แพทย์แนะ การดูแลสื่อสารผู้ป่วยอัลไซเมอร์อย่างไรให้มีความสุข
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แพทย์แนะ การดูแลสื่อสารผู้ป่วยอัลไซเมอร์อย่างไรให้มีความสุข
กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา แนะการดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ สิ่งสำคัญคือการสื่อสารและทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรม ความรู้สึก และความต้องการของผู้ป่วยให้ดี เนื่องจากผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะมีอาการภาวะสมองเสื่อมบกพร่องในด้านการเรียนรู้

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า การสื่อสารสำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยคือ เริ่มมีปัญหาด้านความจำเป็นอันดับแรก สัมพันธ์กับการสื่อสารโดยลืมว่าพูดอะไรไปก่อนหน้านี้ อาการอื่นๆ ผู้ป่วยจะเริ่มพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ มีปัญหาในการนึกคำลำบาก ใช้คำพูดอธิบายสิ่งของนั้นๆแทนการเรียกชื่อ พูดสื่อสารน้อยลง ในผู้ป่วยบางรายเริ่มมีปัญหาด้านอารมณ์ร่วมด้วย ซึ่งด้วยสาเหตุและอาการเหล่านี้จึงทำให้การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์และโรคความจำเสื่อมเป็นไปได้ยาก หากผู้ดูแลและครอบครัวขาดความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งการสื่อสารกับผู้ป่วยโรคความจำเสื่อมอย่างถูกวิธี เพื่อให้ทั้งครอบครัวและผู้ป่วยมีความสุขซึ่งกันและกัน
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการผู้ป่วยอัลไซเมอร์แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ระยะแรกผู้ป่วยสามารถสื่อสารเข้าสังคมได้ แต่พูดซ้ำๆเดิมๆนึกคำพูดลำบาก ระยะกลางพูดสื่อสารลำบากมากขึ้น เริ่มกระทบกับชีวิตประจำวัน ระยะท้ายผู้ป่วยดูแลตัวเองไม่ได้ ต้องให้ญาติ ผู้ดูแลดูแลตลอด ซึ่งในการกระตุ้นการสื่อสารจึงมีความสำคัญกับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ เพื่อให้ผู้ป่วยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลในครอบครัว สื่อสารกันอย่างเข้าใจ มีการฝึกเพื่อป้องกันการสับสนเรื่อง วัน เวลา สถานที่ บุคคล แล้วยังมีส่วนช่วยเรื่องการจัดการด้านสุขภาพ เช่น การจัดยา การจัดมื้ออาหาร รวมถึงธุรกรรมทางการเงิน เป็นต้น ผู้ดูแลควรมีความพร้อมเป็นทั้งผู้พูดและผู้ฟังที่ดี เข้าหาผู้ป่วยอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง รับฟังด้วยความเข้าใจ มีท่าทีเอาใจใส่ ให้ความสนใจเพื่อให้ผู้ป่วยไว้วางใจ คอยสังเกตปฏิกิริยาของผู้ป่วย ไม่ควรมีทีท่ารีบร้อน หรือทำตัวแปลกแยกเหมือนว่าผู้ป่วยไม่ได้อยู่ในที่สนทนานั้นๆ ควรใส่ใจเพราะผู้ป่วยเป็นคนที่เรารัก มีความคิดและความรู้สึกไม่ต่างกับบุคคลทั่วไป การสื่อสารมีหลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีอาจจะได้ผลที่แตกต่างกัน คือใช้ได้กับผู้ป่วยท่านหนึ่งแต่อาจใช้ไม่ได้ผลกับผู้ป่วยอีกท่านหนึ่ง ตัวอย่างการสื่อสารเช่น สร้างความคุ้นเคยโดยการเรียกชื่อผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยสนใจและแนะนำตัวเองว่าเราคือใคร จ้องตาผู้ป่วยขณะพูดโดยใช้น้ำเสียงนุ่มนวลด้วยคำพูดสั้นๆและช้าๆเข้าใจง่าย เรื่องที่พูดคุยควรเน้นเป็นเรื่องๆไป และไม่ควรเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว ผู้ดูแลอาจชวนคุยด้วยการใช้รูปภาพ หรือสัญลักษณ์ เช่น รูปคนในครอบครัว พยายามให้เวลารอคอยให้ผู้ป่วยตอบ หากผู้ป่วยพูดแล้วเราไม่เข้าใจให้พยายามพูดทวนอีกครั้ง ซึ่งการพูดคุยด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง ผ่อนคลาย และมีการสร้างอารมณ์ขันชวนให้ผู้ป่วยความจำเสื่อมได้หัวเราะ จะช่วยลดความตึงเครียดและการวิตกกังวลในการสื่อสารร่วมกับผู้อื่นได้
ข่าว/ภาพ-สถาบันประสาทวิทยา

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า การสื่อสารสำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยคือ เริ่มมีปัญหาด้านความจำเป็นอันดับแรก สัมพันธ์กับการสื่อสารโดยลืมว่าพูดอะไรไปก่อนหน้านี้ อาการอื่นๆ ผู้ป่วยจะเริ่มพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ มีปัญหาในการนึกคำลำบาก ใช้คำพูดอธิบายสิ่งของนั้นๆแทนการเรียกชื่อ พูดสื่อสารน้อยลง ในผู้ป่วยบางรายเริ่มมีปัญหาด้านอารมณ์ร่วมด้วย ซึ่งด้วยสาเหตุและอาการเหล่านี้จึงทำให้การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์และโรคความจำเสื่อมเป็นไปได้ยาก หากผู้ดูแลและครอบครัวขาดความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งการสื่อสารกับผู้ป่วยโรคความจำเสื่อมอย่างถูกวิธี เพื่อให้ทั้งครอบครัวและผู้ป่วยมีความสุขซึ่งกันและกัน
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการผู้ป่วยอัลไซเมอร์แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ระยะแรกผู้ป่วยสามารถสื่อสารเข้าสังคมได้ แต่พูดซ้ำๆเดิมๆนึกคำพูดลำบาก ระยะกลางพูดสื่อสารลำบากมากขึ้น เริ่มกระทบกับชีวิตประจำวัน ระยะท้ายผู้ป่วยดูแลตัวเองไม่ได้ ต้องให้ญาติ ผู้ดูแลดูแลตลอด ซึ่งในการกระตุ้นการสื่อสารจึงมีความสำคัญกับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ เพื่อให้ผู้ป่วยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลในครอบครัว สื่อสารกันอย่างเข้าใจ มีการฝึกเพื่อป้องกันการสับสนเรื่อง วัน เวลา สถานที่ บุคคล แล้วยังมีส่วนช่วยเรื่องการจัดการด้านสุขภาพ เช่น การจัดยา การจัดมื้ออาหาร รวมถึงธุรกรรมทางการเงิน เป็นต้น ผู้ดูแลควรมีความพร้อมเป็นทั้งผู้พูดและผู้ฟังที่ดี เข้าหาผู้ป่วยอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง รับฟังด้วยความเข้าใจ มีท่าทีเอาใจใส่ ให้ความสนใจเพื่อให้ผู้ป่วยไว้วางใจ คอยสังเกตปฏิกิริยาของผู้ป่วย ไม่ควรมีทีท่ารีบร้อน หรือทำตัวแปลกแยกเหมือนว่าผู้ป่วยไม่ได้อยู่ในที่สนทนานั้นๆ ควรใส่ใจเพราะผู้ป่วยเป็นคนที่เรารัก มีความคิดและความรู้สึกไม่ต่างกับบุคคลทั่วไป การสื่อสารมีหลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีอาจจะได้ผลที่แตกต่างกัน คือใช้ได้กับผู้ป่วยท่านหนึ่งแต่อาจใช้ไม่ได้ผลกับผู้ป่วยอีกท่านหนึ่ง ตัวอย่างการสื่อสารเช่น สร้างความคุ้นเคยโดยการเรียกชื่อผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยสนใจและแนะนำตัวเองว่าเราคือใคร จ้องตาผู้ป่วยขณะพูดโดยใช้น้ำเสียงนุ่มนวลด้วยคำพูดสั้นๆและช้าๆเข้าใจง่าย เรื่องที่พูดคุยควรเน้นเป็นเรื่องๆไป และไม่ควรเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว ผู้ดูแลอาจชวนคุยด้วยการใช้รูปภาพ หรือสัญลักษณ์ เช่น รูปคนในครอบครัว พยายามให้เวลารอคอยให้ผู้ป่วยตอบ หากผู้ป่วยพูดแล้วเราไม่เข้าใจให้พยายามพูดทวนอีกครั้ง ซึ่งการพูดคุยด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง ผ่อนคลาย และมีการสร้างอารมณ์ขันชวนให้ผู้ป่วยความจำเสื่อมได้หัวเราะ จะช่วยลดความตึงเครียดและการวิตกกังวลในการสื่อสารร่วมกับผู้อื่นได้
ข่าว/ภาพ-สถาบันประสาทวิทยา
แพทย์แนะ การดูแลสื่อสารผู้ป่วยอัลไซเมอร์อย่างไรให้มีความสุข
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (23 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (75 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (83 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (78 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (110 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (98 views)
- วัณโรค และวัณโรคดื้อยา: รู้เร็ว รักษาได้ หยุดการแพร่เชื้อ เพื่อสุขภาพดีของทุกคน (124 views)
- เตือน “SFTS” โรคไข้สูงเกล็ดเลือดต่ำจากเห็บ รู้ทันก่อนรุนแรงถึงชีวิต ย้ำคนเลี้ยงสัตว์–ผู้สัมผัสเห็บอย่าชะล่าใจ (99 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google Adsense [Bot] และ บุคคลทั่วไป 20 ท่าน
