กรมการแพทย์ห่วงประชาชนปราจีนบุรี แนะเลี่ยงใช้น้ำสงสัยปนเปื้อนอะลูมิเนียม ย้ำต้มไม่ช่วยกำจัด
- Health News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 11:50 am
กรมการแพทย์ห่วงประชาชนปราจีนบุรี แนะเลี่ยงใช้น้ำสงสัยปนเปื้อนอะลูมิเนียม ย้ำต้มไม่ช่วยกำจัด
กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานีแนะประชาชนดูแลสุขภาพ หลังมีรายงานการตรวจพบอะลูมิเนียมในแม่น้ำปราจีนบุรี ขอให้ติดตามประกาศคุณภาพน้ำจากหน่วยงานในพื้นที่ หลีกเลี่ยงนำน้ำที่สงสัยปนเปื้อนมาใช้ดื่มและประกอบอาหาร ย้ำการตรวจพบสารในน้ำไม่ได้หมายความว่าผู้สัมผัสจะเกิดพิษทุกราย โดยผู้ป่วยโรคไตควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เปิดเผยว่า จากกรณีมีรายงานการตรวจพบอะลูมิเนียมในแม่น้ำปราจีนบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำและจำเป็นต้องใช้น้ำในชีวิตประจำวัน กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี จึงให้คำแนะนำในการป้องกันและสังเกตอาการ เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ
อะลูมิเนียมเป็นโลหะที่พบได้ตามธรรมชาติในดินและหิน และอาจปนเปื้อนในแหล่งน้ำจากกิจกรรมอุตสาหกรรมหรือน้ำเสียได้ อย่างไรก็ตาม การตรวจพบอะลูมิเนียมในน้ำไม่ได้หมายความว่าประชาชนที่สัมผัสน้ำจะเกิดพิษทุกราย ต้องพิจารณาว่าได้รับสารมากเพียงใด ได้รับผ่านช่องทางใด และนานเท่าใด รวมถึงสุขภาพของแต่ละบุคคล ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่ และหลีกเลี่ยงนำน้ำที่สงสัยปนเปื้อนมาใช้ดื่ม ประกอบอาหาร ล้างผักผลไม้ หรือแปรงฟัน จนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย โดยการต้มน้ำไม่สามารถกำจัดอะลูมิเนียมและโลหะหนักที่ละลายในน้ำได้
นพ.ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผอ.รพ.นพรัตนราชธานี กล่าวเพิ่มเติม อะลูมิเนียมที่เข้าสู่ร่างกายจากอาหารและน้ำส่วนใหญ่ไม่ถูกดูดซึม ส่วนที่ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดจะถูกขับออกทางไต ขณะที่การดูดซึมผ่านผิวหนังเกิดขึ้นได้น้อยมาก หากได้รับในปริมาณสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตที่ขับสารออกได้ลดลง อาจเกิดการสะสมและส่งผลต่อระบบประสาท กระดูก และกล้ามเนื้อ เช่น ความจำหรือการรับรู้ผิดปกติ ปวดกระดูก และกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผลกระทบเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับการสะสมในปริมาณสูง ไม่ใช่อาการที่คาดว่าจะเกิดจากการสัมผัสน้ำเพียงครั้งเดียว
หากดื่มหรือสัมผัสน้ำที่สงสัยปนเปื้อนแล้วมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หรือระคายเคืองผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำ เพราะอาการดังกล่าวอาจเกิดจากสารปนเปื้อนชนิดอื่นร่วมด้วย ไม่สามารถสรุปว่าเกิดจากอะลูมิเนียมโดยตรง หากมีอาการรุนแรง เช่น ซึม สับสน ชัก หรือหายใจลำบาก ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที
ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำหรือสัมผัสน้ำและตะกอนดินในบริเวณที่มีประกาศแจ้งเตือน หากจำเป็นต้องทำงานในพื้นที่ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม หลังสัมผัสน้ำให้ล้างผิวหนังด้วยน้ำสะอาดและสบู่ พร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกหรือเปื้อน และไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าช่วย “ขับสารพิษ” มาใช้เอง เพราะอาจไม่ได้ประโยชน์และเกิดอันตรายได้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โทร. 02-548-1000 ต่อ 5706 หรือ 5713

อะลูมิเนียมเป็นโลหะที่พบได้ตามธรรมชาติในดินและหิน และอาจปนเปื้อนในแหล่งน้ำจากกิจกรรมอุตสาหกรรมหรือน้ำเสียได้ อย่างไรก็ตาม การตรวจพบอะลูมิเนียมในน้ำไม่ได้หมายความว่าประชาชนที่สัมผัสน้ำจะเกิดพิษทุกราย ต้องพิจารณาว่าได้รับสารมากเพียงใด ได้รับผ่านช่องทางใด และนานเท่าใด รวมถึงสุขภาพของแต่ละบุคคล ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่ และหลีกเลี่ยงนำน้ำที่สงสัยปนเปื้อนมาใช้ดื่ม ประกอบอาหาร ล้างผักผลไม้ หรือแปรงฟัน จนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย โดยการต้มน้ำไม่สามารถกำจัดอะลูมิเนียมและโลหะหนักที่ละลายในน้ำได้
นพ.ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผอ.รพ.นพรัตนราชธานี กล่าวเพิ่มเติม อะลูมิเนียมที่เข้าสู่ร่างกายจากอาหารและน้ำส่วนใหญ่ไม่ถูกดูดซึม ส่วนที่ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดจะถูกขับออกทางไต ขณะที่การดูดซึมผ่านผิวหนังเกิดขึ้นได้น้อยมาก หากได้รับในปริมาณสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตที่ขับสารออกได้ลดลง อาจเกิดการสะสมและส่งผลต่อระบบประสาท กระดูก และกล้ามเนื้อ เช่น ความจำหรือการรับรู้ผิดปกติ ปวดกระดูก และกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผลกระทบเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับการสะสมในปริมาณสูง ไม่ใช่อาการที่คาดว่าจะเกิดจากการสัมผัสน้ำเพียงครั้งเดียว
หากดื่มหรือสัมผัสน้ำที่สงสัยปนเปื้อนแล้วมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หรือระคายเคืองผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำ เพราะอาการดังกล่าวอาจเกิดจากสารปนเปื้อนชนิดอื่นร่วมด้วย ไม่สามารถสรุปว่าเกิดจากอะลูมิเนียมโดยตรง หากมีอาการรุนแรง เช่น ซึม สับสน ชัก หรือหายใจลำบาก ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที
ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำหรือสัมผัสน้ำและตะกอนดินในบริเวณที่มีประกาศแจ้งเตือน หากจำเป็นต้องทำงานในพื้นที่ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม หลังสัมผัสน้ำให้ล้างผิวหนังด้วยน้ำสะอาดและสบู่ พร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกหรือเปื้อน และไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าช่วย “ขับสารพิษ” มาใช้เอง เพราะอาจไม่ได้ประโยชน์และเกิดอันตรายได้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โทร. 02-548-1000 ต่อ 5706 หรือ 5713
กรมการแพทย์ห่วงประชาชนปราจีนบุรี แนะเลี่ยงใช้น้ำสงสัยปนเปื้อนอะลูมิเนียม ย้ำต้มไม่ช่วยกำจัด
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
- อย. สรุปความสำเร็จ “ThaiFDA WELLNEXT 2026” เปิดโอกาสธุรกิจสุขภาพ ต่อยอดนวัตกรรมไทยสู่ความเชื่อมั่นระดับโลก (4 views)
- เดินหน้านโยบาย Medical Investment Hub ผลักดันสถาบันโรคทรวงอกสู่ศูนย์กลาง ด้านการฝึกอบรมนานาชาติระดับอาเซียน (4 views)
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3 (415 views)
- กรมควบคุมโรค ย้ำโรคมือเท้าปากส่วนใหญ่หายได้ อาการรุนแรงในเด็กเล็ก หากไข้สูงไม่ลด ซึม ชัก หรือหายใจหอบ ให้รีบพาไปพบแพทย์ (371 views)
- ราชวิถี ก้าวสู่การรักษา OSA ด้วยการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 12 สำเร็จรายแรกของโรงพยาบาลราชวิถี (412 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู 4 แนวทางแพทย์แผนจีน ผสานแผนปัจจุบันสู้ภัยอัลไซเมอร์ผู้สูงอายุ รับวันอัลไซเมอร์โลก (401 views)
- สธ. เปิดใช้ระบบ “PHR Emergency” รับสถานการณ์น้ำท่วม ใน 22 จังหวัด และพื้นที่เกี่ยวข้อง เชื่อมประวัติสุขภาพ (407 views)
- รพ.เลิดสิน กรมการแพทย์เปิดบริการด้านเวชศาสตร์การกีฬา พร้อมชูศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา (439 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
