เปิดคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว ที่สถาบันบำราศนราดูร แห่งแรกของกระทรวงสาธารณสุข
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
เปิดคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว ที่สถาบันบำราศนราดูร แห่งแรกของกระทรวงสาธารณสุข
กรมควบคุมโรค เปิดคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว ที่สถาบันบำราศนราดูร แห่งแรกของกระทรวงสาธารณสุข
24 ธ.ค.58 ที่สถาบันบำราศนราดูร กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อม ศ.พญ.เยาวลักษณ์ สุขธนะ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล, รศ.นพ.พรเทพ จันทวานิช ประธานชมรมเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค, นพ.วัชรพงศ์ ปิยะภาณี รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ร่วมเปิดคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว (Travel Medicine Clinic) ที่สถาบันบำราศนราดูร ซึ่งถือเป็นคลินิกเวชศาสตร์ฯ แห่งแรกในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
นายแพทย์อำนวย กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้เดินทางท่องเที่ยวและเดินทางระหว่างประเทศจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้ เกิดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและภาวะสุขภาพของผู้เดินทาง เช่น โรคติดต่อที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ปัญหาด้านสุขอนามัย สุขภาพประจำตัวของผู้เดินทาง และอุบัติเหตุต่างๆ จากข้อมูลขององค์การท่องเที่ยวโลกแห่งประชาชาติ คาดการณ์ว่าอีก 5 ปีข้างหน้า(พ.ศ.2563) จะมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางระหว่างประเทศกว่า 1,600 ล้านคน สำหรับประเทศไทย หากมีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวตามการคาดการณ์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ร้อยละ 6.5 ประเทศไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 41.5 ล้านคน
ในส่วนของสถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค ที่ผ่านมาตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2557 ถึง 30 กันยายน 2558 มีผู้มารับบริการที่เกี่ยวกับการเดินทางและท่องเที่ยว เช่น การฉีดวัคซีนก่อนเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงหรือที่ประเทศปลายทางกำหนด เป็นต้น รวมทั้งหมด 2,615 ราย โดยแบ่งเป็นชาวไทย 2,552 ราย ชาวต่างชาติ 63 ราย
นายแพทย์อำนวย กล่าวต่อไปว่า กรมควบคุมโรคได้กำหนดเป้าหมายการจัดตั้งคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานตามแนวทางกรมควบคุมโรคปี 2559 เบื้องต้น 8 แห่ง ใน 7 จังหวัด โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ 1.คลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว ในจังหวัดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้แก่ สงขลา หนองคาย มุกดาหาร ตาก และเชียงราย 2.คลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว ในจังหวัดนอกพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้แก่ สถาบันบำราศนราดูร และเชียงใหม่
สำหรับการจัดตั้งคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว มีหลักในการดำเนินงาน ดังนี้
1.การให้คำแนะนำและการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ก่อน ระหว่าง และหลังการเดินทาง
2.การสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน
3.การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาและการสอบสวนโรค
4.การพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเดินทาง
5.การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว
6.การพัฒนาเครือข่ายและการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ทั้งด้านวิชาการและด้านการป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพให้กับนักท่องเที่ยวและนักเดินทางระหว่างประเทศ
7.การวิจัย
8.การประเมินผลมาตรฐานตามแนวทางกรมควบคุมโรค
คำแนะนำสำหรับผู้เดินทางท่องเที่ยวและผู้ที่เดินทางระหว่างประเทศ ผู้เดินทางควรมีการวางแผน รับคำแนะนำรวมถึงทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและภัยอันตรายที่อยู่ปลายทาง และเตรียมตัวให้พร้อมทั้งด้านร่างกาย อุปกรณ์ส่วนตัว และยารักษาโรค จะทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคหรือภัยอันตรายลดน้อยลง อย่างไรก็ตามการเตรียมตัวของแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการเดินทาง สถานที่ที่ไป จำนวนคนที่เดินทางไปด้วย ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญ ซึ่งแพทย์จะใช้ในการประกอบพิจารณาเพื่อแนะนำการปฏิบัติตนในการป้องกันโรคและภัยสุขภาพให้ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
24 ธ.ค.58 ที่สถาบันบำราศนราดูร กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อม ศ.พญ.เยาวลักษณ์ สุขธนะ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล, รศ.นพ.พรเทพ จันทวานิช ประธานชมรมเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค, นพ.วัชรพงศ์ ปิยะภาณี รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ร่วมเปิดคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว (Travel Medicine Clinic) ที่สถาบันบำราศนราดูร ซึ่งถือเป็นคลินิกเวชศาสตร์ฯ แห่งแรกในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
นายแพทย์อำนวย กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้เดินทางท่องเที่ยวและเดินทางระหว่างประเทศจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้ เกิดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและภาวะสุขภาพของผู้เดินทาง เช่น โรคติดต่อที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ปัญหาด้านสุขอนามัย สุขภาพประจำตัวของผู้เดินทาง และอุบัติเหตุต่างๆ จากข้อมูลขององค์การท่องเที่ยวโลกแห่งประชาชาติ คาดการณ์ว่าอีก 5 ปีข้างหน้า(พ.ศ.2563) จะมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางระหว่างประเทศกว่า 1,600 ล้านคน สำหรับประเทศไทย หากมีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวตามการคาดการณ์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ร้อยละ 6.5 ประเทศไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 41.5 ล้านคน
ในส่วนของสถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค ที่ผ่านมาตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2557 ถึง 30 กันยายน 2558 มีผู้มารับบริการที่เกี่ยวกับการเดินทางและท่องเที่ยว เช่น การฉีดวัคซีนก่อนเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงหรือที่ประเทศปลายทางกำหนด เป็นต้น รวมทั้งหมด 2,615 ราย โดยแบ่งเป็นชาวไทย 2,552 ราย ชาวต่างชาติ 63 ราย
นายแพทย์อำนวย กล่าวต่อไปว่า กรมควบคุมโรคได้กำหนดเป้าหมายการจัดตั้งคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานตามแนวทางกรมควบคุมโรคปี 2559 เบื้องต้น 8 แห่ง ใน 7 จังหวัด โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ 1.คลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว ในจังหวัดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้แก่ สงขลา หนองคาย มุกดาหาร ตาก และเชียงราย 2.คลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว ในจังหวัดนอกพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้แก่ สถาบันบำราศนราดูร และเชียงใหม่
สำหรับการจัดตั้งคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว มีหลักในการดำเนินงาน ดังนี้
1.การให้คำแนะนำและการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ก่อน ระหว่าง และหลังการเดินทาง
2.การสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน
3.การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาและการสอบสวนโรค
4.การพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเดินทาง
5.การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว
6.การพัฒนาเครือข่ายและการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ทั้งด้านวิชาการและด้านการป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพให้กับนักท่องเที่ยวและนักเดินทางระหว่างประเทศ
7.การวิจัย
8.การประเมินผลมาตรฐานตามแนวทางกรมควบคุมโรค
คำแนะนำสำหรับผู้เดินทางท่องเที่ยวและผู้ที่เดินทางระหว่างประเทศ ผู้เดินทางควรมีการวางแผน รับคำแนะนำรวมถึงทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและภัยอันตรายที่อยู่ปลายทาง และเตรียมตัวให้พร้อมทั้งด้านร่างกาย อุปกรณ์ส่วนตัว และยารักษาโรค จะทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคหรือภัยอันตรายลดน้อยลง อย่างไรก็ตามการเตรียมตัวของแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการเดินทาง สถานที่ที่ไป จำนวนคนที่เดินทางไปด้วย ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญ ซึ่งแพทย์จะใช้ในการประกอบพิจารณาเพื่อแนะนำการปฏิบัติตนในการป้องกันโรคและภัยสุขภาพให้ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
เปิดคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว ที่สถาบันบำราศนราดูร แห่งแรกของกระทรวงสาธารณสุข
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (22 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (24 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (54 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (116 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (110 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (101 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (118 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (106 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot, Google Adsense [Bot], GoogleBot 66.249. และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน
