กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู สรรพคุณ ?กล้วยน้ำว้า? สมุนไพรใกล้ตัวสารพัดประโยชน์
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู สรรพคุณ ?กล้วยน้ำว้า? สมุนไพรใกล้ตัวสารพัดประโยชน์
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผยสรรพคุณจากส่วนต่างๆของ ?กล้วยน้ำว้า? เช่น ผลกล้วยดิบ ผลกล้วยสุก และ ปลีกล้วย เป็นยารักษาโรคตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย ในส่วนของลำต้น สามารถนำมาดัดแปลงประดิษฐ์เป็นกระทงสำหรับลอย เพื่อขอขมาต่อพระแม่คงคา เนื่องใน #วันลอยกระทง

นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแทย์ทางเลือก กล่าวว่า วันลอยกระทงตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 โดยในปีนี้ ตรงกับวันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งเป็นประเพณี ตามคติความเชื่อเพื่อขอขมาต่อพระแม่คงคา ในปัจจุบันการทำกระทงนั้นมีการดัดแปลงต่างกันไปในหลายรูปแบบแต่ที่เป็นที่นิยมมักทำมาจากวัสดุธรรมชาติโดยเฉพาะต้นกล้วยและใบตอง นอกจากการนําต้นกล้วยและส่วนต่างๆ ของกล้วยมาประดิษฐ์เป็นกระทงหรืองานฝีมืออื่นๆ แล้ว ยังสามารถนํามาประกอบอาหาร และ ส่วนต่างๆ ของกล้วย โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้า ยังมีสรรพคุณทางยา อีกด้วย
การใช้ประโยชน์จากต้นกล้วย นอกเหนือจากการนำใบตองมาใช้ห่ออาหารหรืองานศิลปหัตถกรรม เช่น กลีบกระทง บายศรี หรือการนำต้นกล้วยมาหั่นเป็นท่อนใช้ทำฐานกระทง รวมไปถึงหยวกกล้วยที่สามารถนำไปประกอบอาหารได้ เช่น แกงส้มหยวกกล้วย หมกไก่ใส่หยวกกล้วย รวมไปถึงส่วนอื่นๆของกล้วยน้ำว้า ยังมีสรรพคุณทางยา ได้แก่ ผลกล้วยน้ำว้าดิบ มีรสฝาด บรรเทาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ (อุจจาระไม่เป็นมูก หรือมีเลือดปน) เนื่องจากสารแทนนินในกล้วยน้ำว้าดิบหรือห่าม มีสรรพคุณช่วยลดการหดเกร็งและลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ จะช่วยบรรเทาอาการท้องเสียได้ วิธีรับประทาน ให้รับประทานครั้งละ ครึ่งลูก หรือ 1 ลูก หรือฝานเป็นแว่น ๆ ตากแดดให้แห้งแล้วบดเป็นผง รับประทานครั้งละ 10 กรัม ชงในน้ำร้อน 120 ? 200 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรได้บรรจุให้ยากล้วย มีข้อบ่งใช้สำหรับ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร และบรรเทาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ สำหรับข้อควรระวัง ไม่ควรใช้กับผู้ที่มีอาการท้องผูก และการรับประทานยานี้ติดต่อกันนาน ๆ อาจทำให้ท้องอืดได้ ผลกล้วยน้ำว้าสุก มีรสหวาน มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก เนื่องจากมีสารเพคตินอยู่เป็นจำนวนมาก จึงช่วยเพิ่มกากอาหารให้กับลำไส้ เมื่อผนังลำไส้ถูกดันก็จะทำให้รู้สึกอยากขับถ่าย วิธีรับประทาน ให้รับประทานครั้งละ 1 ? 2 ลูก และดื่มน้ำเปล่าตามมากๆ นอกจากสรรพคุณจากผลกล้วยแล้ว เปลือกกล้วย ยังมีประโยชน์โดยจะช่วยผลัดเซลล์ผิวและช่วยให้ผิวพรรณนุ่มชุ่มชื้น ช่วยแก้ปัญหา ข้อศอกด้าน ข้อเข่าด้าน วิธีการทำ หลังจากอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายแล้ว ให้นำเปลือกกล้วยโดยนำด้านในของเปลือกกล้วยมาขัดถู และพอกบริเวณข้อศอกหรือข้อเข่า ทิ้งไว้ 10 -15 นาที แล้วล้างออก หัวปลี สรรพคุณ บำรุงโลหิตสำหรับมารดาหลังคลอด และ ช่วยบำรุงน้ำนมในสตรีที่ให้นมบุตร หรือนำมาประกอบเมนูอาหารได้หลากหลาย เช่น แกงเลียงหัวปลี ต้มยำหัวปลี ยำหัวปลี เป็นต้น
ในช่วงลอยกระทงนี้ถือเป็นโอกาสอันดี ให้เราตระหนักถึงความสำคัญของแหล่งน้ำ เพราะหากเรามีแหล่งน้ำที่ไม่สะอาดแล้วอาจก่อให้เกิดโรคตามมาได้ ดังนั้นควรช่วยกันดูแลแม่น้ำ ลำคลอง ให้สะอาดเพื่อสุขภาวะและสิ่งแวดล้อมที่ดี และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับศาสตร์การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก สามารถขอคําปรึกษาจากแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐทั่วประเทศ หรือติดต่อโดยตรงที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หมายเลขโทรศัพท์ 0 2149 5678 หรือช่องทางออนไลน์ที่ FACEBOOK กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก www.facebook.com/dtam.moph และ line@DTAM

นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแทย์ทางเลือก กล่าวว่า วันลอยกระทงตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 โดยในปีนี้ ตรงกับวันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งเป็นประเพณี ตามคติความเชื่อเพื่อขอขมาต่อพระแม่คงคา ในปัจจุบันการทำกระทงนั้นมีการดัดแปลงต่างกันไปในหลายรูปแบบแต่ที่เป็นที่นิยมมักทำมาจากวัสดุธรรมชาติโดยเฉพาะต้นกล้วยและใบตอง นอกจากการนําต้นกล้วยและส่วนต่างๆ ของกล้วยมาประดิษฐ์เป็นกระทงหรืองานฝีมืออื่นๆ แล้ว ยังสามารถนํามาประกอบอาหาร และ ส่วนต่างๆ ของกล้วย โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้า ยังมีสรรพคุณทางยา อีกด้วย
การใช้ประโยชน์จากต้นกล้วย นอกเหนือจากการนำใบตองมาใช้ห่ออาหารหรืองานศิลปหัตถกรรม เช่น กลีบกระทง บายศรี หรือการนำต้นกล้วยมาหั่นเป็นท่อนใช้ทำฐานกระทง รวมไปถึงหยวกกล้วยที่สามารถนำไปประกอบอาหารได้ เช่น แกงส้มหยวกกล้วย หมกไก่ใส่หยวกกล้วย รวมไปถึงส่วนอื่นๆของกล้วยน้ำว้า ยังมีสรรพคุณทางยา ได้แก่ ผลกล้วยน้ำว้าดิบ มีรสฝาด บรรเทาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ (อุจจาระไม่เป็นมูก หรือมีเลือดปน) เนื่องจากสารแทนนินในกล้วยน้ำว้าดิบหรือห่าม มีสรรพคุณช่วยลดการหดเกร็งและลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ จะช่วยบรรเทาอาการท้องเสียได้ วิธีรับประทาน ให้รับประทานครั้งละ ครึ่งลูก หรือ 1 ลูก หรือฝานเป็นแว่น ๆ ตากแดดให้แห้งแล้วบดเป็นผง รับประทานครั้งละ 10 กรัม ชงในน้ำร้อน 120 ? 200 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรได้บรรจุให้ยากล้วย มีข้อบ่งใช้สำหรับ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร และบรรเทาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ สำหรับข้อควรระวัง ไม่ควรใช้กับผู้ที่มีอาการท้องผูก และการรับประทานยานี้ติดต่อกันนาน ๆ อาจทำให้ท้องอืดได้ ผลกล้วยน้ำว้าสุก มีรสหวาน มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก เนื่องจากมีสารเพคตินอยู่เป็นจำนวนมาก จึงช่วยเพิ่มกากอาหารให้กับลำไส้ เมื่อผนังลำไส้ถูกดันก็จะทำให้รู้สึกอยากขับถ่าย วิธีรับประทาน ให้รับประทานครั้งละ 1 ? 2 ลูก และดื่มน้ำเปล่าตามมากๆ นอกจากสรรพคุณจากผลกล้วยแล้ว เปลือกกล้วย ยังมีประโยชน์โดยจะช่วยผลัดเซลล์ผิวและช่วยให้ผิวพรรณนุ่มชุ่มชื้น ช่วยแก้ปัญหา ข้อศอกด้าน ข้อเข่าด้าน วิธีการทำ หลังจากอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายแล้ว ให้นำเปลือกกล้วยโดยนำด้านในของเปลือกกล้วยมาขัดถู และพอกบริเวณข้อศอกหรือข้อเข่า ทิ้งไว้ 10 -15 นาที แล้วล้างออก หัวปลี สรรพคุณ บำรุงโลหิตสำหรับมารดาหลังคลอด และ ช่วยบำรุงน้ำนมในสตรีที่ให้นมบุตร หรือนำมาประกอบเมนูอาหารได้หลากหลาย เช่น แกงเลียงหัวปลี ต้มยำหัวปลี ยำหัวปลี เป็นต้น
ในช่วงลอยกระทงนี้ถือเป็นโอกาสอันดี ให้เราตระหนักถึงความสำคัญของแหล่งน้ำ เพราะหากเรามีแหล่งน้ำที่ไม่สะอาดแล้วอาจก่อให้เกิดโรคตามมาได้ ดังนั้นควรช่วยกันดูแลแม่น้ำ ลำคลอง ให้สะอาดเพื่อสุขภาวะและสิ่งแวดล้อมที่ดี และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับศาสตร์การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก สามารถขอคําปรึกษาจากแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐทั่วประเทศ หรือติดต่อโดยตรงที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หมายเลขโทรศัพท์ 0 2149 5678 หรือช่องทางออนไลน์ที่ FACEBOOK กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก www.facebook.com/dtam.moph และ line@DTAM
กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู สรรพคุณ ?กล้วยน้ำว้า? สมุนไพรใกล้ตัวสารพัดประโยชน์
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- กินยา 1 ช้อนชาเท่ากับกี่ซีซี cc - 1 ช้อนชา เท่ากับกี่ ml - 1 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ กี่ ml กี่ cc หรือ กี่ช้อนชา กี่กรัม (651,099 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (28 views)
- โรคติดต่อนำโดยแมลงที่พบในประเทศไทย รู้ทัน ป้องกันได้ (7 views)
- เตือนภัยน้ำท่วมอุทกภัย รู้ทัน เตรียมพร้อม ลดการสูญเสีย (8 views)
- "ไม่สูบบุหรี่" ก็เป็นมะเร็งปอดได้ แพทย์เตือนพบผู้ป่วยอายุน้อยตั้งแต่วัย 35 ปีเพิ่มขึ้น (14 views)
- “มะเร็งไต” (Renal Cell Carcinoma) : รู้ไว ตรวจพบเร็ว รักษาได้ เช็ก 5 กลุ่มเสี่ยงและ 3 สัญญาณเตือน ก่อนสายเกินแก้ (21 views)
- คนส่วนใหญ่มักแยก "ยุงลายสวน" กับ "ยุงลายบ้าน" ไม่ออก เรื่องของยุง ที่คุณอาจยังไม่รู้! (28 views)
- ไวรัสตับอักเสบ ซี... รักษาให้หายขาดได้ ไวรัสตับอักเสบ บี... ควบคุมได้และป้องกันได้ (16 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
