อันตรายที่อาจเกิดจากการใช้ฮอร์โมนสำหรับสตรีวัยหมดประจำเดือน
- Green ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 21 มี.ค. 2011 7:17 am
อันตรายที่อาจเกิดจากการใช้ฮอร์โมนสำหรับสตรีวัยหมดประจำเดือน
ที่ผ่านมามีการใช้ฮอร์โมนในระยะยาวค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการใช้เพื่อหวังผลในการป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน มีความจำเป็นต้องให้การรักษาหลายปี เพื่อที่จะเพิ่มมวลกระดูกและป้องกันกระดูกหัก และพบว่าเมื่อหยุดยาความหนาแน่นของกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็วเท่ากับก่อนการ รักษา ในการรักษาระยะยาวนี้จากการศึกษา ของ WHI พบว่าการให้ยาฮอร์โมนในระยะยาวมีผลเสียโดยรวมมากกว่าผลดี ผลเสียนั้นได้แก่ จากการศึกษาในกลุ่มที่ใช้ฮอร์โมนเอสโทรเจนและโพรเจสโทรเจน (สูตร conjugated equine estrogen 0.625 mg และ medroxy progesterone acetate 2.5 mg ต่อวัน) ในระยะเวลาการศึกษา 5.6 ปี พบการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านมในอัตรา 8 ราย ต่อ 10,000 รายของสตรีที่ใช้ฮอร์โมนในระยะเวลา 1 ปี และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ในอัตรา 7 รายต่อ10,000 รายของสตรีที่ใช้ฮอร์โมนในระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นอัตราเสี่ยงที่ไม่มาก ส่วนในกลุ่มที่ได้รับการตัดมดลูกแล้วได้รับฮอร์โมนเอสโทรเจนอย่างเดียว ในระยะเวลา 8 ปี ไม่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม แต่ความเสี่ยงในการเกิดหลอดเลือดหัวใจยังคงอยู่
1. ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง
จากการศึกษาของ WHI สรุปว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมเล็กน้อย ซึ่งนัยสำคัญทางสถิติมีหรือไม่ยังเป็นที่ถกเถียงไม่ได้ข้อสรุป และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเมื่อใช้มากกว่า 5 ปี แต่ในกรณีที่ใช้ฮอร์โมนสูตรเอสโทรเจนอย่างเดียว ไม่เพิ่มความเสี่ยงดังกล่าวเพราะเหตุใดยังไม่ทราบแน่ชัด ดังนั้นถ้าผู้ป่วยกังวลเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ที่ทำ การรักษา ควรตรวจเต้านมด้วยตัวเองทุกเดือน และควรให้แพทย์ตรวจเต้านมร่วมกับ mammogram ทุกปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปี
2. ความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ
การใช้ฮอร์โมนในระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ได้แก่ stroke, heart attack และ blood clots โดยเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานฮอร์โมน 7 รายต่อ 10,000 รายของสตรีที่ใช้ฮอร์โมนในระยะเวลา 1 ปี ตามการศึกษาของ WHI ในการใช้ฮอร์โมนเอสโทรเจนร่วมกับโพรเจสโทรเจนพบความเสี่ยงต่อ heart attack และ blood clots เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปีแรกที่ได้รับฮอร์โมนในขณะที่ความเสี่ยงของต่อการเกิด stroke เพิ่มขึ้นหลังการรักษาไปแล้ว 2 ปี
ส่วนกลุ่มที่ได้รับฮอร์โมนเอสโทรเจนอย่างเดียวก็เพิ่มความเสี่ยงในการเกิด โรคหลอดเลือดหัวใจในอัตราที่ใกล้เคียงกับกลุ่มที่ใช้ทั้งฮอร์โมนเอสโทรเจน และโพรเจสโทรเจน
ฮอร์โมนเอสโทรเจนมีบทบาทในการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกในสตรีวัยหมด ประจำเดือนเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป แต่จากข้อมูลเกี่ยวกับผลข้างเคียงและความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นหากใช้ในระยะเวลานานทำให้เกิดข้อกังขาในการใช้กับสตรีทุกราย เพื่อป้องและรักษาโรคกระดูกพรุน อย่างไรก็ตามความเสี่ยงที่เกิดขึ้นถ้าคิดเป็นรายบุคคลอาจมีเพียงเล็กน้อย จึงเป็นข้อควรระวังและทำความเข้าใจกับสตรีที่ใช้ฮอร์โมน แนวทางปฏิบัติที่ออกโดยสถาบันต่างๆ ทั่วโลก แนะนำว่าควรใช้ในการป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน ในกรณีที่ต้องการรักษาอาการวัยหมดประจำเดือนด้วยเท่านั้น เพราะหากใช้ในการรักษากระดูกพรุนอย่างเดียวต้องให้เป็นระยะเวลานานก็อาจมี ความเสี่ยงต่างๆ เกิดขึ้น หากจำเป็นต้องใช้ในระยะเวลานาน ควรต้องพูดคุยและทำความเข้าใจกับผู้ป่วยโดยคำนึงถึงประโยชน์และโทษที่อาจได้รับ
1. ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง
จากการศึกษาของ WHI สรุปว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมเล็กน้อย ซึ่งนัยสำคัญทางสถิติมีหรือไม่ยังเป็นที่ถกเถียงไม่ได้ข้อสรุป และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเมื่อใช้มากกว่า 5 ปี แต่ในกรณีที่ใช้ฮอร์โมนสูตรเอสโทรเจนอย่างเดียว ไม่เพิ่มความเสี่ยงดังกล่าวเพราะเหตุใดยังไม่ทราบแน่ชัด ดังนั้นถ้าผู้ป่วยกังวลเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ที่ทำ การรักษา ควรตรวจเต้านมด้วยตัวเองทุกเดือน และควรให้แพทย์ตรวจเต้านมร่วมกับ mammogram ทุกปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปี
2. ความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ
การใช้ฮอร์โมนในระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ได้แก่ stroke, heart attack และ blood clots โดยเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานฮอร์โมน 7 รายต่อ 10,000 รายของสตรีที่ใช้ฮอร์โมนในระยะเวลา 1 ปี ตามการศึกษาของ WHI ในการใช้ฮอร์โมนเอสโทรเจนร่วมกับโพรเจสโทรเจนพบความเสี่ยงต่อ heart attack และ blood clots เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปีแรกที่ได้รับฮอร์โมนในขณะที่ความเสี่ยงของต่อการเกิด stroke เพิ่มขึ้นหลังการรักษาไปแล้ว 2 ปี
ส่วนกลุ่มที่ได้รับฮอร์โมนเอสโทรเจนอย่างเดียวก็เพิ่มความเสี่ยงในการเกิด โรคหลอดเลือดหัวใจในอัตราที่ใกล้เคียงกับกลุ่มที่ใช้ทั้งฮอร์โมนเอสโทรเจน และโพรเจสโทรเจน
ฮอร์โมนเอสโทรเจนมีบทบาทในการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกในสตรีวัยหมด ประจำเดือนเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป แต่จากข้อมูลเกี่ยวกับผลข้างเคียงและความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นหากใช้ในระยะเวลานานทำให้เกิดข้อกังขาในการใช้กับสตรีทุกราย เพื่อป้องและรักษาโรคกระดูกพรุน อย่างไรก็ตามความเสี่ยงที่เกิดขึ้นถ้าคิดเป็นรายบุคคลอาจมีเพียงเล็กน้อย จึงเป็นข้อควรระวังและทำความเข้าใจกับสตรีที่ใช้ฮอร์โมน แนวทางปฏิบัติที่ออกโดยสถาบันต่างๆ ทั่วโลก แนะนำว่าควรใช้ในการป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน ในกรณีที่ต้องการรักษาอาการวัยหมดประจำเดือนด้วยเท่านั้น เพราะหากใช้ในการรักษากระดูกพรุนอย่างเดียวต้องให้เป็นระยะเวลานานก็อาจมี ความเสี่ยงต่างๆ เกิดขึ้น หากจำเป็นต้องใช้ในระยะเวลานาน ควรต้องพูดคุยและทำความเข้าใจกับผู้ป่วยโดยคำนึงถึงประโยชน์และโทษที่อาจได้รับ
อันตรายที่อาจเกิดจากการใช้ฮอร์โมนสำหรับสตรีวัยหมดประจำเดือน
Lady Women's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพเพศหญิง ผู้หญิง กระทู้สุขภาพผู้หญิง
Lady Women's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพเพศหญิง ผู้หญิง กระทู้สุขภาพผู้หญิง
- ประเทศไทยขับเคลื่อนงานเอชไอวีต่อเนื่อง สิทธิประโยชน์ครอบคลุม “ป้องกัน–ตรวจ–รักษา” มุ่งลดการติดเชื้อรายใหม่และยุติเอดส์ (168 views)
- เปิด “คลินิกสุขภาพเพศ รพ.ราชวิถี” ดูแลทุกเพศอย่างเข้าใจ ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพที่หลายคนไม่กล้าพูด (154 views)
- ออร์กานอนชี้ การลงทุนด้านสุขภาพสตรี คือกุญแจสำคัญสู่อนาคตเศรษฐกิจไทย (162 views)
- ภัยเงียบของผู้หญิงที่ไม่ควรมองข้าม "มะเร็งรังไข่" รู้เร็ว รักษาได้ เพิ่มโอกาสหาย (151 views)
- มะเร็งปากมดลูก Cervical cancer : โรคร้ายที่ป้องกันได้ (2,338 views)
- มะเร็งรังไข่ ภัยเงียบในเพศหญิง เกิดได้ทุกช่วงวัยโดยเฉพาะสตรีสูงวัย "กรกฎาคม เดือนรณรงค์ป้องกันมะเร็งรังไข่" (2,346 views)
- มะเร็งเต้านม ปัจจัยเสี่ยง สัญญาณเตือน การตรวจคัดกรอง การปรับพฤติกรรมลดความเสี่ยง (2,495 views)
- pcos คือ การรักษาและการจัดการภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (83 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Baidu [Spider], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
