กรมควบคุมโรค แจงโรคไข้ดำแดง ไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ผู้ป่วยส่วนมากเป็นเด็ก
- สุขภาพดี.com ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 11 เม.ย. 2016 2:16 pm
กรมควบคุมโรค แจงโรคไข้ดำแดง ไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ผู้ป่วยส่วนมากเป็นเด็ก
1 มีนาคม 2568- นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าพบเด็กนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ป่วยเป็นโรคไข้ดำแดง และมีการหยุดเรียนในบางชั้นเรียนว่า กรมควบคุมโรค ได้ดำเนินการป้องกันควบคุมโรค ตามมาตรการอย่างเคร่งครัด โดยให้โรงเรียนคัดกรองเด็กทุกเช้า ให้เด็กที่ป่วยหยุดเรียน ขอความร่วมมือผู้ปกครองเฝ้าระวังโรคและสังเกตอาการของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด รวมถึงทำความสะอาดอุปกรณ์ ของใช้ และของเล่นต่าง ๆ
นพ.ภาณุมาศ ย้ำว่า โรคไข้ดำแดง ไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก โรคนี้เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ “สเตรปโตคอคคัสชนิดเอ” ก่อให้เกิดโรคหลายชนิด เช่น คออักเสบ โรคติดเชื้อทางผิวหนัง เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง จากข้อมูลของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค สถานการณ์ของโรคไข้ดำแดง ในวันที่ 1 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 พบผู้ป่วยจำนวน 455 ราย ไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต ค่ามัธยฐานผู้ป่วย 5 ปีย้อนหลัง จำนวน 605 รายต่อปี โดยโรคไข้ดำแดงมักจะเกิดในเด็กอายุระหว่าง 5-15 ปี แต่กลุ่มอายุอื่นสามารถเกิดโรคไข้ดำแดงได้เช่นกัน อาการของโรคจะเริ่มจากมีอาการไข้ เจ็บคอ มีผื่นแดงตามลำคอ รักแร้ ลำตัว แขน หรือขา ลักษณะของผื่นเมื่อสัมผัสจะคล้ายกระดาษทราย ใบหน้าแดง ริมฝีปากซีด และอาจมีปื้นขาวที่ลิ้น ซึ่งภายหลังจะลอกออกทำให้ลิ้นมีลักษณะบวมแดง การติดต่อมักเกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการ หรือผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียก่อโรค หรือหายใจเอาละอองฝอยที่ติดเชื้อเข้าทางระบบทางเดินหายใจ ส่วนการติดเชื้อผ่านการรับประทานอาหารสามารถพบได้แต่น้อย
การป้องกันโรคทำได้โดย
1. ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคไข้ดำแดง
3. สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อมีความจำเป็นต้องใกล้ชิดผู้ป่วย
4. ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย โดยเฉพาะของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดหน้า เครื่องนอน เป็นต้น
5. ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ ก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วย หรือของใช้ของผู้ป่วย
6. หลีกเลี่ยงการขยี้ตา แคะจมูก หรือปาก
7. หากพบเด็กป่วยควรแยกออกจากเด็กปกติทันที
8. หากพบผู้ป่วยหลายคนควรแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน
หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
นพ.ภาณุมาศ ย้ำว่า โรคไข้ดำแดง ไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก โรคนี้เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ “สเตรปโตคอคคัสชนิดเอ” ก่อให้เกิดโรคหลายชนิด เช่น คออักเสบ โรคติดเชื้อทางผิวหนัง เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง จากข้อมูลของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค สถานการณ์ของโรคไข้ดำแดง ในวันที่ 1 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 พบผู้ป่วยจำนวน 455 ราย ไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต ค่ามัธยฐานผู้ป่วย 5 ปีย้อนหลัง จำนวน 605 รายต่อปี โดยโรคไข้ดำแดงมักจะเกิดในเด็กอายุระหว่าง 5-15 ปี แต่กลุ่มอายุอื่นสามารถเกิดโรคไข้ดำแดงได้เช่นกัน อาการของโรคจะเริ่มจากมีอาการไข้ เจ็บคอ มีผื่นแดงตามลำคอ รักแร้ ลำตัว แขน หรือขา ลักษณะของผื่นเมื่อสัมผัสจะคล้ายกระดาษทราย ใบหน้าแดง ริมฝีปากซีด และอาจมีปื้นขาวที่ลิ้น ซึ่งภายหลังจะลอกออกทำให้ลิ้นมีลักษณะบวมแดง การติดต่อมักเกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการ หรือผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียก่อโรค หรือหายใจเอาละอองฝอยที่ติดเชื้อเข้าทางระบบทางเดินหายใจ ส่วนการติดเชื้อผ่านการรับประทานอาหารสามารถพบได้แต่น้อย
การป้องกันโรคทำได้โดย
1. ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคไข้ดำแดง
3. สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อมีความจำเป็นต้องใกล้ชิดผู้ป่วย
4. ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย โดยเฉพาะของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดหน้า เครื่องนอน เป็นต้น
5. ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ ก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วย หรือของใช้ของผู้ป่วย
6. หลีกเลี่ยงการขยี้ตา แคะจมูก หรือปาก
7. หากพบเด็กป่วยควรแยกออกจากเด็กปกติทันที
8. หากพบผู้ป่วยหลายคนควรแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน
หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
กรมควบคุมโรค แจงโรคไข้ดำแดง ไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ผู้ป่วยส่วนมากเป็นเด็ก
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
- ราชวิถี ก้าวสู่การรักษา OSA ด้วยการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 12 สำเร็จรายแรกของโรงพยาบาลราชวิถี (75 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู 4 แนวทางแพทย์แผนจีน ผสานแผนปัจจุบันสู้ภัยอัลไซเมอร์ผู้สูงอายุ รับวันอัลไซเมอร์โลก (81 views)
- สธ. เปิดใช้ระบบ “PHR Emergency” รับสถานการณ์น้ำท่วม ใน 22 จังหวัด และพื้นที่เกี่ยวข้อง เชื่อมประวัติสุขภาพ (72 views)
- รพ.เลิดสิน กรมการแพทย์เปิดบริการด้านเวชศาสตร์การกีฬา พร้อมชูศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา (136 views)
- นวัตกรรมเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ เพื่อการผลิตกายอุปกรณ์เสริมเฉพาะรายบุคคล ในผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางการเคลื่อนไหว (119 views)
- ปลัด สธ. หารือร่วม 6 ราชวิทยาลัยฯ ปรับหลักสูตรแพทย์ประจำบ้าน เน้นตอบโจทย์หน้างานจริง (118 views)
- อย. ยัน น้ำดื่มขวด PET ปลอดภัย ไร้สารก่อมะเร็ง BPA เป็นส่วนผสม (116 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู "ตรีผลา" สุดยอดสมุนไพรปรับธาตุ งานวิจัยระดับสากลยืนยันช่วยคุมน้ำหนัก ลดน้ำตาลในเลือด (115 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google Adsense [Bot] และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
