กรมอนามัยผนึกภาคีจังหวัดมหาสารคาม ตั้ง ?สารคามโมเดล? พัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืน
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมอนามัยผนึกภาคีจังหวัดมหาสารคาม ตั้ง ?สารคามโมเดล? พัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืน
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติปี 2559 หนุนภาคีผู้ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดมหาสารคาม จัดตั้ง ?สารคามโมเดล? หวังพัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืน ลดปัญหาโรคขาดสารไอโอดีนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ
24 มิ.ย.59 นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานรณรงค์เนื่องในวันไอโอดีนแห่งชาติ ?ประชาร่วมใจขจัดโรคขาดสารไอโอดีน สู่วิถีความยั่งยืน? ณ โรงแรมตักศิลา จังหวัดมหาสารคาม ว่า คณะรัฐมนตรีลงมติเห็นชอบให้ทุกวันที่ 25 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันไอโอดีนแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมา กรมอนามัยในฐานะหน่วยงานหลักของกระทรวงสาธารณสุขได้จัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อสร้างความรู้ ตระหนัก และร่วมกันขับเคลื่อนการป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เนื่องจากปัญหาโรคขาดสารไอโอดีนมีผลกระทบร้ายแรงต่อการพัฒนาสมองของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ตลอดจนถึงช่วงระยะทารกแรกเกิดและเด็กปฐมวัยที่ถือเป็นช่วงวัยทองของการพัฒนาสติปัญญาและไอคิวของเด็กไทยรวมทั้งประชากรทุกกลุ่มวัยก็ได้รับผลกระทบจากการขาดสารไอโอดีนด้วยเช่นกัน ซึ่งการรณรงค์ในปีนี้เป็นการบูรณาการงานร่วมกันในหลายภาคส่วนโดยมีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วย ความร่วมมือพัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืนภายใต้รูปแบบ ?สารคามโมเดล? ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดมหาสารคาม ประกอบด้วย อุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี ประธานชมรมผู้ประกอบการเกลือเสริมไอโอดีนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และประชารัฐ โดยบูรณาการงานควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนตามมาตรการนโยบาย เกลือเสริมไอโอดีนถ้วนหน้า (Universal Salt Iodization) เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคเกลือเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน ครอบคลุม ทั่วถึง และเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันไม่เกิน 1 ช้อนชา
องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดความครอบคลุมการใช้เกลือเสริมไอโอดีน ในระดับครัวเรือนจะต้องมากกว่าร้อยละ 90 ขึ้นไป แม้ว่าผลจากการดำเนินงานเฝ้าระวังและติดตามภาวะขาดสารไอโอดีน ในประเทศไทย พบความครอบคลุมการใช้เกลือเสริมไอโอดีนในระดับครัวเรือนร้อยละ 95.3 (มากกว่า 20 พีพีเอ็ม) แต่ที่ได้มาตรฐานตามกฎหมาย (20-40 พีพีเอ็ม) เพียงร้อยละ 78.9 ซึ่งแม้ว่าแนวโน้มความครอบคลุมการใช้เกลือเสริมไอโอดีนในครัวเรือนจะดีขึ้นในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา แต่ค่ามัธยฐานไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์ยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้น การพัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืนภายใต้รูปแบบสารคามโมเดล จึงต้องประกอบด้วย 3 ส่วนหลักสำคัญคือ 1) การผลิตที่เพียงพอทั่วถึงครอบคลุมและ มีคุณภาพ 2) การกระจายที่ต้องมีระบบการตรวจสอบ ติดตาม เฝ้าระวังเกลือที่กระจายไปสู่ร้านค้า ชุมชน ต้องเป็นเกลือเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเท่านั้น และ 3) ประชาชนต้องมีความรู้ ตระหนัก และให้ความสำคัญกับการได้รับสารไอโอดีนจากการบริโภคเกลือเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ลดช่องว่างของการประสานงาน ให้เกิดผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
?ทั้งนี้ การส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายเกลือเสริมไอโอดีนถ้วนหน้าที่มีผลให้เกลือบริโภคทุกชนิด รวมทั้งที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารต้องเป็นเกลือเสริมไอโอดีนนั้น จะถือเป็นมาตรการหลักของกระทรวงสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายในการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแล้ว ยังมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดให้น้ำปลา น้ำเกลือปรุงอาหาร ผลิตภัณฑ์จากการย่อยโปรตีนถั่วเหลือง เช่น ซีอิ๊วและซอสปรุงรส ต้องมีไอโอดีนในอัตราส่วนที่กำหนดด้วย นอกจากนี้ กรมอนามัยยังมีมาตรการเสริมเฉพาะพื้นที่โดยการเสริมไอโอดีนในน้ำดื่มดำเนินการเฉพาะโครงการส่งเสริมโภชนาการเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งเป็นโครงการภายใต้แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และมาตรการเสริมเฉพาะกลุ่มเป้าหมายโดยส่งเสริมสนับสนุนให้หญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดบุตร 6 เดือนทุกคน หรือร้อยละ 100 ได้รับยาเม็ดเสริมไอโอดีนและกินติดต่ออย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ทุกชุมชน/หมู่บ้านเป็นชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนอย่างยั่งยืนต่อไป? อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด
24 มิ.ย.59 นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานรณรงค์เนื่องในวันไอโอดีนแห่งชาติ ?ประชาร่วมใจขจัดโรคขาดสารไอโอดีน สู่วิถีความยั่งยืน? ณ โรงแรมตักศิลา จังหวัดมหาสารคาม ว่า คณะรัฐมนตรีลงมติเห็นชอบให้ทุกวันที่ 25 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันไอโอดีนแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมา กรมอนามัยในฐานะหน่วยงานหลักของกระทรวงสาธารณสุขได้จัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อสร้างความรู้ ตระหนัก และร่วมกันขับเคลื่อนการป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เนื่องจากปัญหาโรคขาดสารไอโอดีนมีผลกระทบร้ายแรงต่อการพัฒนาสมองของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ตลอดจนถึงช่วงระยะทารกแรกเกิดและเด็กปฐมวัยที่ถือเป็นช่วงวัยทองของการพัฒนาสติปัญญาและไอคิวของเด็กไทยรวมทั้งประชากรทุกกลุ่มวัยก็ได้รับผลกระทบจากการขาดสารไอโอดีนด้วยเช่นกัน ซึ่งการรณรงค์ในปีนี้เป็นการบูรณาการงานร่วมกันในหลายภาคส่วนโดยมีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วย ความร่วมมือพัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืนภายใต้รูปแบบ ?สารคามโมเดล? ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดมหาสารคาม ประกอบด้วย อุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี ประธานชมรมผู้ประกอบการเกลือเสริมไอโอดีนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และประชารัฐ โดยบูรณาการงานควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนตามมาตรการนโยบาย เกลือเสริมไอโอดีนถ้วนหน้า (Universal Salt Iodization) เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคเกลือเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน ครอบคลุม ทั่วถึง และเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันไม่เกิน 1 ช้อนชา
องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดความครอบคลุมการใช้เกลือเสริมไอโอดีน ในระดับครัวเรือนจะต้องมากกว่าร้อยละ 90 ขึ้นไป แม้ว่าผลจากการดำเนินงานเฝ้าระวังและติดตามภาวะขาดสารไอโอดีน ในประเทศไทย พบความครอบคลุมการใช้เกลือเสริมไอโอดีนในระดับครัวเรือนร้อยละ 95.3 (มากกว่า 20 พีพีเอ็ม) แต่ที่ได้มาตรฐานตามกฎหมาย (20-40 พีพีเอ็ม) เพียงร้อยละ 78.9 ซึ่งแม้ว่าแนวโน้มความครอบคลุมการใช้เกลือเสริมไอโอดีนในครัวเรือนจะดีขึ้นในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา แต่ค่ามัธยฐานไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์ยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้น การพัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืนภายใต้รูปแบบสารคามโมเดล จึงต้องประกอบด้วย 3 ส่วนหลักสำคัญคือ 1) การผลิตที่เพียงพอทั่วถึงครอบคลุมและ มีคุณภาพ 2) การกระจายที่ต้องมีระบบการตรวจสอบ ติดตาม เฝ้าระวังเกลือที่กระจายไปสู่ร้านค้า ชุมชน ต้องเป็นเกลือเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเท่านั้น และ 3) ประชาชนต้องมีความรู้ ตระหนัก และให้ความสำคัญกับการได้รับสารไอโอดีนจากการบริโภคเกลือเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ลดช่องว่างของการประสานงาน ให้เกิดผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
?ทั้งนี้ การส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายเกลือเสริมไอโอดีนถ้วนหน้าที่มีผลให้เกลือบริโภคทุกชนิด รวมทั้งที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารต้องเป็นเกลือเสริมไอโอดีนนั้น จะถือเป็นมาตรการหลักของกระทรวงสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายในการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแล้ว ยังมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดให้น้ำปลา น้ำเกลือปรุงอาหาร ผลิตภัณฑ์จากการย่อยโปรตีนถั่วเหลือง เช่น ซีอิ๊วและซอสปรุงรส ต้องมีไอโอดีนในอัตราส่วนที่กำหนดด้วย นอกจากนี้ กรมอนามัยยังมีมาตรการเสริมเฉพาะพื้นที่โดยการเสริมไอโอดีนในน้ำดื่มดำเนินการเฉพาะโครงการส่งเสริมโภชนาการเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งเป็นโครงการภายใต้แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และมาตรการเสริมเฉพาะกลุ่มเป้าหมายโดยส่งเสริมสนับสนุนให้หญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดบุตร 6 เดือนทุกคน หรือร้อยละ 100 ได้รับยาเม็ดเสริมไอโอดีนและกินติดต่ออย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ทุกชุมชน/หมู่บ้านเป็นชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนอย่างยั่งยืนต่อไป? อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด
กรมอนามัยผนึกภาคีจังหวัดมหาสารคาม ตั้ง ?สารคามโมเดล? พัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืน
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (190 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (189 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (191 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (213 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (252 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (248 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (221 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (218 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
