Skip ไปที่เนื้อหา

กรมอนามัยผนึกภาคีจังหวัดมหาสารคาม ตั้ง ?สารคามโมเดล? พัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืน


  • News ออฟไลน์
  • โพสต์: 0
  • ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm

กรมอนามัยผนึกภาคีจังหวัดมหาสารคาม ตั้ง ?สารคามโมเดล? พัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืน

 โพสต์ News    358

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติปี 2559 หนุนภาคีผู้ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดมหาสารคาม จัดตั้ง ?สารคามโมเดล? หวังพัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืน ลดปัญหาโรคขาดสารไอโอดีนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ

24 มิ.ย.59 นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานรณรงค์เนื่องในวันไอโอดีนแห่งชาติ ?ประชาร่วมใจขจัดโรคขาดสารไอโอดีน สู่วิถีความยั่งยืน? ณ โรงแรมตักศิลา จังหวัดมหาสารคาม ว่า คณะรัฐมนตรีลงมติเห็นชอบให้ทุกวันที่ 25 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันไอโอดีนแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมา กรมอนามัยในฐานะหน่วยงานหลักของกระทรวงสาธารณสุขได้จัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อสร้างความรู้ ตระหนัก และร่วมกันขับเคลื่อนการป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เนื่องจากปัญหาโรคขาดสารไอโอดีนมีผลกระทบร้ายแรงต่อการพัฒนาสมองของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ตลอดจนถึงช่วงระยะทารกแรกเกิดและเด็กปฐมวัยที่ถือเป็นช่วงวัยทองของการพัฒนาสติปัญญาและไอคิวของเด็กไทยรวมทั้งประชากรทุกกลุ่มวัยก็ได้รับผลกระทบจากการขาดสารไอโอดีนด้วยเช่นกัน ซึ่งการรณรงค์ในปีนี้เป็นการบูรณาการงานร่วมกันในหลายภาคส่วนโดยมีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วย ความร่วมมือพัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืนภายใต้รูปแบบ ?สารคามโมเดล? ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดมหาสารคาม ประกอบด้วย อุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี ประธานชมรมผู้ประกอบการเกลือเสริมไอโอดีนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และประชารัฐ โดยบูรณาการงานควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนตามมาตรการนโยบาย เกลือเสริมไอโอดีนถ้วนหน้า (Universal Salt Iodization) เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคเกลือเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน ครอบคลุม ทั่วถึง และเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันไม่เกิน 1 ช้อนชา

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดความครอบคลุมการใช้เกลือเสริมไอโอดีน ในระดับครัวเรือนจะต้องมากกว่าร้อยละ 90 ขึ้นไป แม้ว่าผลจากการดำเนินงานเฝ้าระวังและติดตามภาวะขาดสารไอโอดีน ในประเทศไทย พบความครอบคลุมการใช้เกลือเสริมไอโอดีนในระดับครัวเรือนร้อยละ 95.3 (มากกว่า 20 พีพีเอ็ม) แต่ที่ได้มาตรฐานตามกฎหมาย (20-40 พีพีเอ็ม) เพียงร้อยละ 78.9 ซึ่งแม้ว่าแนวโน้มความครอบคลุมการใช้เกลือเสริมไอโอดีนในครัวเรือนจะดีขึ้นในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา แต่ค่ามัธยฐานไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์ยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้น การพัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืนภายใต้รูปแบบสารคามโมเดล จึงต้องประกอบด้วย 3 ส่วนหลักสำคัญคือ 1) การผลิตที่เพียงพอทั่วถึงครอบคลุมและ มีคุณภาพ 2) การกระจายที่ต้องมีระบบการตรวจสอบ ติดตาม เฝ้าระวังเกลือที่กระจายไปสู่ร้านค้า ชุมชน ต้องเป็นเกลือเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเท่านั้น และ 3) ประชาชนต้องมีความรู้ ตระหนัก และให้ความสำคัญกับการได้รับสารไอโอดีนจากการบริโภคเกลือเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ลดช่องว่างของการประสานงาน ให้เกิดผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

?ทั้งนี้ การส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายเกลือเสริมไอโอดีนถ้วนหน้าที่มีผลให้เกลือบริโภคทุกชนิด รวมทั้งที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารต้องเป็นเกลือเสริมไอโอดีนนั้น จะถือเป็นมาตรการหลักของกระทรวงสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายในการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแล้ว ยังมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดให้น้ำปลา น้ำเกลือปรุงอาหาร ผลิตภัณฑ์จากการย่อยโปรตีนถั่วเหลือง เช่น ซีอิ๊วและซอสปรุงรส ต้องมีไอโอดีนในอัตราส่วนที่กำหนดด้วย นอกจากนี้ กรมอนามัยยังมีมาตรการเสริมเฉพาะพื้นที่โดยการเสริมไอโอดีนในน้ำดื่มดำเนินการเฉพาะโครงการส่งเสริมโภชนาการเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งเป็นโครงการภายใต้แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และมาตรการเสริมเฉพาะกลุ่มเป้าหมายโดยส่งเสริมสนับสนุนให้หญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดบุตร 6 เดือนทุกคน หรือร้อยละ 100 ได้รับยาเม็ดเสริมไอโอดีนและกินติดต่ออย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ทุกชุมชน/หมู่บ้านเป็นชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนอย่างยั่งยืนต่อไป? อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด

 กรมอนามัยผนึกภาคีจังหวัดมหาสารคาม ตั้ง ?สารคามโมเดล? พัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืน
 Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม

เครื่องกดนับแยกชนิดเม็ดเลือดขาว Genius Count DiffCount

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน