ฝุ่น PM 2.5 ภัยเงียบสุขภาพทำลาย “ปอด” รู้ทันสัญญาณเตือนก่อนสายเกินแก้
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
ฝุ่น PM 2.5 ภัยเงียบสุขภาพทำลาย “ปอด” รู้ทันสัญญาณเตือนก่อนสายเกินแก้
กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอก เตือนประชาชนระวังผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและสุขภาพ โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ควรลดกิจกรรมกลางแจ้งและติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หากพบอาการผิดปกติ เช่น ไอเรื้อรัง ระคายเคืองตา คัดจมูก แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก หรือมีผื่นแดงบนผิวหนัง ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ฝุ่น PM 2.5 เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน สามารถลอยอยู่ในอากาศและเข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจได้โดยง่าย หากได้รับต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจะสะสมในระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดลมและถุงลมปอด อาจก่อให้เกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดในระยะยาว
นพ.ศักรินทร์ กังสุกุล อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอดและทางเดินหายใจ สถาบันโรคทรวงอกกล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยขนาดที่เล็กมากของ PM 2.5 ทำให้สามารถลงลึกถึงเนื้อปอดและบางส่วนอาจเข้าสู่กระแสเลือดได้ กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวด้านระบบทางเดินหายใจและหัวใจถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะจะส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและกระทบต่อการทำงานของหัวใจ ทำให้ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคถุงลมโป่งพองหรือโรคหอบหืด อาจมีอาการกำเริบ เช่น ไอมากขึ้น หายใจติดขัด หรือเสมหะเปลี่ยนสี ผู้ป่วยควรใช้ยาประจำตัวอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะยาพ่นสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ควรพกยาไว้ติดตัวในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง
สำหรับการป้องกันที่สามารถทำได้ทันที คือ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่ค่าฝุ่นสูง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 หรือหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ 2 ชั้น เพื่อลดการรับฝุ่นเข้าสู่ร่างกาย รวมถึงปิดประตูหน้าต่าง ลดฝุ่นภายในบ้าน ใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA filter และติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันอันตรายจากฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ฝุ่น PM 2.5 เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน สามารถลอยอยู่ในอากาศและเข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจได้โดยง่าย หากได้รับต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจะสะสมในระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดลมและถุงลมปอด อาจก่อให้เกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดในระยะยาว
นพ.ศักรินทร์ กังสุกุล อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอดและทางเดินหายใจ สถาบันโรคทรวงอกกล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยขนาดที่เล็กมากของ PM 2.5 ทำให้สามารถลงลึกถึงเนื้อปอดและบางส่วนอาจเข้าสู่กระแสเลือดได้ กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวด้านระบบทางเดินหายใจและหัวใจถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะจะส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและกระทบต่อการทำงานของหัวใจ ทำให้ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคถุงลมโป่งพองหรือโรคหอบหืด อาจมีอาการกำเริบ เช่น ไอมากขึ้น หายใจติดขัด หรือเสมหะเปลี่ยนสี ผู้ป่วยควรใช้ยาประจำตัวอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะยาพ่นสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ควรพกยาไว้ติดตัวในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง
สำหรับการป้องกันที่สามารถทำได้ทันที คือ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่ค่าฝุ่นสูง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 หรือหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ 2 ชั้น เพื่อลดการรับฝุ่นเข้าสู่ร่างกาย รวมถึงปิดประตูหน้าต่าง ลดฝุ่นภายในบ้าน ใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA filter และติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันอันตรายจากฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฝุ่น PM 2.5 ภัยเงียบสุขภาพทำลาย “ปอด” รู้ทันสัญญาณเตือนก่อนสายเกินแก้
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
- ราชวิถี ก้าวสู่การรักษา OSA ด้วยการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 12 สำเร็จรายแรกของโรงพยาบาลราชวิถี (74 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู 4 แนวทางแพทย์แผนจีน ผสานแผนปัจจุบันสู้ภัยอัลไซเมอร์ผู้สูงอายุ รับวันอัลไซเมอร์โลก (81 views)
- สธ. เปิดใช้ระบบ “PHR Emergency” รับสถานการณ์น้ำท่วม ใน 22 จังหวัด และพื้นที่เกี่ยวข้อง เชื่อมประวัติสุขภาพ (70 views)
- รพ.เลิดสิน กรมการแพทย์เปิดบริการด้านเวชศาสตร์การกีฬา พร้อมชูศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา (135 views)
- นวัตกรรมเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ เพื่อการผลิตกายอุปกรณ์เสริมเฉพาะรายบุคคล ในผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางการเคลื่อนไหว (119 views)
- ปลัด สธ. หารือร่วม 6 ราชวิทยาลัยฯ ปรับหลักสูตรแพทย์ประจำบ้าน เน้นตอบโจทย์หน้างานจริง (118 views)
- อย. ยัน น้ำดื่มขวด PET ปลอดภัย ไร้สารก่อมะเร็ง BPA เป็นส่วนผสม (116 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู "ตรีผลา" สุดยอดสมุนไพรปรับธาตุ งานวิจัยระดับสากลยืนยันช่วยคุมน้ำหนัก ลดน้ำตาลในเลือด (115 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
