลิน หรือ ดื้อต่ออินซูลิน จึงอาจเพิ่มโอกาสเกิดโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 หรืออาจทำให้ผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่แล้วมีอาการแย่ลงก็ได้ ขณะที่บางงานวิจัยกลับพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำนั้น อาจช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 ได้เช่นกัน
โดยนักวิจัยกลุ่มนี้เชื่อว่า สารอื่นในกาแฟ ไม่ว่าจะเป็น Chlorogenic acid และ แมกนีเซียม น่าจะเป็นตัวการสำคัญที่ป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 ได้ จึงเป็นไปได้ว่า สารคาเฟอีนในกาแฟหรือเครื่องดื่มต่างๆนั้น อาจเป็นตัวการที่รบกวนกระบวนการควบคุมระดับน้ำตามในเลือด
ปัจจุบันเราจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าที่จริงแล้วการดื่มกาแฟนั้นให้ผลดีหรือผลเสียต่อมลภาวะเบาหวานมากกว่ากัน
- Batman ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 18 มี.ค. 2011 9:20 am
Re: กาแฟ-คาเฟอีนกับเบาหวาน
อย่างไรก็ตามการหลีก เลี่ยงหรือลดปริมาณของคาเฟอีน หรือกาแฟ อาจโดยการดื่มน้ำเปล่าแทนกาแฟ ร่วมกับการควบคุมอาหาร พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ น่าจะช่วยให้ผู้ที่เป็นเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และมีสุขภาพที่ดีได้ตามปกติเช่นกัน
ที่มา www.healthloving.com
ที่มา www.healthloving.com
กาแฟ-คาเฟอีนกับเบาหวาน
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (15 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (65 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (76 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (73 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (103 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (92 views)
- วัณโรค และวัณโรคดื้อยา: รู้เร็ว รักษาได้ หยุดการแพร่เชื้อ เพื่อสุขภาพดีของทุกคน (122 views)
- เตือน “SFTS” โรคไข้สูงเกล็ดเลือดต่ำจากเห็บ รู้ทันก่อนรุนแรงถึงชีวิต ย้ำคนเลี้ยงสัตว์–ผู้สัมผัสเห็บอย่าชะล่าใจ (98 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน
