เตือนคนไทยป่วยความดันโลหิตสูงโดยไม่รู้ตัว อันตรายถึงชีวิต
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
เตือนคนไทยป่วยความดันโลหิตสูงโดยไม่รู้ตัว อันตรายถึงชีวิต
อธิบดีกรมการแพทย์ชี้คนไทยป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าตนเองมีภาวะของโรคดังกล่าว แนะประชาชนเข้ารับการตรวจวัดความดันโลหิตของตนเอง อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค
นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ทุกวันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก ได้กำหนดให้เป็นวันความดันโลหิตสูงโลก เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวในการป้องกันโรคดังกล่าว โดยองค์การอนามัยโลกเผยสถิติทั่วโลกมีผู้ที่มีความดันโลหิตสูงถึง 1,000 ล้านคน ทำให้ความดันโลหิตสูงเป็น 1 ในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนทั่วโลก สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยจากข้อมูลสํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในปีพ.ศ.2556 มีคนไทยเสียชีวิตจากความดันโลหิตสูง จํานวน 5,165 คน ซึ่งมีสถิติสูงกว่าเมื่อปี 2555 ที่มีจํานวน3,684 คน ดังนั้นหากประชาชนรู้จักวิธีการดูแลตนเองและหมั่นสำรวจความผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอ จะช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของโรคดังกล่าวได้ ซึ่งความดันโลหิตสูงเกิดจากภาวะที่มีระดับความดันโลหิตสูงเรื้อรังซึ่งค่าความดันปกติในปัจจุบันถือเอาค่าตัวบนไม่เกิน 140 มิลลิเมตรปรอท และค่าตัวล่างไม่เกิน 90 มิลลิเมตรปรอทและมีคนจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะนี้ เนื่องจากไม่ปรากฏอาการในช่วงแรก เมื่อปล่อยนานไป โดยไม่รับการรักษาแรงดันในหลอดเลือดที่สูงจะไปทำลายผนังหลอดเลือดและอวัยวะที่สำคัญหลายระบบในร่างกาย เป็นเหตุให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ และโรคไตตามมา ซึ่งจากความรุนแรงดังกล่าว สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก ได้กำหนดคำขวัญการรณรงค์ว่า?Know Your Numbers? และคำขวัญของกระทรวงสาธารณสุขและสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย คือ ท่านทราบระดับความดันโลหิตของท่านหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนตื่นตัวเข้ารับการตรวจวัดความดันโลหิตของตนเองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตามสถานบริการกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากการรู้ค่าความดันโลหิตจะทำให้รู้วิธีปฎิบัติตนในการป้องกันและควบคุมความดันโลหิตสูง
อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่าสำหรับปัจจัยเสี่ยงการเกิดความดันโลหิตสูง คือ พฤติกรรมการใช้ชีวิตส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการบริโภคอาหารที่ไม่ได้สัดส่วน การกินของหวาน มันและเค็มจัด รับประทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ภาวะอ้วน ขาดการออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์มาก สูบบุหรี่และมีภาวะเครียด รวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นได้ ดังนั้นการปฏิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกัน ความดันโลหิตสูง คือ ลดการบริโภคอาหารที่ผ่านกระบวนการ อาหารสำเร็จรูป อาหารหมักดอง อาหารกระป๋อง อาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น ขนมถุง ไส้กรอก แฮมเบอร์เกอร์ เป็นต้น ลดอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ที่หวานน้อย เช่น พืชตระกูลถั่ว กล้วย เป็นต้นลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และงดการสูบบุหรี่ ไม่เครียด ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับครอบครัว เช่น ทำอาหารรับประทานเอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอตรวจสุขภาพ เป็นประจำทุกปีเพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง ในกรณีผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่แล้ว ต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องและพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอตลอดจนวัดความดันโลหิตเป็นประจำพร้อมจดบันทึก จะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและใช้ชีวิตประจำวันได้เช่นคนปกติ
นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ทุกวันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก ได้กำหนดให้เป็นวันความดันโลหิตสูงโลก เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวในการป้องกันโรคดังกล่าว โดยองค์การอนามัยโลกเผยสถิติทั่วโลกมีผู้ที่มีความดันโลหิตสูงถึง 1,000 ล้านคน ทำให้ความดันโลหิตสูงเป็น 1 ในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนทั่วโลก สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยจากข้อมูลสํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในปีพ.ศ.2556 มีคนไทยเสียชีวิตจากความดันโลหิตสูง จํานวน 5,165 คน ซึ่งมีสถิติสูงกว่าเมื่อปี 2555 ที่มีจํานวน3,684 คน ดังนั้นหากประชาชนรู้จักวิธีการดูแลตนเองและหมั่นสำรวจความผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอ จะช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของโรคดังกล่าวได้ ซึ่งความดันโลหิตสูงเกิดจากภาวะที่มีระดับความดันโลหิตสูงเรื้อรังซึ่งค่าความดันปกติในปัจจุบันถือเอาค่าตัวบนไม่เกิน 140 มิลลิเมตรปรอท และค่าตัวล่างไม่เกิน 90 มิลลิเมตรปรอทและมีคนจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะนี้ เนื่องจากไม่ปรากฏอาการในช่วงแรก เมื่อปล่อยนานไป โดยไม่รับการรักษาแรงดันในหลอดเลือดที่สูงจะไปทำลายผนังหลอดเลือดและอวัยวะที่สำคัญหลายระบบในร่างกาย เป็นเหตุให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ และโรคไตตามมา ซึ่งจากความรุนแรงดังกล่าว สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก ได้กำหนดคำขวัญการรณรงค์ว่า?Know Your Numbers? และคำขวัญของกระทรวงสาธารณสุขและสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย คือ ท่านทราบระดับความดันโลหิตของท่านหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนตื่นตัวเข้ารับการตรวจวัดความดันโลหิตของตนเองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตามสถานบริการกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากการรู้ค่าความดันโลหิตจะทำให้รู้วิธีปฎิบัติตนในการป้องกันและควบคุมความดันโลหิตสูง
อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่าสำหรับปัจจัยเสี่ยงการเกิดความดันโลหิตสูง คือ พฤติกรรมการใช้ชีวิตส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการบริโภคอาหารที่ไม่ได้สัดส่วน การกินของหวาน มันและเค็มจัด รับประทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ภาวะอ้วน ขาดการออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์มาก สูบบุหรี่และมีภาวะเครียด รวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นได้ ดังนั้นการปฏิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกัน ความดันโลหิตสูง คือ ลดการบริโภคอาหารที่ผ่านกระบวนการ อาหารสำเร็จรูป อาหารหมักดอง อาหารกระป๋อง อาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น ขนมถุง ไส้กรอก แฮมเบอร์เกอร์ เป็นต้น ลดอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ที่หวานน้อย เช่น พืชตระกูลถั่ว กล้วย เป็นต้นลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และงดการสูบบุหรี่ ไม่เครียด ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับครอบครัว เช่น ทำอาหารรับประทานเอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอตรวจสุขภาพ เป็นประจำทุกปีเพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง ในกรณีผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่แล้ว ต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องและพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอตลอดจนวัดความดันโลหิตเป็นประจำพร้อมจดบันทึก จะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและใช้ชีวิตประจำวันได้เช่นคนปกติ
เตือนคนไทยป่วยความดันโลหิตสูงโดยไม่รู้ตัว อันตรายถึงชีวิต
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (44 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (43 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (75 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (134 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (128 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (119 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (119 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (110 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน
