เผยคนไทยถูกสุนัขกัดปีละเฉียด 4 แสนตายเกือบ 20 ด้วยโรคพิษสุนั
- pr_dpc9 ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 ก.ย. 2011 3:14 am
เผยคนไทยถูกสุนัขกัดปีละเฉียด 4 แสนตายเกือบ 20 ด้วยโรคพิษสุนั
เผยคนไทยถูกสุนัขกัดปีละเฉียด 4 แสนตายเกือบ 20 ด้วยโรคพิษสุนัขบ้า วอนร่วมมือป้องกันก่อนเสี่ยง
เภสัชกรเชิดเกียรติ แกล้วกสิกิจ หัวหน้ากลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก กรมควบคุมโรค เผยว่า โรคพิษสุนัขบ้า หรือที่นิยมเรียกว่าโรคกลัวน้ำ เป็นโรคติดเชื้อของระบบประสาทส่วนกลางที่มีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต จัดเป็นติดต่อจากสัตว์สู่คนที่เป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขที่ทำให้คนและสัตว์ป่วยและเสียชีวิตด้วยความทรมานทุกราย พาหะนำโรคที่สำคัญ คือ สุนัข รองลงมาคือแมว โดยเชื้อไวรัสออกมากับน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ และเข้าสู่ร่างกายคนทางบาดแผลที่สัตว์กัดหรือข่วน บางครั้งพบว่าเชื้อสามารถเข้าทางบาดแผลที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ ตามผิวหนัง หรือเข้าเยื่อบุของตา ปาก จมูก ที่ไม่มีแผล หรือรอยฉีกขาด
พบว่าในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าทั่วโลกปีละกว่า 55,000 ราย ในประเทศไทยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันควบคุมป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างต่อเนื่อง กรมควบคุมโรค คาดการณ์ว่ามีผู้ถูกสุนัขกัดถึงประมาณ 300,000 - 400,000 รายต่อปี เสียชีวิตประมาณ 15-20 รายต่อปี โดยในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมาพบผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าไปแล้วรวมจำนวน 54 ราย ทำให้รัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณในการควบคุมป้องกันโรคทั้งในคนและสัตว์มากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี ยังไม่นับรวมค่าความเสียหายและผลกระทบด้านอื่นๆ ที่ตามมาอีกเป็นจำนวนมาก เหตุผลเนื่องมาจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสุนัข และแมวยังดำเนินการได้ไม่ถึงร้อยละ 80 ของจำนวนสัตว์เลี้ยงทั้งหมด อีกทั้งยังมีการปล่อยทิ้งสุนัขในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้มีจำนวนสุนัขจรจัดเพิ่มมากขึ้น และประชาชนบางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการควบคุมป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ และองค์การอนามัยโลก ได้กำหนดเป้าหมายร่วมกันที่จะทำให้ทุกประเทศกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปภายในปี พ.ศ.2563 ดังนั้น กรมควบคุมโรค และ กรมปศุสัตว์ จึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าประจำปี 2555 ขึ้นพร้อมกันทั้งประเทศ ในช่วงระหว่างวันที่ 1 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2555 โดยเน้นการส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นศูนย์กลางในการดำเนินงานตามกิจกรรม ต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ให้สุนัข แมว ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างต่อเนื่อง ควบคุมและลดจำนวนประชากรสุนัข แมว มีและไม่มีเจ้าของ ฉีดวัคซีนสุนัขและแมวในพื้นที่เสี่ยง หรือในที่สาธารณะ เช่น วัด โรงเรียน ตลาดแหล่งชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ราชการ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจและตะหนักถึงอันตรายจากโรคพิษสุนัขบ้า รวมทั้งสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเลี้ยงสุนัขอย่างถูกวิธี
เภสัชกรเชิดเกียรติ ยังกล่าวต่อว่า ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการรณรงค์โครงการนี้ คือ เกิดความร่วมมือประสานงานกันทั้งภาครัฐและเอกชน ให้สุนัข แมว ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศในเวลาเดียวกัน ประชาชนในชุมชนให้ความสำคัญในการเลี้ยงและดูแลสุนัขและแมว อย่างถูกวิธีและเห็นความสำคัญในการนำสุนัขและแมว ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ลดปัญหาการเพิ่มจำนวนของสุนัขจรจัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนเห็นความสำคัญ และให้ความร่วมมือในการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า ออกข้อบัญญัติท้องถิ่น เทศบัญญัติ ส่งเสริมการใช้กฎหมายเพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า
หัวใจสำคัญของการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า คือ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้ครอบคลุมจำนวนประชากรสัตว์ทั้งหมดมากที่สุด การควบคุมการเพิ่มของจำนวนประชากรสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคพิษสุนัขบ้า ควบคู่ไปกับให้ความรู้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง และการร่วมมือกันอย่างแท้จริงจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในส่วนประชาชนให้ระวังบุตรหลานเด็กอายุ 5-9 ปี และผู้สูงอายุ ในการเล่นหรือคลุกคลีกับสุนัขหรือแมว ไม่ยั่วยุให้สุนัขโมโห แต่หากผู้ใดถูกสุนัขหรือแมวกัดหรือข่วนต้องรีบล้างแผลด้วยสบู่ และน้ำสะอาดให้ลึกถึงก้นแผล และใส่ยาฆ่าเชื้อโรค เช่น เบตาดีน เพื่อกำจัดเชื้อไวรัสที่แผลโดยเร็ว แล้วรีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทันที และถ้าทำได้ควรติดตามดูอาการสุนัขหรือแมวนั้น 10 วัน หากยังปกติอยู่รีบแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อหยุดฉีดวัคซีนได้
ข้อความหลัก " ถูกกัดต้องล้างแผล ใส่ยา กักหมา หาหมอ ฉีดต่อจนครบ ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า
กรมควบคุมโรค ห่วงใย อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี
ที่มา http://dpc9.ddc.moph.go.th/crd/news/tv/ ... abies.html
เภสัชกรเชิดเกียรติ แกล้วกสิกิจ หัวหน้ากลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก กรมควบคุมโรค เผยว่า โรคพิษสุนัขบ้า หรือที่นิยมเรียกว่าโรคกลัวน้ำ เป็นโรคติดเชื้อของระบบประสาทส่วนกลางที่มีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต จัดเป็นติดต่อจากสัตว์สู่คนที่เป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขที่ทำให้คนและสัตว์ป่วยและเสียชีวิตด้วยความทรมานทุกราย พาหะนำโรคที่สำคัญ คือ สุนัข รองลงมาคือแมว โดยเชื้อไวรัสออกมากับน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ และเข้าสู่ร่างกายคนทางบาดแผลที่สัตว์กัดหรือข่วน บางครั้งพบว่าเชื้อสามารถเข้าทางบาดแผลที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ ตามผิวหนัง หรือเข้าเยื่อบุของตา ปาก จมูก ที่ไม่มีแผล หรือรอยฉีกขาด
พบว่าในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าทั่วโลกปีละกว่า 55,000 ราย ในประเทศไทยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันควบคุมป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างต่อเนื่อง กรมควบคุมโรค คาดการณ์ว่ามีผู้ถูกสุนัขกัดถึงประมาณ 300,000 - 400,000 รายต่อปี เสียชีวิตประมาณ 15-20 รายต่อปี โดยในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมาพบผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าไปแล้วรวมจำนวน 54 ราย ทำให้รัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณในการควบคุมป้องกันโรคทั้งในคนและสัตว์มากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี ยังไม่นับรวมค่าความเสียหายและผลกระทบด้านอื่นๆ ที่ตามมาอีกเป็นจำนวนมาก เหตุผลเนื่องมาจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสุนัข และแมวยังดำเนินการได้ไม่ถึงร้อยละ 80 ของจำนวนสัตว์เลี้ยงทั้งหมด อีกทั้งยังมีการปล่อยทิ้งสุนัขในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้มีจำนวนสุนัขจรจัดเพิ่มมากขึ้น และประชาชนบางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการควบคุมป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ และองค์การอนามัยโลก ได้กำหนดเป้าหมายร่วมกันที่จะทำให้ทุกประเทศกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปภายในปี พ.ศ.2563 ดังนั้น กรมควบคุมโรค และ กรมปศุสัตว์ จึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าประจำปี 2555 ขึ้นพร้อมกันทั้งประเทศ ในช่วงระหว่างวันที่ 1 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2555 โดยเน้นการส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นศูนย์กลางในการดำเนินงานตามกิจกรรม ต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ให้สุนัข แมว ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างต่อเนื่อง ควบคุมและลดจำนวนประชากรสุนัข แมว มีและไม่มีเจ้าของ ฉีดวัคซีนสุนัขและแมวในพื้นที่เสี่ยง หรือในที่สาธารณะ เช่น วัด โรงเรียน ตลาดแหล่งชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ราชการ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจและตะหนักถึงอันตรายจากโรคพิษสุนัขบ้า รวมทั้งสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเลี้ยงสุนัขอย่างถูกวิธี
เภสัชกรเชิดเกียรติ ยังกล่าวต่อว่า ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการรณรงค์โครงการนี้ คือ เกิดความร่วมมือประสานงานกันทั้งภาครัฐและเอกชน ให้สุนัข แมว ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศในเวลาเดียวกัน ประชาชนในชุมชนให้ความสำคัญในการเลี้ยงและดูแลสุนัขและแมว อย่างถูกวิธีและเห็นความสำคัญในการนำสุนัขและแมว ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ลดปัญหาการเพิ่มจำนวนของสุนัขจรจัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนเห็นความสำคัญ และให้ความร่วมมือในการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า ออกข้อบัญญัติท้องถิ่น เทศบัญญัติ ส่งเสริมการใช้กฎหมายเพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า
หัวใจสำคัญของการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า คือ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้ครอบคลุมจำนวนประชากรสัตว์ทั้งหมดมากที่สุด การควบคุมการเพิ่มของจำนวนประชากรสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคพิษสุนัขบ้า ควบคู่ไปกับให้ความรู้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง และการร่วมมือกันอย่างแท้จริงจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในส่วนประชาชนให้ระวังบุตรหลานเด็กอายุ 5-9 ปี และผู้สูงอายุ ในการเล่นหรือคลุกคลีกับสุนัขหรือแมว ไม่ยั่วยุให้สุนัขโมโห แต่หากผู้ใดถูกสุนัขหรือแมวกัดหรือข่วนต้องรีบล้างแผลด้วยสบู่ และน้ำสะอาดให้ลึกถึงก้นแผล และใส่ยาฆ่าเชื้อโรค เช่น เบตาดีน เพื่อกำจัดเชื้อไวรัสที่แผลโดยเร็ว แล้วรีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทันที และถ้าทำได้ควรติดตามดูอาการสุนัขหรือแมวนั้น 10 วัน หากยังปกติอยู่รีบแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อหยุดฉีดวัคซีนได้
ข้อความหลัก " ถูกกัดต้องล้างแผล ใส่ยา กักหมา หาหมอ ฉีดต่อจนครบ ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า
กรมควบคุมโรค ห่วงใย อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี
ที่มา http://dpc9.ddc.moph.go.th/crd/news/tv/ ... abies.html
เผยคนไทยถูกสุนัขกัดปีละเฉียด 4 แสนตายเกือบ 20 ด้วยโรคพิษสุนั
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- กินยา 1 ช้อนชาเท่ากับกี่ซีซี cc - 1 ช้อนชา เท่ากับกี่ ml - 1 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ กี่ ml กี่ cc หรือ กี่ช้อนชา กี่กรัม (651,110 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (28 views)
- โรคติดต่อนำโดยแมลงที่พบในประเทศไทย รู้ทัน ป้องกันได้ (7 views)
- เตือนภัยน้ำท่วมอุทกภัย รู้ทัน เตรียมพร้อม ลดการสูญเสีย (8 views)
- "ไม่สูบบุหรี่" ก็เป็นมะเร็งปอดได้ แพทย์เตือนพบผู้ป่วยอายุน้อยตั้งแต่วัย 35 ปีเพิ่มขึ้น (14 views)
- “มะเร็งไต” (Renal Cell Carcinoma) : รู้ไว ตรวจพบเร็ว รักษาได้ เช็ก 5 กลุ่มเสี่ยงและ 3 สัญญาณเตือน ก่อนสายเกินแก้ (21 views)
- คนส่วนใหญ่มักแยก "ยุงลายสวน" กับ "ยุงลายบ้าน" ไม่ออก เรื่องของยุง ที่คุณอาจยังไม่รู้! (28 views)
- ไวรัสตับอักเสบ ซี... รักษาให้หายขาดได้ ไวรัสตับอักเสบ บี... ควบคุมได้และป้องกันได้ (16 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
