แนะ 7 วิธีขับขี่ช่วงฝนตกและน้ำท่วมขัง ป้องกันอุบัติเหตุทางถนน
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แนะ 7 วิธีขับขี่ช่วงฝนตกและน้ำท่วมขัง ป้องกันอุบัติเหตุทางถนน
กรมควบคุมโรค แนะ 7 วิธีขับขี่ช่วงฝนตกและน้ำท่วมขัง ป้องกันอุบัติเหตุทางถนน
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ขอให้ประชาชนผู้ขับขี่ยานพาหนะช่วงฝนตกและมีน้ำท่วมขัง ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย พร้อมแนะ 7 วิธีขับขี่ให้ปลอดภัยในช่วงฝนตกและน้ำท่วมขังเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน หลังข้อมูล 1 ปีครึ่งที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุใหญ่ในช่วงฝนตกกว่า 100 ครั้ง
14 ส.ค.60 นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าในช่วงฤดูฝนนี้ หลายพื้นมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในบางพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายในช่วงฝนตกหนัก โดยเฉพาะการการขับขี่ยานพาหนะของประชาชน เนื่องจากฝนที่ตกลงมาจะทำให้ถนนเปียกลื่น และทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี ประกอบกับถนนบางจุดมีน้ำท่วมขัง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้มากกว่าปกติ และมีโอกาสที่จะเป็นอุบัติเหตุใหญ่ที่มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เห็นได้จากข้อมูลการเฝ้าระวังของสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค พบว่ากรณีอุบัติเหตุรายใหญ่ (มีผู้เสียชีวิต 2 รายขึ้นไป หรือ มีผู้บาดเจ็บ 4 รายขึ้นไป) ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2559 ถึงปัจจุบัน (ต้นเดือนสิงหาคม 2560) เกิดอุบัติเหตุในช่วงฝนตกถึง 112 เหตุการณ์ มีผู้บาดเจ็บ 986 ราย และเสียชีวิต 170 ราย
กรมควบคุมโรค ขอแนะนำผู้ขับขี่ควรปฏิบัติ 7 วิธี ดังนี้ 1.เปิดไฟหน้ารถเสมอ โดยเปิดไฟต่ำ เพื่อช่วยให้มองเห็นสิ่งต่างๆ บนถนนได้ชัดเจนขึ้น และให้รถคันอื่นมองเห็นรถได้จากระยะไกล 2.เปิดใบปัดน้ำฝน โดยปรับระดับความเร็วของใบปัดน้ำฝนให้สัมพันธ์กับความแรงและปริมาณฝนตก 3.ลดความเร็ว เพื่อเพิ่มความระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษ 4.ให้ทิ้งระยะห่างจากคันหน้า เพราะสภาพถนนที่เปียกลื่น ต้องใช้ระยะทางในการหยุดรถเพิ่มขึ้น 5.หลีกเลี่ยงการแซง แต่หากจำเป็นต้องประเมินสถานการณ์ ระยะทางข้างหน้า ความเร็วและระยะห่างของรถที่กำลังวิ่งตามกันในช่องจราจรซ้ายขวา 6.รถลื่นไถลหรือเหินน้ำ ห้ามเหยียบเบรกจนล้อหยุดหมุนในทันที เพราะอาจทำให้รถพลิกคว่ำได้ ให้ลดความเร็ว ใช้เกียร์ต่ำ จนกว่ารถจะทรงตัวได้ แล้วจึงค่อยเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ และ 7.เมื่อต้องขับรถผ่านน้ำท่วมขัง ให้หยุดประเมินสถานการณ์ หากระดับน้ำลึกสูงกว่าขอบประตูรถ ไม่ควรขับฝ่าไป ควรเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น ทั้งนี้ หากพบเห็นผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ขอให้โทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพทันที โทร 1669
นอกจากนี้ ในพื้นที่ที่น้ำท่วมขัง ประชาชนที่เดินลุยน้ำอาจเกิดอุบัติเหตุจากการเดินไปชนหรือเหยียบของมีคมต่างๆ ทำให้เกิดบาดแผลและเกิดโรคตามมา เช่น แผลติดเชื้อ น้ำกัดเท้า โรคไข้ฉี่หนู เป็นต้น ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วม แต่หากจำเป็นควรใส่รองเท้าบู๊ท และหลังการเดินลุยน้ำทุกครั้ง ต้องล้างเท้าให้สะอาด ด้วยน้ำและสบู่ให้ทั่ว ใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะตามซอกนิ้วเท้า หากมีบาดแผล ให้ใช้แอลกอฮอล์เช็ดรอบบาดแผล แล้วใส่ยาฆ่าเชื้อ อย่างไรก็ตาม หากหารองเท้าบู๊ทไม่ได้ ให้ใช้ถุงพลาสติกดำมาประยุกต์ใช้ทำรองเท้ากันน้ำชั่วคราว แล้วสวมรองเท้าปกติ หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ขอให้ประชาชนผู้ขับขี่ยานพาหนะช่วงฝนตกและมีน้ำท่วมขัง ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย พร้อมแนะ 7 วิธีขับขี่ให้ปลอดภัยในช่วงฝนตกและน้ำท่วมขังเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน หลังข้อมูล 1 ปีครึ่งที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุใหญ่ในช่วงฝนตกกว่า 100 ครั้ง
14 ส.ค.60 นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าในช่วงฤดูฝนนี้ หลายพื้นมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในบางพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายในช่วงฝนตกหนัก โดยเฉพาะการการขับขี่ยานพาหนะของประชาชน เนื่องจากฝนที่ตกลงมาจะทำให้ถนนเปียกลื่น และทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี ประกอบกับถนนบางจุดมีน้ำท่วมขัง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้มากกว่าปกติ และมีโอกาสที่จะเป็นอุบัติเหตุใหญ่ที่มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เห็นได้จากข้อมูลการเฝ้าระวังของสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค พบว่ากรณีอุบัติเหตุรายใหญ่ (มีผู้เสียชีวิต 2 รายขึ้นไป หรือ มีผู้บาดเจ็บ 4 รายขึ้นไป) ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2559 ถึงปัจจุบัน (ต้นเดือนสิงหาคม 2560) เกิดอุบัติเหตุในช่วงฝนตกถึง 112 เหตุการณ์ มีผู้บาดเจ็บ 986 ราย และเสียชีวิต 170 ราย
กรมควบคุมโรค ขอแนะนำผู้ขับขี่ควรปฏิบัติ 7 วิธี ดังนี้ 1.เปิดไฟหน้ารถเสมอ โดยเปิดไฟต่ำ เพื่อช่วยให้มองเห็นสิ่งต่างๆ บนถนนได้ชัดเจนขึ้น และให้รถคันอื่นมองเห็นรถได้จากระยะไกล 2.เปิดใบปัดน้ำฝน โดยปรับระดับความเร็วของใบปัดน้ำฝนให้สัมพันธ์กับความแรงและปริมาณฝนตก 3.ลดความเร็ว เพื่อเพิ่มความระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษ 4.ให้ทิ้งระยะห่างจากคันหน้า เพราะสภาพถนนที่เปียกลื่น ต้องใช้ระยะทางในการหยุดรถเพิ่มขึ้น 5.หลีกเลี่ยงการแซง แต่หากจำเป็นต้องประเมินสถานการณ์ ระยะทางข้างหน้า ความเร็วและระยะห่างของรถที่กำลังวิ่งตามกันในช่องจราจรซ้ายขวา 6.รถลื่นไถลหรือเหินน้ำ ห้ามเหยียบเบรกจนล้อหยุดหมุนในทันที เพราะอาจทำให้รถพลิกคว่ำได้ ให้ลดความเร็ว ใช้เกียร์ต่ำ จนกว่ารถจะทรงตัวได้ แล้วจึงค่อยเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ และ 7.เมื่อต้องขับรถผ่านน้ำท่วมขัง ให้หยุดประเมินสถานการณ์ หากระดับน้ำลึกสูงกว่าขอบประตูรถ ไม่ควรขับฝ่าไป ควรเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น ทั้งนี้ หากพบเห็นผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ขอให้โทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพทันที โทร 1669
นอกจากนี้ ในพื้นที่ที่น้ำท่วมขัง ประชาชนที่เดินลุยน้ำอาจเกิดอุบัติเหตุจากการเดินไปชนหรือเหยียบของมีคมต่างๆ ทำให้เกิดบาดแผลและเกิดโรคตามมา เช่น แผลติดเชื้อ น้ำกัดเท้า โรคไข้ฉี่หนู เป็นต้น ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วม แต่หากจำเป็นควรใส่รองเท้าบู๊ท และหลังการเดินลุยน้ำทุกครั้ง ต้องล้างเท้าให้สะอาด ด้วยน้ำและสบู่ให้ทั่ว ใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะตามซอกนิ้วเท้า หากมีบาดแผล ให้ใช้แอลกอฮอล์เช็ดรอบบาดแผล แล้วใส่ยาฆ่าเชื้อ อย่างไรก็ตาม หากหารองเท้าบู๊ทไม่ได้ ให้ใช้ถุงพลาสติกดำมาประยุกต์ใช้ทำรองเท้ากันน้ำชั่วคราว แล้วสวมรองเท้าปกติ หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
แนะ 7 วิธีขับขี่ช่วงฝนตกและน้ำท่วมขัง ป้องกันอุบัติเหตุทางถนน
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (35 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (38 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (65 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (128 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (120 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (116 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (119 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (109 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน
