มีฟันคุดอย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรผ่าตัดออก ป้องกันโรคในช่องปาก
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
มีฟันคุดอย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรผ่าตัดออก ป้องกันโรคในช่องปาก
กรมการแพทย์ โดยสถาบันทันตกรรม แนะหากมีฟันคุดควรผ่าตัดออก เพื่อป้องกันเหงือกอักเสบ ฟันผุ โรคปริทันต์อักเสบ และติดเชื้อภายในช่องปาก

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การผ่าตัดฟันคุดคือการผ่าตัดทางทันตกรรม เพื่อนำฟันที่ไม่สามารถขึ้นได้ตามปกติออก ซึ่งช่วงที่ฟันคุดกำลังจะขึ้นผู้ป่วยอาจจะมีอาการปวด และควรไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการเอ็กซเรย์และผ่าเอาฟันคุดออก ในกรณีที่ฟันคุดขึ้นมาได้เพียงบางส่วนและมีเหงือกปกคลุมอยู่มักจะมีเศษอาหารเข้าไปอยู่ใต้เหงือก เป็นสาเหตุของการอักเสบเป็นหนองติดเชื้อ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดมากขึ้น และอ้าปากได้น้อยลง การผ่าตัดฟันคุดออกในช่วงที่อายุยังน้อยจะสามารถทำได้ง่ายกว่าและแผลจะหายเร็วกว่าการผ่าตัดในตอนอายุมาก กรณีปล่อยฟันคุดทิ้งไว้ อาจส่งผลให้ฟันข้างเคียงผุ หรือเป็นโรคเหงือก และปริทันต์อักเสบตามมาได้
ทพ.อำนาจ ลิขิตกุลธนพร ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ฟันคุดคือฟันที่ไม่สามารถขึ้นในช่องปากได้ตามปกติ โดยมักจะเกิดกับฟันกรามล่างซี่ที่สามซึ่งอยู่ด้านในสุด โดยฟันคุดจะขึ้นในช่วงอายุระหว่าง 18 - 25 ปี สาเหตุของฟันคุดอาจเกิดจากผู้ป่วยมีพื้นที่ความยาวของขากรรไกรไม่เพียงพอ ฟันมีขนาดใหญ่ ตำแหน่งหรือทิศทางการขึ้นของฟันผิดปกติ มีรอยโรคที่เป็นเนื้องอกหรือถุงน้ำ ทำให้ฟันไม่สามารถขึ้นได้ คนทั่วไปที่มีอายุในช่วงการขึ้นของฟัน แต่ไม่พบว่ามีฟันโผล่ขึ้นมาในช่องปาก ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการตรวจและเอ็กซเรย์ว่ามีฟันคุดอยู่หรือไม่เนื่องจากตำแหน่งของฟันคุดอยู่ด้านในสุด ซึ่งมักเป็นตำแหน่งที่ทำความสะอาดได้ยากและไม่ทั่วถึง จึงมักเกิดปัญหามีกลิ่นปาก ฟันผุ และโรคปริทันต์อักเสบของฟันคุดหรือฟันซี่ข้างเคียง การผ่าตัดฟันคุดส่วนใหญ่ไม่ได้มีความยุ่งยากซับซ้อนภายหลังผ่าตัดผู้ป่วยอาจมีอาการปวดบวมในช่วง 3-4 วันแรก หลังจากนั้นอาการก็จะค่อยๆดีขึ้น และหายเป็นปกติใน 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ โรคตับอักเสบ หรือเคยผ่านการฉายรังสีบริเวณใบหน้าและลำคอ ควรได้รับคำปรึกษาจากทันตแพทย์ก่อนผ่าตัดฟันคุด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น
ข่าว/ภาพ- #สถาบันทันตกรรม #กรมการแพทย์

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การผ่าตัดฟันคุดคือการผ่าตัดทางทันตกรรม เพื่อนำฟันที่ไม่สามารถขึ้นได้ตามปกติออก ซึ่งช่วงที่ฟันคุดกำลังจะขึ้นผู้ป่วยอาจจะมีอาการปวด และควรไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการเอ็กซเรย์และผ่าเอาฟันคุดออก ในกรณีที่ฟันคุดขึ้นมาได้เพียงบางส่วนและมีเหงือกปกคลุมอยู่มักจะมีเศษอาหารเข้าไปอยู่ใต้เหงือก เป็นสาเหตุของการอักเสบเป็นหนองติดเชื้อ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดมากขึ้น และอ้าปากได้น้อยลง การผ่าตัดฟันคุดออกในช่วงที่อายุยังน้อยจะสามารถทำได้ง่ายกว่าและแผลจะหายเร็วกว่าการผ่าตัดในตอนอายุมาก กรณีปล่อยฟันคุดทิ้งไว้ อาจส่งผลให้ฟันข้างเคียงผุ หรือเป็นโรคเหงือก และปริทันต์อักเสบตามมาได้
ทพ.อำนาจ ลิขิตกุลธนพร ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ฟันคุดคือฟันที่ไม่สามารถขึ้นในช่องปากได้ตามปกติ โดยมักจะเกิดกับฟันกรามล่างซี่ที่สามซึ่งอยู่ด้านในสุด โดยฟันคุดจะขึ้นในช่วงอายุระหว่าง 18 - 25 ปี สาเหตุของฟันคุดอาจเกิดจากผู้ป่วยมีพื้นที่ความยาวของขากรรไกรไม่เพียงพอ ฟันมีขนาดใหญ่ ตำแหน่งหรือทิศทางการขึ้นของฟันผิดปกติ มีรอยโรคที่เป็นเนื้องอกหรือถุงน้ำ ทำให้ฟันไม่สามารถขึ้นได้ คนทั่วไปที่มีอายุในช่วงการขึ้นของฟัน แต่ไม่พบว่ามีฟันโผล่ขึ้นมาในช่องปาก ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการตรวจและเอ็กซเรย์ว่ามีฟันคุดอยู่หรือไม่เนื่องจากตำแหน่งของฟันคุดอยู่ด้านในสุด ซึ่งมักเป็นตำแหน่งที่ทำความสะอาดได้ยากและไม่ทั่วถึง จึงมักเกิดปัญหามีกลิ่นปาก ฟันผุ และโรคปริทันต์อักเสบของฟันคุดหรือฟันซี่ข้างเคียง การผ่าตัดฟันคุดส่วนใหญ่ไม่ได้มีความยุ่งยากซับซ้อนภายหลังผ่าตัดผู้ป่วยอาจมีอาการปวดบวมในช่วง 3-4 วันแรก หลังจากนั้นอาการก็จะค่อยๆดีขึ้น และหายเป็นปกติใน 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ โรคตับอักเสบ หรือเคยผ่านการฉายรังสีบริเวณใบหน้าและลำคอ ควรได้รับคำปรึกษาจากทันตแพทย์ก่อนผ่าตัดฟันคุด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น
ข่าว/ภาพ- #สถาบันทันตกรรม #กรมการแพทย์
มีฟันคุดอย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรผ่าตัดออก ป้องกันโรคในช่องปาก
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (38 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (39 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (68 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (129 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (121 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (119 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (119 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (109 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Amazon [Bot], ClaudeBot, Google Adsense [Bot], GoogleOther และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน
