เตือน!! นักท่องเที่ยวรับลมหนาวช่วงวันหยุด เลี่ยงผิงไฟในเต็นท์ เสี่ยงขาดอากาศหายใจอาจเสียชีวิต
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
เตือน!! นักท่องเที่ยวรับลมหนาวช่วงวันหยุด เลี่ยงผิงไฟในเต็นท์ เสี่ยงขาดอากาศหายใจอาจเสียชีวิต
กรมควบคุมโรค เตือนนักท่องเที่ยวรับลมหนาวช่วงวันหยุด เลี่ยงผิงไฟในเต็นท์ เสี่ยงขาดอากาศหายใจอาจเสียชีวิตได้
29 ม.ค.59 นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้อากาศหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังมีความหนาวเย็น โดยเฉพาะในช่วงเช้าของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สภาพอากาศมีความหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนจำนวนมากเดินทางไปท่องเที่ยวตามป่า ภูเขาและบนดอยต่างๆ เพื่อรับลมหนาว และจำนวนมากขึ้นในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวบางส่วนที่กางเต็นท์นอนและสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายโดยการสวมเสื้อผ้าและห่มผ้ากันหนาว แต่ยังมีบางคนที่สร้างความอบอุ่นโดยการจุดตะเกียงไว้ภายในเต็นท์ ซึ่งเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และมีอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้
สำหรับอันตรายจากการนำเตาถ่านหรือตะเกียงเข้าไปจุดเพื่อให้ความอบอุ่นในเต็นท์นั้น ทำให้เกิดควันไฟจากการเผาไหม้ ซึ่งมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ โดยก๊าซนี้ก่อให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะที่สำคัญเช่น หัวใจและสมอง ทำให้เกิดอาการมึนงง คลื่นไส้ แน่นหน้าอก อาเจียน เสียการทรงตัว เกิดภาวะสมองขาดเลือดและเกิดอาการหมดสติและอาจเสียชีวิตได้ หากผู้ที่อยู่ในเต็นท์หายใจเอาก๊าซ 2 ชนิดนี้เข้าไป จะทำให้เซลล์ของอวัยวะต่างๆ ขาดออกซิเจนไปเลี้ยงหรือขาดอากาศหายใจนั่นเอง โดยเฉพาะสมอง ทำให้เกิดอาการง่วง หลับโดยไม่รู้ตัว และอาจเสียชีวิตได้
นายแพทย์อำนวย กล่าวต่อไปว่า คำแนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวและพักแรมในเต็นท์ ต้องเตรียมเครื่องกันหนาวไปให้พร้อม เช่น เสื้อกันหนาว ผ้าห่ม ถุงนอน ผ้าปูรองพื้นเต็นท์ เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ สตรีมีครรภ์ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ที่สำคัญไม่ควรจุดตะเกียง เตาถ่านหรือเทียนภายในเต็นท์ หากต้องการแสงสว่างภายในเต็นท์ควรเลือกใช้ไฟฉายจะปลอดภัยกว่า หรือหากจำเป็นต้องจุดตะเกียงหรือเทียนภายในเต้นท์ ควรเปิดเต้นท์หรือหาช่องระบายอากาศ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
อีกเรื่องสำคัญคือ ความเชื่อว่าการดื่มสุราจะช่วยแก้หนาวได้ ซึ่งไม่เป็นความจริงและเป็นอันตรายมาก โดยในช่วงแรกหลังดื่มสุราจะรู้สึกร้อนวูบวาบ ซึ่งเกิดจากเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัว หลังจากนั้นร่างกายจะสูญเสียความร้อนและน้ำออกทางผิวหนังอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลง หากดื่มเข้าไปมากแอลกอฮอล์จะออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ทำให้เมาจนหลับไปโดยไม่ได้ดูแลร่างกายให้
?นอกจากนี้ ยังต้องระมัดระวังอุบัติเหตุอื่นๆ เนื่องจากการกางเต็นท์ เช่น การเกิดเพลิงไหม้ โดยไม่ควรจุดกองไฟใกล้บริเวณเต็นท์ เพราะสะเก็ดไฟอาจกระเด็นใส่เต็นท์ทำให้เกิดไฟไหม้ได้ และไม่ควรกางเต็นท์ในบริเวณเนินเขาหรือไหล่เขา เพราะหากฝนตกอาจมีน้ำป่าไหลบ่าลงมาทำให้เกิดอันตรายได้ ที่สำคัญนักท่องเที่ยวควรกางเต็นท์นอนในบริเวณจุดที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยว หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422? นายแพทย์อำนวย กล่าว
29 ม.ค.59 นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้อากาศหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังมีความหนาวเย็น โดยเฉพาะในช่วงเช้าของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สภาพอากาศมีความหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนจำนวนมากเดินทางไปท่องเที่ยวตามป่า ภูเขาและบนดอยต่างๆ เพื่อรับลมหนาว และจำนวนมากขึ้นในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวบางส่วนที่กางเต็นท์นอนและสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายโดยการสวมเสื้อผ้าและห่มผ้ากันหนาว แต่ยังมีบางคนที่สร้างความอบอุ่นโดยการจุดตะเกียงไว้ภายในเต็นท์ ซึ่งเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และมีอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้
สำหรับอันตรายจากการนำเตาถ่านหรือตะเกียงเข้าไปจุดเพื่อให้ความอบอุ่นในเต็นท์นั้น ทำให้เกิดควันไฟจากการเผาไหม้ ซึ่งมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ โดยก๊าซนี้ก่อให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะที่สำคัญเช่น หัวใจและสมอง ทำให้เกิดอาการมึนงง คลื่นไส้ แน่นหน้าอก อาเจียน เสียการทรงตัว เกิดภาวะสมองขาดเลือดและเกิดอาการหมดสติและอาจเสียชีวิตได้ หากผู้ที่อยู่ในเต็นท์หายใจเอาก๊าซ 2 ชนิดนี้เข้าไป จะทำให้เซลล์ของอวัยวะต่างๆ ขาดออกซิเจนไปเลี้ยงหรือขาดอากาศหายใจนั่นเอง โดยเฉพาะสมอง ทำให้เกิดอาการง่วง หลับโดยไม่รู้ตัว และอาจเสียชีวิตได้
นายแพทย์อำนวย กล่าวต่อไปว่า คำแนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวและพักแรมในเต็นท์ ต้องเตรียมเครื่องกันหนาวไปให้พร้อม เช่น เสื้อกันหนาว ผ้าห่ม ถุงนอน ผ้าปูรองพื้นเต็นท์ เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ สตรีมีครรภ์ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ที่สำคัญไม่ควรจุดตะเกียง เตาถ่านหรือเทียนภายในเต็นท์ หากต้องการแสงสว่างภายในเต็นท์ควรเลือกใช้ไฟฉายจะปลอดภัยกว่า หรือหากจำเป็นต้องจุดตะเกียงหรือเทียนภายในเต้นท์ ควรเปิดเต้นท์หรือหาช่องระบายอากาศ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
อีกเรื่องสำคัญคือ ความเชื่อว่าการดื่มสุราจะช่วยแก้หนาวได้ ซึ่งไม่เป็นความจริงและเป็นอันตรายมาก โดยในช่วงแรกหลังดื่มสุราจะรู้สึกร้อนวูบวาบ ซึ่งเกิดจากเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัว หลังจากนั้นร่างกายจะสูญเสียความร้อนและน้ำออกทางผิวหนังอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลง หากดื่มเข้าไปมากแอลกอฮอล์จะออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ทำให้เมาจนหลับไปโดยไม่ได้ดูแลร่างกายให้
?นอกจากนี้ ยังต้องระมัดระวังอุบัติเหตุอื่นๆ เนื่องจากการกางเต็นท์ เช่น การเกิดเพลิงไหม้ โดยไม่ควรจุดกองไฟใกล้บริเวณเต็นท์ เพราะสะเก็ดไฟอาจกระเด็นใส่เต็นท์ทำให้เกิดไฟไหม้ได้ และไม่ควรกางเต็นท์ในบริเวณเนินเขาหรือไหล่เขา เพราะหากฝนตกอาจมีน้ำป่าไหลบ่าลงมาทำให้เกิดอันตรายได้ ที่สำคัญนักท่องเที่ยวควรกางเต็นท์นอนในบริเวณจุดที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยว หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422? นายแพทย์อำนวย กล่าว
เตือน!! นักท่องเที่ยวรับลมหนาวช่วงวันหยุด เลี่ยงผิงไฟในเต็นท์ เสี่ยงขาดอากาศหายใจอาจเสียชีวิต
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (33 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (36 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (63 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (124 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (116 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (111 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (119 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (109 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน
