แพทย์แนะวิธีใช้ยาปฏิชีวนะในเด็ก ป้องกันปัญหาเชื้อดื้อยา
- Press ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 17 เม.ย. 2012 4:56 pm
แพทย์แนะวิธีใช้ยาปฏิชีวนะในเด็ก ป้องกันปัญหาเชื้อดื้อยา
อธิบดีกรมการแพทย์เผยปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะในเด็กไม่ถูกต้อง จากพฤติกรรมซื้อยาใช้เอง ร้องขอยาจากแพทย์ และใช้ยาผิดข้อบ่งชี้ ทำให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาทวีความรุนแรงมากขึ้น แนะให้ใช้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น กินยาปฏิชีวนะให้ครบตามที่แพทย์สั่ง และไม่ใช้ยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์ยาแรงเกินไป เพราะจะทำให้เกิดการดื้อยาจนไม่มียาขนานต่อไปใช้รักษาได้
นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า สหภาพยุโรปได้กำหนดให้วันที่ 18 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็นวันแห่งการรณรงค์การใช้ยาปฏิชีวนะในเด็กอย่างสมเหตุสมผล เพื่อรณรงค์ให้ทุกภาคส่วน เกิดความตระหนักถึงปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะในเด็กที่มากเกินความจำเป็น รวมถึงสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งกรมการแพทย์ให้ความสำคัญกับการป้องกันและควบคุมปัญหาเชื้อดื้อยา ในโรงพยาบาล โดยมีการวางแผนป้องกันและควบคุมเชื้อดื้อยา ที่เป็นผลพวงหลักจากการใช้ยาปฏิชีวนะมากเกินความจำเป็นและไม่ถูกต้องทั้งในและนอกโรงพยาบาล โดยมุ่งเน้นให้สถานพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ควบคุมปริมาณการจ่ายยาปฏิชีวนะให้เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของประชาชน และสอดรับกับนโยบาย ของรัฐบาลในการลดค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็น สาเหตุสำคัญประการหนึ่งเกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่สมเหตุสมผล ประชาชนไม่มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะ ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการใช้ยาที่ไม่ถูกต้อง เช่น การซื้อยาใช้เอง การร้องขอยาจากแพทย์ การใช้ยาผิดข้อบ่งชี้ ทำให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาซึ่งทวีความรุนแรง มากขึ้นในประเทศไทย ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมปัญหาการดื้อยา
อธิบดีกรมการแพทย์แนะแนวทางการใช้ยา 3 ข้อ ดังนี้
1.ควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะในกรณีจำเป็นเท่านั้น เช่น การป่วยด้วยโรคหวัด ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เนื่องจากเชื้อหวัดเป็นไวรัส ไม่ใช่แบคทีเรีย ดังนั้น การกินยาปฏิชีวนะจึงไม่มีผล
2.ควรกินยาปฏิชีวนะให้ครบขนาดตามที่แพทย์สั่ง หากหยุดกินเองเชื้อแบคทีเรียจะปรับตัวให้คงทนต่อยามากขึ้นและกลายเป็นเชื้อดื้อยาในที่สุด
3.ควรใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์ยาแรงเกินไป เพื่อมุ่งให้หายจากอาการป่วยโดยเร็ว ซึ่งหากใช้ยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์แรงในการรักษาเริ่มแรกทันที เมื่อเกิดการ ดื้อยาขึ้นจะทำให้ไม่มียาขนานต่อไปเพื่อใช้ในการรักษา
ฉะนั้น การแก้ปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะที่มากเกินจำเป็นต้องดำเนินการในทุกภาคส่วน ทั้งในส่วนของโรงพยาบาล ร้านยา และภาคประชาชน จึงจะสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนและยั่งยืน
นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า สหภาพยุโรปได้กำหนดให้วันที่ 18 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็นวันแห่งการรณรงค์การใช้ยาปฏิชีวนะในเด็กอย่างสมเหตุสมผล เพื่อรณรงค์ให้ทุกภาคส่วน เกิดความตระหนักถึงปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะในเด็กที่มากเกินความจำเป็น รวมถึงสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งกรมการแพทย์ให้ความสำคัญกับการป้องกันและควบคุมปัญหาเชื้อดื้อยา ในโรงพยาบาล โดยมีการวางแผนป้องกันและควบคุมเชื้อดื้อยา ที่เป็นผลพวงหลักจากการใช้ยาปฏิชีวนะมากเกินความจำเป็นและไม่ถูกต้องทั้งในและนอกโรงพยาบาล โดยมุ่งเน้นให้สถานพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ควบคุมปริมาณการจ่ายยาปฏิชีวนะให้เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของประชาชน และสอดรับกับนโยบาย ของรัฐบาลในการลดค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็น สาเหตุสำคัญประการหนึ่งเกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่สมเหตุสมผล ประชาชนไม่มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะ ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการใช้ยาที่ไม่ถูกต้อง เช่น การซื้อยาใช้เอง การร้องขอยาจากแพทย์ การใช้ยาผิดข้อบ่งชี้ ทำให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาซึ่งทวีความรุนแรง มากขึ้นในประเทศไทย ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมปัญหาการดื้อยา
อธิบดีกรมการแพทย์แนะแนวทางการใช้ยา 3 ข้อ ดังนี้
1.ควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะในกรณีจำเป็นเท่านั้น เช่น การป่วยด้วยโรคหวัด ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เนื่องจากเชื้อหวัดเป็นไวรัส ไม่ใช่แบคทีเรีย ดังนั้น การกินยาปฏิชีวนะจึงไม่มีผล
2.ควรกินยาปฏิชีวนะให้ครบขนาดตามที่แพทย์สั่ง หากหยุดกินเองเชื้อแบคทีเรียจะปรับตัวให้คงทนต่อยามากขึ้นและกลายเป็นเชื้อดื้อยาในที่สุด
3.ควรใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์ยาแรงเกินไป เพื่อมุ่งให้หายจากอาการป่วยโดยเร็ว ซึ่งหากใช้ยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์แรงในการรักษาเริ่มแรกทันที เมื่อเกิดการ ดื้อยาขึ้นจะทำให้ไม่มียาขนานต่อไปเพื่อใช้ในการรักษา
ฉะนั้น การแก้ปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะที่มากเกินจำเป็นต้องดำเนินการในทุกภาคส่วน ทั้งในส่วนของโรงพยาบาล ร้านยา และภาคประชาชน จึงจะสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนและยั่งยืน
แพทย์แนะวิธีใช้ยาปฏิชีวนะในเด็ก ป้องกันปัญหาเชื้อดื้อยา
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (47 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (47 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (80 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (138 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (131 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (125 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (119 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (111 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, GoogleBot 66.249. และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
