ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ยืนยันการรับประทานถั่วไม่ทำให้อ้วน
- ILoveHealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 มี.ค. 2012 1:02 pm
ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ยืนยันการรับประทานถั่วไม่ทำให้อ้วน
- การบริโภคถั่วทุกวันช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด
นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำได้เปิดเผยผลการศึกษาขนาดใหญ่ล่าสุดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการบริโภคถั่วเปลือกแข็งกับสุขภาพ โดยเฉพาะการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคหลอดเลือดสมอง ตลอดจนโรคหัวใจและหลอดเลือดต่างๆ โดยผลการศึกษาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการรับประทานถั่วเป็นประจำ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคในกลุ่มหัวใจและหลอดเลือดแล้ว ยังส่งผลดีต่อการทำงานของไต โรคเบาหวาน กระบวนการรับรู้ โรคหลอดเลือดแดงแข็ง โรคอ้วนลงพุง ตัวบ่งชี้การอักเสบทางชีวภาพ ฯลฯ นับเป็นเรื่องสำคัญที่จะเน้นย้ำให้เห็นว่า หลักฐานทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า การบริโภคถั่วไม่มีส่วนเพิ่มความเสี่ยงให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น แต่กลับยิ่งสนับสนุนว่าถั่วเป็นแหล่งสารอาหารที่สำคัญ
รับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่
http://www.multivu.com/mnr/62432-scient ... -fattening
ในการประชุม International Congress of Nutrition (ICN) ที่เมืองกรานาดา ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 15-20 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น International Nut and Dried Fruit Council ได้จัดงานอภิปรายเรื่อง ?ถั่วกับสุขภาพและโรคภัย? โดยมีนักวิจัยชั้นนำของโลก 5 ท่านร่วมแบ่งปันผลการศึกษาที่ค้นพบล่าสุด
หนึ่งในข้อมูลสถิติที่ได้รับความสนใจได้แก่ การวิจัยชื่อ PREDIMED ที่มุ่งศึกษาว่า การบริโภคถั่วเปลือกแข็งวันละ 1 กำมือ (วอลนัต 15 กรัม เฮเซลนัต 7.5 กรัม และอัลมอนด์ 7.5 กรัม) ช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคหลอดเลือดสมอง และการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด) ถึง 28% ได้อย่างไร
ดร. โมนิกา บุลโล ผู้วิจัยหลักของโครงการ EPIRDEM สรุปว่า การรับประทานถั่วพิสตาชิโอเป็นประจำมีผลโดยตรงต่อการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยมีการศึกษาความสัมพันธ์ของถั่วพิสตาชิโอกับระดับไขมันในเลือด และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆของโรคหัวใจและหลอดเลือด เพื่อประเมินผลกระทบที่มีต่อกระบวนการเผาผลาญกลูโคส ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2
นอกจากนี้ ศาสตราจารย์แฟรงค์ หู จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยังได้นำเสนอผลการศึกษาที่สำคัญเกี่ยวกับการระบาดวิทยา และถั่วเปลือกแข็ง ตลอดจนผลของการรับประทานถั่วที่มีต่อกลุ่มโรคเรื้อรัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การบริโภคถั่วมากขึ้น (มากกว่าหรือเท่ากับ 5 ครั้งต่อสัปดาห์) มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ 30%
ลินดา แท็ปเซลล์ ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยวูลองกอง ประเทศออสเตรเลีย ระบุว่า การบริโภคถั่วไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น พร้อมกับแนะนำให้รับประทานถั่วในมื้ออาหารเพื่อป้องกันโรคอ้วนและโรคเรื้อรังอื่นๆ
ด้านดร. ซาบาเต ศาสตราจารย์ประจำโรงเรียนสาธารณสุขแห่งมหาวิทยาลัยโลมา ลินดา รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการศึกษาประโยชน์ของถั่วที่มีต่อสุขภาพ กล่าวสรุปว่า ?ข้อมูลทางระบาดวิทยาบ่งชี้ว่า การเพิ่มถั่วในอาหารมีความเสี่ยงน้อยมากต่อการที่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งข้อสรุปนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากการศึกษาทางคลินิกจำนวนมากอีกด้วย?
เว็บไซต์: http://www.nutfruit.org
แหล่งข่าว : INC International Nut & Dried Fruits
นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำได้เปิดเผยผลการศึกษาขนาดใหญ่ล่าสุดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการบริโภคถั่วเปลือกแข็งกับสุขภาพ โดยเฉพาะการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคหลอดเลือดสมอง ตลอดจนโรคหัวใจและหลอดเลือดต่างๆ โดยผลการศึกษาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการรับประทานถั่วเป็นประจำ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคในกลุ่มหัวใจและหลอดเลือดแล้ว ยังส่งผลดีต่อการทำงานของไต โรคเบาหวาน กระบวนการรับรู้ โรคหลอดเลือดแดงแข็ง โรคอ้วนลงพุง ตัวบ่งชี้การอักเสบทางชีวภาพ ฯลฯ นับเป็นเรื่องสำคัญที่จะเน้นย้ำให้เห็นว่า หลักฐานทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า การบริโภคถั่วไม่มีส่วนเพิ่มความเสี่ยงให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น แต่กลับยิ่งสนับสนุนว่าถั่วเป็นแหล่งสารอาหารที่สำคัญ
รับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่
http://www.multivu.com/mnr/62432-scient ... -fattening
ในการประชุม International Congress of Nutrition (ICN) ที่เมืองกรานาดา ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 15-20 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น International Nut and Dried Fruit Council ได้จัดงานอภิปรายเรื่อง ?ถั่วกับสุขภาพและโรคภัย? โดยมีนักวิจัยชั้นนำของโลก 5 ท่านร่วมแบ่งปันผลการศึกษาที่ค้นพบล่าสุด
หนึ่งในข้อมูลสถิติที่ได้รับความสนใจได้แก่ การวิจัยชื่อ PREDIMED ที่มุ่งศึกษาว่า การบริโภคถั่วเปลือกแข็งวันละ 1 กำมือ (วอลนัต 15 กรัม เฮเซลนัต 7.5 กรัม และอัลมอนด์ 7.5 กรัม) ช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคหลอดเลือดสมอง และการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด) ถึง 28% ได้อย่างไร
ดร. โมนิกา บุลโล ผู้วิจัยหลักของโครงการ EPIRDEM สรุปว่า การรับประทานถั่วพิสตาชิโอเป็นประจำมีผลโดยตรงต่อการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยมีการศึกษาความสัมพันธ์ของถั่วพิสตาชิโอกับระดับไขมันในเลือด และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆของโรคหัวใจและหลอดเลือด เพื่อประเมินผลกระทบที่มีต่อกระบวนการเผาผลาญกลูโคส ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2
นอกจากนี้ ศาสตราจารย์แฟรงค์ หู จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยังได้นำเสนอผลการศึกษาที่สำคัญเกี่ยวกับการระบาดวิทยา และถั่วเปลือกแข็ง ตลอดจนผลของการรับประทานถั่วที่มีต่อกลุ่มโรคเรื้อรัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การบริโภคถั่วมากขึ้น (มากกว่าหรือเท่ากับ 5 ครั้งต่อสัปดาห์) มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ 30%
ลินดา แท็ปเซลล์ ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยวูลองกอง ประเทศออสเตรเลีย ระบุว่า การบริโภคถั่วไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น พร้อมกับแนะนำให้รับประทานถั่วในมื้ออาหารเพื่อป้องกันโรคอ้วนและโรคเรื้อรังอื่นๆ
ด้านดร. ซาบาเต ศาสตราจารย์ประจำโรงเรียนสาธารณสุขแห่งมหาวิทยาลัยโลมา ลินดา รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการศึกษาประโยชน์ของถั่วที่มีต่อสุขภาพ กล่าวสรุปว่า ?ข้อมูลทางระบาดวิทยาบ่งชี้ว่า การเพิ่มถั่วในอาหารมีความเสี่ยงน้อยมากต่อการที่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งข้อสรุปนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากการศึกษาทางคลินิกจำนวนมากอีกด้วย?
เว็บไซต์: http://www.nutfruit.org
แหล่งข่าว : INC International Nut & Dried Fruits
ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ยืนยันการรับประทานถั่วไม่ทำให้อ้วน
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (10 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (15 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (40 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (97 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (101 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (90 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (116 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (105 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน
