กรมการแพทย์ แนะนำแนวทางการทานอาหารเจที่เหมาะสมกับวัยสูงอายุ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
- Health Topics ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 26 ธ.ค. 2025 6:14 pm
กรมการแพทย์ แนะนำแนวทางการทานอาหารเจที่เหมาะสมกับวัยสูงอายุ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะนำแนวทางการทานอาหารเจที่เหมาะสมกับวัยสูงอายุ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
ช่วงเทศกาลกินเจประจำปี พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 10–18 ตุลาคม 2569 นี้ วงการสุขภาพและการแพทย์ชั้นนำร่วมรณรงค์ให้ผู้สูงอายุร่วมถือศีลกินเจอย่างปลอดภัยและยั่งยืน โดยเน้นปรับเมนูอาหารเจให้เหมาะสมกับสรีรวิทยาวัยสูงอายุ เพื่อเปลี่ยนภาพจำอาหารเจแป้งสูง-รสเค็มจัด ให้เป็นมื้ออาหารเพื่อการส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว เนื่องจากการรับประทานอาหารเจในผู้สูงอายุมีข้อควรระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากระบบการย่อยอาหาร มวลกล้ามเนื้อ และความหนาแน่นของกระดูกลดลงตามวัย ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจึงแนะนำแนวทางการบริโภคอาหารเจอย่างยั่งยืน
นพ.พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ห่วงใยคุณภาพชีวิตด้านโภชนาการในผู้สูงอายุต้อนรับเทศกาลกินเจอย่างยั่งยืน ชูแนวคิด “อิ่มบุญ สุขภาพดี” ชวนผู้สูงวัยบริโภคเจถูกหลักโภชนาการ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยาวนาน ความสำคัญของการส่งเสริมโภชนาการของอาหารเจที่ถูกต้องในผู้สูงวัย ไม่เพียงแต่ช่วยให้อิ่มบุญตามเจตนารมณ์ของเทศกาลเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการชะลอความเสื่อมของร่างกาย ป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนในสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์
พญ.บุษกร โลหารชุน ผอ.สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กล่าวต่อว่า จุดสำคัญควรรับประทานให้ครบ 5 หมู่เพื่อสุขภาพร่างกายที่ยั่งยืนโดยแนะนำ เคล็ด(ไม่)ลับสูงวัย ทานอาหารเจ อิ่มบุญ สุขกาย สบายใจ เน้นโปรตีนจากพืช หรือโปรตีนย่อยง่าย คุณภาพสูง: ปรับจากการใช้แป้งแปรรูปมาเป็นเต้าหู้ ถั่วเหลือง ถั่วห้าสี และพืชตระกูลถั่ว และนมถั่วเหลือง เพื่อป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและลดอาการท้องอืด ลดหวาน มัน และเค็ม ลดการใช้เครื่องปรุงรสเค็มจัด ลดอาหารทอดน้ำมันซ้ำ และเลือกใช้ไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันรำข้าวโดยเน้นการต้ม นึ่ง ย่าง เพื่อป้องกันโรคไต โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือด เลี่ยงเนื้อสัตว์เทียมรสจัดลดอาหารแปรรูปที่ปรุงรสมากและมีโซเดียมสูง โดยแนะนำให้ทำอาหารสด เติมวิตามินเพิ่มใยอาหาร: ทานผักใบเขียว : เห็ด, ผลไม้ไม่หวานจัด, ข้าวไม่ขัดสี เพื่อช่วยระบบขับถ่ายเสริม แคลเซียม: ทานผักคะน้า, บรอกโคลี, งาดำ,งาขาว และผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม เพื่อบำรุงกระดูก การเลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน : ทานข้าวกล้อง, เผือก, มันเทศ, ธัญพืช เพื่อให้พลังงานยาวนานและช่วยควบคุมระดับน้ำตาล รวมถึงพิจารณาการเสริมวิตามิน B12 ตามคำแนะนำแพทย์
ข้อแนะนำเพิ่มเติมออกกำลังกาย เช่น การเดินเบาๆหลังอาหารเพื่อเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและส่งเสริมกล้ามเนื้อ อย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ และใช้เวลาครั้งละอย่างน้อย 15 นาที และทุกๆ30 นาทีควรมีการปรับเปลี่ยนท่าทางหรือเคลื่อนไหวร่างกายอย่างน้อย 3-5 นาที เพื่อลดการเกิดภาวะทุพพลภาพในการใช้ชีวิต
ช่วงเทศกาลกินเจประจำปี พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 10–18 ตุลาคม 2569 นี้ วงการสุขภาพและการแพทย์ชั้นนำร่วมรณรงค์ให้ผู้สูงอายุร่วมถือศีลกินเจอย่างปลอดภัยและยั่งยืน โดยเน้นปรับเมนูอาหารเจให้เหมาะสมกับสรีรวิทยาวัยสูงอายุ เพื่อเปลี่ยนภาพจำอาหารเจแป้งสูง-รสเค็มจัด ให้เป็นมื้ออาหารเพื่อการส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว เนื่องจากการรับประทานอาหารเจในผู้สูงอายุมีข้อควรระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากระบบการย่อยอาหาร มวลกล้ามเนื้อ และความหนาแน่นของกระดูกลดลงตามวัย ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจึงแนะนำแนวทางการบริโภคอาหารเจอย่างยั่งยืน

พญ.บุษกร โลหารชุน ผอ.สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กล่าวต่อว่า จุดสำคัญควรรับประทานให้ครบ 5 หมู่เพื่อสุขภาพร่างกายที่ยั่งยืนโดยแนะนำ เคล็ด(ไม่)ลับสูงวัย ทานอาหารเจ อิ่มบุญ สุขกาย สบายใจ เน้นโปรตีนจากพืช หรือโปรตีนย่อยง่าย คุณภาพสูง: ปรับจากการใช้แป้งแปรรูปมาเป็นเต้าหู้ ถั่วเหลือง ถั่วห้าสี และพืชตระกูลถั่ว และนมถั่วเหลือง เพื่อป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและลดอาการท้องอืด ลดหวาน มัน และเค็ม ลดการใช้เครื่องปรุงรสเค็มจัด ลดอาหารทอดน้ำมันซ้ำ และเลือกใช้ไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันรำข้าวโดยเน้นการต้ม นึ่ง ย่าง เพื่อป้องกันโรคไต โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือด เลี่ยงเนื้อสัตว์เทียมรสจัดลดอาหารแปรรูปที่ปรุงรสมากและมีโซเดียมสูง โดยแนะนำให้ทำอาหารสด เติมวิตามินเพิ่มใยอาหาร: ทานผักใบเขียว : เห็ด, ผลไม้ไม่หวานจัด, ข้าวไม่ขัดสี เพื่อช่วยระบบขับถ่ายเสริม แคลเซียม: ทานผักคะน้า, บรอกโคลี, งาดำ,งาขาว และผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม เพื่อบำรุงกระดูก การเลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน : ทานข้าวกล้อง, เผือก, มันเทศ, ธัญพืช เพื่อให้พลังงานยาวนานและช่วยควบคุมระดับน้ำตาล รวมถึงพิจารณาการเสริมวิตามิน B12 ตามคำแนะนำแพทย์
ข้อแนะนำเพิ่มเติมออกกำลังกาย เช่น การเดินเบาๆหลังอาหารเพื่อเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและส่งเสริมกล้ามเนื้อ อย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ และใช้เวลาครั้งละอย่างน้อย 15 นาที และทุกๆ30 นาทีควรมีการปรับเปลี่ยนท่าทางหรือเคลื่อนไหวร่างกายอย่างน้อย 3-5 นาที เพื่อลดการเกิดภาวะทุพพลภาพในการใช้ชีวิต
กรมการแพทย์ แนะนำแนวทางการทานอาหารเจที่เหมาะสมกับวัยสูงอายุ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (60 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (61 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (95 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (150 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (144 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (134 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (123 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (115 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google Adsense [Bot], GoogleBot 66.249. และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน
