กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนเป็นไข้อย่าห่างแพทย์ อาจเป็นไข้หวัดพ่วงไข้เลือดออกได้
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนเป็นไข้อย่าห่างแพทย์ อาจเป็นไข้หวัดพ่วงไข้เลือดออกได้
กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนเป็นไข้อย่าห่างแพทย์ อาจเป็นไข้หวัดพ่วงไข้เลือดออกได้
9 ต.ค.58 : นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง เพราะในช่วงนี้ยังมีฝนตกในหลายพื้นที่ ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่มีการระบาดของโรคสูงและมีการแพร่กระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยในแต่ละสัปดาห์จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 4,000-5,000 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้เกือบ 10 รายต่อสัปดาห์ จากข้อมูลเฝ้าระวังโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-6 ตุลาคม 2558 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกทั่วประเทศ 86,460 ราย เสียชีวิต 86 ราย ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะเป็นในกลุ่มนักเรียน 45.3 %นายแพทย์โอภาส กล่าวต่อว่า ในช่วงนี้ขอให้ประชาชนอย่าวางใจ หากมีไข้สูงต้องรีบไปพบแพทย์ก่อน อย่าซื้อยาแก้ไข้มากินเอง เพราะยาบางชนิด เช่น ยาที่มีฤทธิ์ในการลดไข้ได้ดีแต่ตัวยาเองมีฤทธิ์ทำให้เลือดออกได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อเป็นไข้เลือดออก เช่น ยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน สำหรับคนมีไข้ในช่วงฤดูฝนมีโอกาสเป็นทั้งไข้หวัดพร้อมไข้เลือดออกได้ด้วย ทำให้แยกอาการลำบาก จึงควรให้แพทย์วินิจฉัยดีที่สุด ซึ่งอาการทั่วไปของไข้เลือดออก คือ มีอาการ ไข้สูงและมักสูงลอยประมาณ 2-7 วัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตัว เบื่ออาหาร ปวดจุกแน่นท้อง อาจมีเลือดกำเดา มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนังที่แขนขา ข้อพับ โรคไข้เลือดออกในวันแรกๆ อาจจะยังวินิจฉัยโรคไม่ได้
เรื่องที่สำคัญคืออย่าให้ผู้ป่วยห่างแพทย์ เพราะช่วงที่ต้องเฝ้าระวังในผู้ป่วยไข้เลือดออกคือช่วงไข้ลด หากไข้ลดแล้วร่างกายฟื้นตัววิ่งเล่นได้ แสดงว่าหายจากการป่วย แต่หากไข้ลดแล้วจับดูมือเท้าเย็นอย่าชะล่าใจว่าหายจากโรค ต้องสังเกตอาการอื่นๆเพิ่มด้วยว่ามีอาการซึม เบื่ออาหาร หรืออาเจียน กระสับกระส่าย บ่นปวดท้องบริเวณชายโครงด้านขวาหรือไม่ ถ้ามีอาการเหล่านี้แสดงว่าเข้าสู่ภาวะช็อกจากโรคต้องรีบกลับไปหาแพทย์ให้เร็วที่สุด เพราะหากไปช้าอาจเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะคนอ้วน ผู้ที่มีโรคประจำตัว หญิงมีประจำเดือน ผู้สูงอายุ หรือเด็กเล็ก ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเป็นแล้วอาการอาจรุนแรงกว่าคนปกติ
ด้านนายแพทย์นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กล่าวเพิ่มเติมว่า ไข้เลือดออกนำโรคโดยยุงลาย ยุงลายคือยุงที่อยู่รอบตัวเราทั้งในบ้านและรอบบ้าน ยุงลายจะวางไข่ได้ในที่ที่มีภาชนะบรรจุน้ำใสนิ่ง เศษขยะหรือใบไม้ที่น้ำฝนตกค้างอยู่ ยุงลายมักกัดคนในเวลากลางวันหรือช่วงหัวค่ำ จะต่างจากยุงรำคาญที่มักออกหากิน กัดคนช่วงกลางคืน และมักวางไข่อยู่ในท่อระบายน้ำ หรือน้ำขังไม่สะอาด
สำหรับวิธีการที่ได้ผลดีในการป้องกันยุงลายกัดปัจจุบัน คือ การสวมเสื้อผ้ามิดชิดป้องกันยุงกัด การนอนในมุ้ง หรือติดมุ้งลวดเพื่อป้องกันยุงเข้าบ้าน ทายากันยุง หรือใช้สมุนไพรไล่ยุง โดยจุดที่ยุงลายชอบเกาะพักคือ เสื้อผ้าใช้แล้วที่แขวนไว้ มุมอับชื้น ห้องน้ำ ส่วนด้านนอกรอบบ้านก็ต้องเก็บกวาดจัดการสิ่งแวดล้อมให้สะอาด อ่างบัวต้องใส่ปลากินลูกน้ำ หากภาชนะใดปิดไม่ได้ก็อาจต้องพึ่งสารเคมี ให้ใส่ทรายทีมีฟอสไม่ให้มีลูกน้ำ และที่สำคัญต้องหมั่นตรวจตรารอบบ้านอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หากมีข้อสงสัยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนเป็นไข้อย่าห่างแพทย์ อาจเป็นไข้หวัดพ่วงไข้เลือดออกได้
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (31 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (36 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (61 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (123 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (116 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (111 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (119 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (109 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, GoogleOther และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน
