เตือนหน้าร้อน เดินทาง ฉลองเทศกาล เด็กเล็ก ผู้สูงอายเสี่ยงป่ว
- pr_dpc9 ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 ก.ย. 2011 3:14 am
เตือนหน้าร้อน เดินทาง ฉลองเทศกาล เด็กเล็ก ผู้สูงอายเสี่ยงป่ว
เตือนหน้าร้อน เดินทาง ฉลองเทศกาล เด็กเล็ก ผู้สูงอายเสี่ยงป่วยโรคอาหารเป็นพิษรุนแรง
เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2555 นายแพทย์โกวิท พรรณเชษฐ์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว ปัญหาโรคที่มักจะเกิดขึ้นคือโรคที่มากับอาหารและน้ำ เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงขึ้นทำให้เชื้อโรคโดยเฉพาะแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในอาหารและน้ำสามารถเจริญเติบโตได้รวดเร็ว จนมีปริมาณเพียงพอที่จะก่อให้เกิดโรคได้ หนึ่งในโรคที่พบผู้ป่วยได้บ่อยในฤดูร้อนก็คือ โรคอาหารเป็นพิษ ( Food poisoning )
ปี พ.ศ.2555 นี้ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ( พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ สุโขทัย ตาก ) พบการระบาดของโรคอาหารเป็นพิษ ที่มีการรับประทานอาหารร่วมกันทั้งในโรงเรียน งานเทศกาล และงานพิธีต่าง ๆ รวม 3 ครั้ง ในแต่ละครั้งมีผู้ป่วยมากกว่า 50 คน เนื่องจากในเดือน เมษายน ของทุกปีจะเป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อเฉลิมฉลองงานเทศกาลสงกรานต์เป็นจำนวนมาก ซึ่งมักมีการจัดเลี้ยงอาหารในกลุ่มคนมาก ๆ มักจะมีการรับประทานอาหารที่ปรุงไม่สุก จึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ได้
สาเหตุโรคอาหารเป็นพิษ เกิดจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรคหรือสารพิษที่สร้างจากเชื้อโรค หรือสารพิษอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เชื้อโรค เช่น เห็ดพิษ พืชพิษต่าง ๆ เป็นต้น อาหารเป็นพิษที่เกิดจากเชื้อโรคสามารถติดต่อกันได้ และพบการระบาดเป็นครั้งคราวในหมู่คนที่กินอาหารร่วมกัน เช่น อาหารในโรงเรียน งานเลี้ยงในพิธีและเทศกาลต่าง ๆ เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุสำคัญของอาหารเป็นพิษที่พบได้บ่อยได้แก่เชื้อสแตฟฟิโลคอคคัส สเตรปโตคอคคัส ซัลโมเนลล่า และคลอสตริเดียม
อาการที่สำคัญที่สำคัญของโรคอาหารเป็นพิษ คือ การปวดท้อง อาเจียน ถ่ายเป็นน้ำบ่อยครั้ง และถ้าเป็นรุนแรง อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำและเป็นอันตรายได้โดยเฉพาะในเด็กและคนชรา ระยะฟักตัวขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของเชื้อหรือพิษจากเชื้อที่รับเข้าไป แต่โดยทั่วไปมักพบเกิดอาการ 2 ? 6 ชั่วโมง จนถึง 2 ? 3 วัน ประมาณร้อยละ 80 ? 90 เป็นผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงและหายได้ภายใน 2 ? 3 วัน ในผู้ที่มีอาการรุนแรงคือ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้องมาก ดื่มน้ำไม่ได้ ไข้สูง ควรพาไปสถานบริการสาธารณสุขใกล้เคียงโดยเร็ว
สำหรับการป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ ทำได้ดังนี้คือ หน่วยงานท้องถิ่น ให้ปรับปรุงสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ตลาดให้ได้มาตรฐานเพื่อป้องกันการแพร่กระจายโรค ในส่วนประชาชน ควรรักษาสุขอนามัยพื้นฐานโดยการล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ กินอาหารสุก ใหม่ สะอาด หากเป็นผักสดควรล้างให้สะอาด หรือแช่น้ำยาฆ่าเชื้อเช่น ด่างทับทิม และการดูแลความสะอาดเครื่องใช้ในครัว และแยกเก็บอาหารให้ถูกสุขลักษณะ
นายแพทย์โกวิท กล่าวต่อว่า ในส่วนผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขในแต่ละพื้นที่ ควรเตรียมความพร้อมและดำเนินการทีมเครือข่ายทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ทุกระดับให้พร้อม รวมทั้งวัสดุ อุปกรณ์ เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ในการสอบสวนและควบคุมโรค เฝ้าระวังโรคอย่างใกล้ชิดโดยทีมเครือข่ายทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็วระดับตำบล และอาสาสมัครสาธารณสุข ( อสม.) เป็นผู้หาและแจ้งข่าวทันทีที่พบเหตุการณ์ที่มีผู้ป่วยอาหารเป็นพิษที่เกิดขึ้นพร้อมกันมากกว่า 2 คน และสื่อสารความเสี่ยงให้คำแนะนำกับประชาชน และผู้ประกอบอาหารได้รับทราบอย่างทั่วถึงและปฏิบัติได้ถูกต้อง หากทุกหน่วยงานและทุกคนร่วมมือกันตามคำแนะนำข้างต้น ก็จะช่วยลดการป่วยและการแพร่กระจายโรคอาหารเป็นพิษลงได้
ข้อความหลัก " กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือสะอาด ป้องกันโรคอุจาระร่วงและอาหารเป็นพิษ?
กรมควบคุมโรค ห่วงใย อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี
ที่มา http://dpc9.ddc.moph.go.th/crd/news/2555/04_04_fps.html
เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2555 นายแพทย์โกวิท พรรณเชษฐ์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว ปัญหาโรคที่มักจะเกิดขึ้นคือโรคที่มากับอาหารและน้ำ เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงขึ้นทำให้เชื้อโรคโดยเฉพาะแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในอาหารและน้ำสามารถเจริญเติบโตได้รวดเร็ว จนมีปริมาณเพียงพอที่จะก่อให้เกิดโรคได้ หนึ่งในโรคที่พบผู้ป่วยได้บ่อยในฤดูร้อนก็คือ โรคอาหารเป็นพิษ ( Food poisoning )
ปี พ.ศ.2555 นี้ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ( พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ สุโขทัย ตาก ) พบการระบาดของโรคอาหารเป็นพิษ ที่มีการรับประทานอาหารร่วมกันทั้งในโรงเรียน งานเทศกาล และงานพิธีต่าง ๆ รวม 3 ครั้ง ในแต่ละครั้งมีผู้ป่วยมากกว่า 50 คน เนื่องจากในเดือน เมษายน ของทุกปีจะเป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อเฉลิมฉลองงานเทศกาลสงกรานต์เป็นจำนวนมาก ซึ่งมักมีการจัดเลี้ยงอาหารในกลุ่มคนมาก ๆ มักจะมีการรับประทานอาหารที่ปรุงไม่สุก จึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ได้
สาเหตุโรคอาหารเป็นพิษ เกิดจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรคหรือสารพิษที่สร้างจากเชื้อโรค หรือสารพิษอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เชื้อโรค เช่น เห็ดพิษ พืชพิษต่าง ๆ เป็นต้น อาหารเป็นพิษที่เกิดจากเชื้อโรคสามารถติดต่อกันได้ และพบการระบาดเป็นครั้งคราวในหมู่คนที่กินอาหารร่วมกัน เช่น อาหารในโรงเรียน งานเลี้ยงในพิธีและเทศกาลต่าง ๆ เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุสำคัญของอาหารเป็นพิษที่พบได้บ่อยได้แก่เชื้อสแตฟฟิโลคอคคัส สเตรปโตคอคคัส ซัลโมเนลล่า และคลอสตริเดียม
อาการที่สำคัญที่สำคัญของโรคอาหารเป็นพิษ คือ การปวดท้อง อาเจียน ถ่ายเป็นน้ำบ่อยครั้ง และถ้าเป็นรุนแรง อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำและเป็นอันตรายได้โดยเฉพาะในเด็กและคนชรา ระยะฟักตัวขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของเชื้อหรือพิษจากเชื้อที่รับเข้าไป แต่โดยทั่วไปมักพบเกิดอาการ 2 ? 6 ชั่วโมง จนถึง 2 ? 3 วัน ประมาณร้อยละ 80 ? 90 เป็นผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงและหายได้ภายใน 2 ? 3 วัน ในผู้ที่มีอาการรุนแรงคือ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้องมาก ดื่มน้ำไม่ได้ ไข้สูง ควรพาไปสถานบริการสาธารณสุขใกล้เคียงโดยเร็ว
สำหรับการป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ ทำได้ดังนี้คือ หน่วยงานท้องถิ่น ให้ปรับปรุงสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ตลาดให้ได้มาตรฐานเพื่อป้องกันการแพร่กระจายโรค ในส่วนประชาชน ควรรักษาสุขอนามัยพื้นฐานโดยการล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ กินอาหารสุก ใหม่ สะอาด หากเป็นผักสดควรล้างให้สะอาด หรือแช่น้ำยาฆ่าเชื้อเช่น ด่างทับทิม และการดูแลความสะอาดเครื่องใช้ในครัว และแยกเก็บอาหารให้ถูกสุขลักษณะ
นายแพทย์โกวิท กล่าวต่อว่า ในส่วนผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขในแต่ละพื้นที่ ควรเตรียมความพร้อมและดำเนินการทีมเครือข่ายทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ทุกระดับให้พร้อม รวมทั้งวัสดุ อุปกรณ์ เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ในการสอบสวนและควบคุมโรค เฝ้าระวังโรคอย่างใกล้ชิดโดยทีมเครือข่ายทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็วระดับตำบล และอาสาสมัครสาธารณสุข ( อสม.) เป็นผู้หาและแจ้งข่าวทันทีที่พบเหตุการณ์ที่มีผู้ป่วยอาหารเป็นพิษที่เกิดขึ้นพร้อมกันมากกว่า 2 คน และสื่อสารความเสี่ยงให้คำแนะนำกับประชาชน และผู้ประกอบอาหารได้รับทราบอย่างทั่วถึงและปฏิบัติได้ถูกต้อง หากทุกหน่วยงานและทุกคนร่วมมือกันตามคำแนะนำข้างต้น ก็จะช่วยลดการป่วยและการแพร่กระจายโรคอาหารเป็นพิษลงได้
ข้อความหลัก " กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือสะอาด ป้องกันโรคอุจาระร่วงและอาหารเป็นพิษ?
กรมควบคุมโรค ห่วงใย อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี
ที่มา http://dpc9.ddc.moph.go.th/crd/news/2555/04_04_fps.html
เตือนหน้าร้อน เดินทาง ฉลองเทศกาล เด็กเล็ก ผู้สูงอายเสี่ยงป่ว
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- กินยา 1 ช้อนชาเท่ากับกี่ซีซี cc - 1 ช้อนชา เท่ากับกี่ ml - 1 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ กี่ ml กี่ cc หรือ กี่ช้อนชา กี่กรัม (651,135 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (29 views)
- โรคติดต่อนำโดยแมลงที่พบในประเทศไทย รู้ทัน ป้องกันได้ (7 views)
- เตือนภัยน้ำท่วมอุทกภัย รู้ทัน เตรียมพร้อม ลดการสูญเสีย (8 views)
- "ไม่สูบบุหรี่" ก็เป็นมะเร็งปอดได้ แพทย์เตือนพบผู้ป่วยอายุน้อยตั้งแต่วัย 35 ปีเพิ่มขึ้น (14 views)
- “มะเร็งไต” (Renal Cell Carcinoma) : รู้ไว ตรวจพบเร็ว รักษาได้ เช็ก 5 กลุ่มเสี่ยงและ 3 สัญญาณเตือน ก่อนสายเกินแก้ (21 views)
- คนส่วนใหญ่มักแยก "ยุงลายสวน" กับ "ยุงลายบ้าน" ไม่ออก เรื่องของยุง ที่คุณอาจยังไม่รู้! (28 views)
- ไวรัสตับอักเสบ ซี... รักษาให้หายขาดได้ ไวรัสตับอักเสบ บี... ควบคุมได้และป้องกันได้ (16 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
