เด็กรุ่นนี้รู้จักต้นหมามุ่ยกันสักกี่คนยังสงสัยอยู่? แต่ถ้าเป็นเด็กที่โตมาอายุตอนนี้เกินกว่า 30 ปี และเคยวิ่งเล่นในทุ่งกว้างหรือสนามกว้างๆหน้าโรงเรียนเป็นรู้จักต้นหมามุ่ยกันทุกคน
เมื่อเล็กๆนึกว่าต้นหมามุ่ยเป็นหญ้าชนิดหนึ่ง แต่ในความจริง หมามุ่ย เป็นไม้เลื้อยล้มลุกพืชตระกูลถั่ว มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Mucuna pruriens หมามุ่ยชอบขึ้นในที่ร้าง เมื่อสังเกตให้ดีจะพบหมามุ่ยแต่ละเถาติดกับก้านใบขนาดใหญ่ยาว ประกอบด้วยใบย่อย 3 ใบ ใบหนานุ่มมีขนอ่อน ออกดอกปลายฤดูฝนเป็นช่อๆกลีบดอกสีม่วงอ่อน ช่อดอกยาวใหญ่ทยอยกันบานจากโคนถึงปลายช่อ ต่อมาก็จะติดฝัก ฝักจะมีขนอ่อนคลุม ขนอ่อนๆนี้ล่ะที่ทำให้หมามุ่ยจัดเป็นพืชมีพิษขึ้นมาทันที เนื่องจากมีสาร เซอราโตนิน (serotonin) ที่สัมผัสตัวเมื่อใดได้คันไม่หยุดเมื่อนั้น ฤดูหนาวแบบนี้ เป็นช่วงหน้าลมพัดแรงไปจนถึงฤดูร้อนเป็นเวลาที่ฝักของหมามุ่ยเริ่มแก่ ขนพิษจะปลิวไปบ้านไหนที่อยู่ใกล้ต้นหมามุยก็มีโอกาสที่จะคันคะเยอไปทั้งตัว และจะคันยิ่งขึ้นถ้าเหงื่อออก อาจทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่นคันและบวมแดง
วิธีแก้คันมีหลายวิธี อย่างแรกที่ควรรีบทำคือต้องเอาขนหมามุ่ยออก โดยนำเทียนมาลนไฟให้นิ่มแล้วมาคลึงที่โดนหมามุ่ยจะเป็นการดึงเอาขนหมามุ่ยออกมาหรือนำข้าวเหนียวมานวดให้นิ่มเป็นกาวแล้วคลึงบริเวณที่สัมผัสขนได้เช่นกัน
สำหรับวิธีแก้คันใช้ใบตำลึงสดโขลกให้ละเอียดแล้วผสมน้ำซาวข้าวเป็นน้ำกระสายทาบริเวณที่โดนขนหมามุ่ย หรือใช้น้ำจากต้นเอื้องหมายมาทาบริเวณที่เกิดอาการ ในอดีตหมามุ่ยเป็นอาวุธของเด็กซนๆที่ชอบแกล้งเพื่อนหรือแม้เด็กโตไปจนถึงนักเลงบางถิ่นก็ยังใช้หมามุ่ยเป็นบทสั่งสอนคู่อริ แต่น้อยคนนักที่รู้ว่าหมามุ่ยมีประโยชน์ทางยาอยู่ไม่น้อยเลยและดูเหมือนจะเป็นยาที่มีคนในโลกปัจจุบันสนใจกันมาก เนื่องจากความรู้จากการใช้ของหมอยาพื้นบ้านมีการนำเมล็ดของหมามุ่ยใช้เป็นยากระตุ้นความรู้สึกและเพิ่มสมรรถนะทางเพศ
เมล็ดหมามุ่ยที่เป็นพืชพิษอาจพลิกผันเป็นพืชที่ใครๆก็ต้องการในชั่วข้ามคืน ทุกวันนี้มีการใช้ยาไวอากร้ากันทั่วโลกประมาณว่ามูลค่าการใช้ทั้งโลกราวห้าหมื่นล้านบาท สำหรับประเทศไทยเองแม้รายงานอย่างเป็นทางการอยู่ที่ประมาณร้อยกว่าล้าน(คิดแบบราคาทุนนะ) แต่ที่ลักลอบนำเข้า การผลิตขึ้นเองในลักษณะยาปลอม ตามที่มีข่าวการทะลายหรือบุกจับไวอากร้าปลอมผิดกฎหมายอยู่เสมอๆนั้น เป็นเครื่องยืนยันว่าคนต้องการกันนัก ปัญหาการเสื่อมสมรรถนะทางเพศเป็นปัญหาที่มีมาแต่โบราณกาลโดยเฉพาะในอดีต สังคมเป็นสังคมเกษตรกรรมมีความต้องการแรงงานเข้าสู่ภาคการผลิต ดังนั้นจึงต้องการยาบำรุงทั้งเพศชายและเพศหญิงเพื่อที่จะได้มีลูกหลานเพื่อช่วยเพิ่มผลผลิต หมอยาพื้นบ้านจึงมีตำรับบำรุงกำลังมากมายหลากหลายชนิด แต่?เมล็ดหมามุ่ย?เป็นสมุนไพรบำรุงสมรรถนะทางเพศที่พ่อหมอไม่นิยมที่จะกล่าวอ้างถึงมากนัก เนื่องจากมีฤทธิ์ในทางกระตุ้นความต้องการทางเพศด้วย ซึ่งสำหรับพ่อหมอยาที่รักษาศีลฟังธรรมด้วยแล้วจะมองว่าเป็นสิ่งนอกเหนือความจำเป็นซึ่งท่านมักจะเรียกว่าเป็น ?ยากามะ?และมักจะอายจนหน้าแดงเมื่อถูกขอร้องให้บอกเล่าเรื่องราวของเมล็ดหมามุ่ย
เมล็ดหมามุ่ยเป็นยากระตุ้นและเพิ่มสมรรถนะทางเพศตามการใช้ของหมอยาพื้นบ้านไทยแล้วยังบันทึกไว้ในตำราอายุรเวทของอินเดียและทางการแพทย์จีนด้วย หมอยาไทยใหญ่แนะนำให้นำเมล็ดหมามุ่ยที่แก่จัดมานึ่งพร้อมกับการนึ่งข้าวเหนียว เมื่อข้าวเหนียวสุกเมล็ดหมามุ่ยก็จะสุกให้รับประทานเมล็ดหมามุ่ยครั้งละ 2 เมล็ด เช้า-เย็น ส่วนพ่อหมอเมืองเลยแนะนำให้นำมาคั่วไฟจนสุกดีแล้วนำไปแช่น้ำจนพองนิ่มแล้วจึงนำมารับประทานครั้งละ 2-3 เมล็ด เช้า-เย็น
ปัจจุบันการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของหมามุ่ยอย่างกว้างขวาง พบว่าในเมล็ดหมามุ่ยมีสารที่เรียกว่า แอลโดปา (L-Dopa) ถึง 3.1-6.1% ซึ่ง L-Dopa เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์โดพามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่มีอิทธิพลสูงต่อระบบสืบพันธุ์ นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดน Arvid Carlsson เป็นผู้ค้นพบสารโดปามีนเมื่อช่วงทศวรรษ 1950 สามารถรักษาอาการของโรคพาร์กินสันได้และได้รับรางวัลโนเบลในปี ค.ศ. 2000 โดพามีนที่ใช้เป็นยาจะไม่มีผลโดยตรงต่อระบบประสาทส่วนกลางเพราะผ่านเข้าสู่สมองไม่ได้ การเพิ่มปริมาณของโดพามีนในสมองของผู้ป่วยที่เป็นโรคต่างๆ เช่น พาร์คินสันสามารถให้สารตั้ง เช่น L-Dopa เพื่อให้สามารถผ่านโครงสร้างกั้นระหว่างเลือดและสมองได้ ดังนั้นจึงมีการศึกษาวิจัยในคนเพื่อนำเมล็ดหมามุ่ยมาใช้รักษาโรคพาร์กินสันซึ่งพบว่าได้ผลดี
ในส่วนของการวิจัยถึงผลในการเพิ่มความต้องการและสมรรถนะทางเพศในสัตว์ทดลองพบว่าได้ผลดี ทั้งเพิ่มความถี่ในการผสมพันธุ์เพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า รวมทั้งเพิ่มระยะเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ ลดอาการหลั่งเร็ว เพิ่มปริมาณของฮอร์โมนเพศ สำหรับการวิจัยในคนมีการวิจัยผลของเมล็ดหมามุ่ยในผู้ชายที่มีสภาวะมีบุตรยากจากความเครียด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วความเครียดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปริมาณและคุณภาพของอสุจิและน้ำเชื้อลดลง การผลิตฮอร์โมนเพศลดลง มีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินที่เกี่ยวข้อง เช่น วิตามินซีลดลง ซึ่งจากการศึกษาวิจัยดังกล่าวพบว่าหลังให้รับประทานผลของเมล็ดหมามุ่ยในปริมาณ 5 กรัมต่อวันเป็นเวลา 3 เดือน แล้วพบเมล็ดหมามุ่ยสามารถช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้
ข้อควรรู้และควรระวังคือการรับประทานเมล็ดของหมามุ่ยที่ไม่ได้ผ่านการทำให้สุกเช่นการคั่ว การนึ่งอาจจะทำให้เกิดพิษได้ การรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดประสาทหลอน เบื่ออาหาร ปวดมวนท้อง
ปัจจุบันในต่างประเทศมีการปลูกหมามุ่ยเป็นแปลงขนาดใหญ่เพื่อการวิจัยและการค้า และมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเมล็ดหมามุ่ยออกจำหน่ายเพื่อช่วยเพิ่มความต้องการและสมรรถนะทางเพศ คลายเครียด เพิ่มการเผาพลาญและเพิ่มมวลของกล้ามเนื้อ
น่าเสียดายที่เมืองไทยละทิ้งมรดกภูมิปัญญาอันล้ำค่าไปพร้อมกับหมอยาพื้นบ้านที่ร่วงโรยราอย่างไม่มีวันหวนคืน.
ข้อมูลอ้างอิง
1. มูลนิธิสุขภาพไทย. (2553, 10 ธันวาคม). ใช้หมามุ่ย หน้าหายมุ่ย. มติชนสุดสัปดาห์. หน้า 92.
ที่มา โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง
หมามุ่ย, เม็ดหมามุ่ย, เมล็ดหมามุ่ย, เสริมพลังเพศชาย, เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ, เพิ่มจำนวนอสุจิ, ยากระตุ้นความต้องการทางเพศ