กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เร่งเฝ้าระวัง ป้องกันโรคไข้เลือดออกในศูนย์พักพิงชั่วคราวชายแดนไทย–กัมพูชา
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เร่งเฝ้าระวัง ป้องกันโรคไข้เลือดออกในศูนย์พักพิงชั่วคราวชายแดนไทย–กัมพูชา
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคติดต่อในศูนย์พักพิงชั่วคราวอย่างใกล้ชิด เร่งดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกในศูนย์พักพิงชั่วคราว จากสถานการณ์พื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากอพยพเข้าพักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวและอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อนำโดยยุงลาย
16 ธันวาคม 2568-นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว กรมควบคุมโรคได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคไข้เลือดออก เพื่อลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยและป้องกันการระบาดในกลุ่มประชาชน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางที่พักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว
มาตรการสำคัญที่กรมควบคุมโรคร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ ประกอบด้วย
1. กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย สำรวจพื้นที่และเก็บกวาดขยะ รวมถึงจัดการแหล่งน้ำขัง
2. เฝ้าระวัง ติดตาม และรายงานผู้ป่วยในพื้นที่ศูนย์พักพิงอย่างเป็นระบบ
3. วิเคราะห์สถานการณ์โรคเพื่อกำหนดพื้นที่เสี่ยงและวางแผนควบคุมโรคได้อย่างตรงจุด
4. ควบคุมยุงตัวเต็มวัย ด้วยการพ่นสารเคมีในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยหรือพื้นที่ที่มีค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายสูง
5. เฝ้าระวังอาการผู้ป่วย โดยให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและสถานพยาบาลในพื้นที่ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
6. ตรวจคัดกรองด้วยชุดตรวจไข้เลือดออกแบบรวดเร็ว (Dengue NS1) เพื่อช่วยให้วินิจฉัยโรคได้รวดเร็วภายใน 5 วันหลังเริ่มมีอาการ
7. สื่อสารความเสี่ยงเชิงรุก ให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันยุงกัด การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และการสังเกตอาการของโรคไข้เลือดออก
8. ป้องกันยุงกัดในศูนย์พักพิง ด้วยการติดตั้งมุ้งลวด ตาข่ายกันยุง และแจกผลิตภัณฑ์ทากันยุง รวมถึงมุ้งครอบ
9. ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 72 ชั่วโมงแรก เพื่อควบคุมโรคได้อย่างทันท่วงที
กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือประชาชนที่พักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว ป้องกันตนเองไม่ให้ยุงกัด โดยทาผลิตภัณฑ์กันยุงในบริเวณที่พ้นจากเสื้อผ้า สวมเสื้อผ้ามิดชิด นอนในมุ้ง หรือใช้อุปกรณ์กำจัดยุง และหมั่นสังเกตอาการของตนเองและคนในครอบครัว หากมีไข้สูง ปวดข้อ มีผื่น หรือสงสัยว่าเป็นโรคไข้เลือดออก ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือไดโคลฟีแนค โดยให้ใช้ยาพาราเซตามอลแทน ดื่มน้ำมาก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคจะดำเนินการอย่างเต็มที่ในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนในการดูแลสุขภาพและร่วมกันลดความเสี่ยงการเกิดโรคติดต่อนำโดยแมลง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
16 ธันวาคม 2568-นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว กรมควบคุมโรคได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคไข้เลือดออก เพื่อลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยและป้องกันการระบาดในกลุ่มประชาชน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางที่พักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว
มาตรการสำคัญที่กรมควบคุมโรคร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ ประกอบด้วย
1. กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย สำรวจพื้นที่และเก็บกวาดขยะ รวมถึงจัดการแหล่งน้ำขัง
2. เฝ้าระวัง ติดตาม และรายงานผู้ป่วยในพื้นที่ศูนย์พักพิงอย่างเป็นระบบ
3. วิเคราะห์สถานการณ์โรคเพื่อกำหนดพื้นที่เสี่ยงและวางแผนควบคุมโรคได้อย่างตรงจุด
4. ควบคุมยุงตัวเต็มวัย ด้วยการพ่นสารเคมีในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยหรือพื้นที่ที่มีค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายสูง
5. เฝ้าระวังอาการผู้ป่วย โดยให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและสถานพยาบาลในพื้นที่ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
6. ตรวจคัดกรองด้วยชุดตรวจไข้เลือดออกแบบรวดเร็ว (Dengue NS1) เพื่อช่วยให้วินิจฉัยโรคได้รวดเร็วภายใน 5 วันหลังเริ่มมีอาการ
7. สื่อสารความเสี่ยงเชิงรุก ให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันยุงกัด การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และการสังเกตอาการของโรคไข้เลือดออก
8. ป้องกันยุงกัดในศูนย์พักพิง ด้วยการติดตั้งมุ้งลวด ตาข่ายกันยุง และแจกผลิตภัณฑ์ทากันยุง รวมถึงมุ้งครอบ
9. ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 72 ชั่วโมงแรก เพื่อควบคุมโรคได้อย่างทันท่วงที
กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือประชาชนที่พักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว ป้องกันตนเองไม่ให้ยุงกัด โดยทาผลิตภัณฑ์กันยุงในบริเวณที่พ้นจากเสื้อผ้า สวมเสื้อผ้ามิดชิด นอนในมุ้ง หรือใช้อุปกรณ์กำจัดยุง และหมั่นสังเกตอาการของตนเองและคนในครอบครัว หากมีไข้สูง ปวดข้อ มีผื่น หรือสงสัยว่าเป็นโรคไข้เลือดออก ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือไดโคลฟีแนค โดยให้ใช้ยาพาราเซตามอลแทน ดื่มน้ำมาก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคจะดำเนินการอย่างเต็มที่ในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนในการดูแลสุขภาพและร่วมกันลดความเสี่ยงการเกิดโรคติดต่อนำโดยแมลง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เร่งเฝ้าระวัง ป้องกันโรคไข้เลือดออกในศูนย์พักพิงชั่วคราวชายแดนไทย–กัมพูชา
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
- ราชวิถี ก้าวสู่การรักษา OSA ด้วยการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 12 สำเร็จรายแรกของโรงพยาบาลราชวิถี (94 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู 4 แนวทางแพทย์แผนจีน ผสานแผนปัจจุบันสู้ภัยอัลไซเมอร์ผู้สูงอายุ รับวันอัลไซเมอร์โลก (99 views)
- สธ. เปิดใช้ระบบ “PHR Emergency” รับสถานการณ์น้ำท่วม ใน 22 จังหวัด และพื้นที่เกี่ยวข้อง เชื่อมประวัติสุขภาพ (87 views)
- รพ.เลิดสิน กรมการแพทย์เปิดบริการด้านเวชศาสตร์การกีฬา พร้อมชูศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา (149 views)
- นวัตกรรมเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ เพื่อการผลิตกายอุปกรณ์เสริมเฉพาะรายบุคคล ในผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางการเคลื่อนไหว (123 views)
- ปลัด สธ. หารือร่วม 6 ราชวิทยาลัยฯ ปรับหลักสูตรแพทย์ประจำบ้าน เน้นตอบโจทย์หน้างานจริง (125 views)
- อย. ยัน น้ำดื่มขวด PET ปลอดภัย ไร้สารก่อมะเร็ง BPA เป็นส่วนผสม (119 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู "ตรีผลา" สุดยอดสมุนไพรปรับธาตุ งานวิจัยระดับสากลยืนยันช่วยคุมน้ำหนัก ลดน้ำตาลในเลือด (118 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
