ติดตามสถานการณ์กรณีเด็กป่วยไข้หวัดใหญ่มีอาการรุนแรง แนะ 7 กลุ่มเสี่ยงควรรับวัคซีนที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
ติดตามสถานการณ์กรณีเด็กป่วยไข้หวัดใหญ่มีอาการรุนแรง แนะ 7 กลุ่มเสี่ยงควรรับวัคซีนที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์กรณีเด็กป่วยไข้หวัดใหญ่มีอาการรุนแรง กำชับทีมสอบสวนโรค เร่งวิเคราะห์ผลอย่างละเอียดและรีบสื่อสารความเสี่ยงให้ข้อมูลประชาชนทราบ เข้าใจวิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่ พร้อมชวน 7 กลุ่มเสี่ยง เข้ารับวัคซีนป้องกันได้ฟรีที่สถานพยาบาลใกล้บ้านเพื่อลดความรุนแรง ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและเสียชีวิต

22 มิถุนายน 2567-นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงประเด็นที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ กรณีพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มีอาการรุนแรงว่า โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคติดเชื้อไวรัสระบบทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง สามารถกินยาตามอาการและหายได้เอง แต่มีส่วนน้อยที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนทำให้อาการรุนแรงและเสียชีวิต สำหรับกรณีผู้ป่วยที่เป็นข่าว กรมควบคุมโรคไม่นิ่งนอนใจ ส่งทีมสอบสวนโรคสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 ราชบุรี ดำเนินการสอบสวนร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข ในพื้นที่วิเคราะห์ผลอย่างละเอียด คาดว่าจะทราบข้อมูลเชื้อภายใน 1 สัปดาห์
สำหรับสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบัน ข้อมูลจากการเฝ้าระวังโรคฯ ของกองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 - 20 มิถุนายน 2567 มีรายงานผู้ป่วย 186,900 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิต 14 ราย พบในจังหวัดนครราชสีมา 5 ราย นครศรีธรรมราช 2 ราย ชัยภูมิ สุราษฎร์ธานี กรุงเทพมหานคร สุโขทัย สมุทรปราการ ภูเก็ต และกาฬสินธุ์ จังหวัดละ 1 ราย ซึ่งจากข้อมูลการเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อก่อโรคไข้หวัดใหญ่และโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจในประเทศไทยเฉพาะพื้นที่ (Sentinel Surveillance) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 - 16 มิถุนายน 2567 โดยกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และศูนย์ความร่วมมือไทย - สหรัฐ ด้านสาธารณสุข ในกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จำนวน 2,284 ราย พบว่าเป็นเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชนิด A/H3N2 จำนวน 1,044 ราย (ร้อยละ 45.71) ชนิด B จำนวน 619 ราย (ร้อยละ 27.10) ชนิด A/H1N1 (2009) จำนวน 594 ราย (ร้อยละ 26.14) และชนิด A ไม่ระบุสายพันธุ์ จำนวน 24 ราย (ร้อยละ 1.05)
แม้โรคไข้หวัดใหญ่จะเป็นโรคประจำถิ่นที่มีมานานและพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี แต่ก็สามารถก่อให้เกิดอาการรุนแรง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยบางรายได้ เช่น ภาวะปอดอักเสบ อาการหอบหืดกำเริบ สมองอักเสบ หรือการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ทั้งนี้ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงที่มักพบอาการแทรกซ้อนรุนแรง ได้แก่ เด็กเล็กอายุน้อยกว่า 2 ปี ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอดเรื้อรัง หอบหืด โรคหัวใจ เป็นต้น ดังนั้น จึงขอเชิญชวนประชาชนโดยเฉพาะ7 กลุ่มเสี่ยงเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ฟรี ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงสิงหาคม 2567 (ปีละ 1 ครั้ง) เพื่อลดความรุนแรงของโรค ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน และความเสี่ยงในการเสียชีวิต ซึ่งช่วงฤดูฝนของทุกปีมักพบการแพร่ระบาดของโรคสูง
กรมควบคุมโรค ขอแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ โดยสามารถป้องกันได้ทั้งโรคโควิด19 เชื้อ RSV และโรคติดเชื้อระบบหายใจอื่น ๆ ซึ่งมีแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ ดังนี้
1. หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ รวมถึงเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวและสิ่งของที่มีคนสัมผัสบ่อย ๆ เช่น ลูกบิดประตู ของเล่น
2. ใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะหรือกิจกรรมที่มีคนรวมตัวกันมาก
3. เมื่อไอ จาม ต้องใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง
4. กลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง คือ ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค หญิงตั้งครรภ์ โรคอ้วน เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี ผู้พิการทางสมอง ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป โรคธาลัสซีเมีย และภูมิคุ้มกันบกพร่อง สามารถรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อลดความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิต
5. โรงเรียนควรคัดกรองเด็กก่อนเข้าเรียนทุกเช้า หากพบมีอาการไข้ ไอ จาม ขอให้นักเรียนใส่หน้ากากอนามัย และให้ผู้ปกครองมารับกลับไปรักษาที่บ้าน
6. ผู้ป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน พักรักษาตัวเป็นเวลา 3 - 7 วัน หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ และสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง และหากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์โดยเร็ว
7. ไม่คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ หรือถ้าจำเป็นควรปิดปาก ปิดจมูกด้วยหน้ากากอนามัย ไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน ใช้ช้อนกลาง และหลีกเลี่ยงไปยังสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านหรือแออัด
ทั้งนี้ หากผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น เช่น หอบเหนื่อย ซึมลง รับประทานอาหารได้น้อย ควรรีบกลับไปพบแพทย์โดยเร็ว หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

22 มิถุนายน 2567-นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงประเด็นที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ กรณีพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มีอาการรุนแรงว่า โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคติดเชื้อไวรัสระบบทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง สามารถกินยาตามอาการและหายได้เอง แต่มีส่วนน้อยที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนทำให้อาการรุนแรงและเสียชีวิต สำหรับกรณีผู้ป่วยที่เป็นข่าว กรมควบคุมโรคไม่นิ่งนอนใจ ส่งทีมสอบสวนโรคสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 ราชบุรี ดำเนินการสอบสวนร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข ในพื้นที่วิเคราะห์ผลอย่างละเอียด คาดว่าจะทราบข้อมูลเชื้อภายใน 1 สัปดาห์
สำหรับสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบัน ข้อมูลจากการเฝ้าระวังโรคฯ ของกองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 - 20 มิถุนายน 2567 มีรายงานผู้ป่วย 186,900 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิต 14 ราย พบในจังหวัดนครราชสีมา 5 ราย นครศรีธรรมราช 2 ราย ชัยภูมิ สุราษฎร์ธานี กรุงเทพมหานคร สุโขทัย สมุทรปราการ ภูเก็ต และกาฬสินธุ์ จังหวัดละ 1 ราย ซึ่งจากข้อมูลการเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อก่อโรคไข้หวัดใหญ่และโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจในประเทศไทยเฉพาะพื้นที่ (Sentinel Surveillance) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 - 16 มิถุนายน 2567 โดยกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และศูนย์ความร่วมมือไทย - สหรัฐ ด้านสาธารณสุข ในกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จำนวน 2,284 ราย พบว่าเป็นเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชนิด A/H3N2 จำนวน 1,044 ราย (ร้อยละ 45.71) ชนิด B จำนวน 619 ราย (ร้อยละ 27.10) ชนิด A/H1N1 (2009) จำนวน 594 ราย (ร้อยละ 26.14) และชนิด A ไม่ระบุสายพันธุ์ จำนวน 24 ราย (ร้อยละ 1.05)
แม้โรคไข้หวัดใหญ่จะเป็นโรคประจำถิ่นที่มีมานานและพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี แต่ก็สามารถก่อให้เกิดอาการรุนแรง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยบางรายได้ เช่น ภาวะปอดอักเสบ อาการหอบหืดกำเริบ สมองอักเสบ หรือการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ทั้งนี้ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงที่มักพบอาการแทรกซ้อนรุนแรง ได้แก่ เด็กเล็กอายุน้อยกว่า 2 ปี ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอดเรื้อรัง หอบหืด โรคหัวใจ เป็นต้น ดังนั้น จึงขอเชิญชวนประชาชนโดยเฉพาะ7 กลุ่มเสี่ยงเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ฟรี ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงสิงหาคม 2567 (ปีละ 1 ครั้ง) เพื่อลดความรุนแรงของโรค ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน และความเสี่ยงในการเสียชีวิต ซึ่งช่วงฤดูฝนของทุกปีมักพบการแพร่ระบาดของโรคสูง
กรมควบคุมโรค ขอแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ โดยสามารถป้องกันได้ทั้งโรคโควิด19 เชื้อ RSV และโรคติดเชื้อระบบหายใจอื่น ๆ ซึ่งมีแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ ดังนี้
1. หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ รวมถึงเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวและสิ่งของที่มีคนสัมผัสบ่อย ๆ เช่น ลูกบิดประตู ของเล่น
2. ใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะหรือกิจกรรมที่มีคนรวมตัวกันมาก
3. เมื่อไอ จาม ต้องใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง
4. กลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง คือ ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค หญิงตั้งครรภ์ โรคอ้วน เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี ผู้พิการทางสมอง ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป โรคธาลัสซีเมีย และภูมิคุ้มกันบกพร่อง สามารถรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อลดความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิต
5. โรงเรียนควรคัดกรองเด็กก่อนเข้าเรียนทุกเช้า หากพบมีอาการไข้ ไอ จาม ขอให้นักเรียนใส่หน้ากากอนามัย และให้ผู้ปกครองมารับกลับไปรักษาที่บ้าน
6. ผู้ป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน พักรักษาตัวเป็นเวลา 3 - 7 วัน หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ และสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง และหากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์โดยเร็ว
7. ไม่คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ หรือถ้าจำเป็นควรปิดปาก ปิดจมูกด้วยหน้ากากอนามัย ไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน ใช้ช้อนกลาง และหลีกเลี่ยงไปยังสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านหรือแออัด
ทั้งนี้ หากผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น เช่น หอบเหนื่อย ซึมลง รับประทานอาหารได้น้อย ควรรีบกลับไปพบแพทย์โดยเร็ว หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
ติดตามสถานการณ์กรณีเด็กป่วยไข้หวัดใหญ่มีอาการรุนแรง แนะ 7 กลุ่มเสี่ยงควรรับวัคซีนที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- กินยา 1 ช้อนชาเท่ากับกี่ซีซี cc - 1 ช้อนชา เท่ากับกี่ ml - 1 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ กี่ ml กี่ cc หรือ กี่ช้อนชา กี่กรัม (651,104 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (28 views)
- โรคติดต่อนำโดยแมลงที่พบในประเทศไทย รู้ทัน ป้องกันได้ (7 views)
- เตือนภัยน้ำท่วมอุทกภัย รู้ทัน เตรียมพร้อม ลดการสูญเสีย (8 views)
- "ไม่สูบบุหรี่" ก็เป็นมะเร็งปอดได้ แพทย์เตือนพบผู้ป่วยอายุน้อยตั้งแต่วัย 35 ปีเพิ่มขึ้น (14 views)
- “มะเร็งไต” (Renal Cell Carcinoma) : รู้ไว ตรวจพบเร็ว รักษาได้ เช็ก 5 กลุ่มเสี่ยงและ 3 สัญญาณเตือน ก่อนสายเกินแก้ (21 views)
- คนส่วนใหญ่มักแยก "ยุงลายสวน" กับ "ยุงลายบ้าน" ไม่ออก เรื่องของยุง ที่คุณอาจยังไม่รู้! (28 views)
- ไวรัสตับอักเสบ ซี... รักษาให้หายขาดได้ ไวรัสตับอักเสบ บี... ควบคุมได้และป้องกันได้ (16 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
