โรคหูดติดต่อทางการสัมผัสได้แต่ไม่อันตราย
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
โรคหูดติดต่อทางการสัมผัสได้แต่ไม่อันตราย
กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง เผยโรคหูดเป็นโรคผิวหนังที่ติดต่อทางการสัมผัสได้ แต่ไม่อันตราย การรักษาหูดมีหลายวิธี หากสงสัยว่าเป็นโรคหูด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา รวมถึงป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อและการกลับมาเป็นซ้ำอีก
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคหูด เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิด Human Papillomavirus ซึ่งเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงของผิวหนัง มีหลายชนิดและหลายขนาด รูปร่างจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เป็น หูดอาจจะมีรอยโรคเดียวหรือขึ้นหลายรอยโรคก็ได้ สามารถเกิดตามเยื่อบุและตามผิวหนังของร่างกาย โดยมักจะขึ้นที่มือ เท้า ข้อศอก ข้อเข่า ใบหน้า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า รวมทั้งที่อวัยวะเพศได้ พบได้ทั่วไปโดยเฉพาะในเด็กวัยเรียน หูดสามารถติดต่อผ่านการสัมผัสได้ โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผล ส่วนใหญ่รอยโรคมักจะไม่มีอาการ นอกจากทำให้ดูไม่สวยงาม น่ารำคาญ ผู้ป่วยน้อยราย มักจะมีอาการเจ็บบริเวณตำแหน่งที่มีการกดทับ เช่น หูดที่ฝ่าเท้า ถ้าเสียดสีมากๆ อาจจะมีเลือดออกที่รอยโรคได้ และถ้ารอยโรคมีขนาดใหญ่จะเจ็บทำให้ไม่สามารถใส่รองเท้าได้ ประมาณสองในสามของหูดจะหายไปเองได้ในเวลา 12-24 เดือน โดยไม่ทิ้งรอยแผลไว้ และเมื่อหายแล้วก็อาจกลับมาเป็นใหม่ได้อีก หากเป็นหูดที่อวัยวะเพศควรปรึกษาแพทย์
พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การรักษาหูดมีหลากหลายวิธี ได้แก่
1. การรักษาด้วยการทายา ที่มีส่วนผสมของกรดซาลิซิลิก กรดแลคติก ซึ่งเป็นที่นิยมเพราะง่ายและราคาไม่แพง ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังตามคำแนะนำวิธีการใช้ในแต่ละแบบ เพราะกรดมีฤทธิ์กัดกร่อนสูงเนื่องจากใช้ความเข้มข้นค่อนข้างสูง และการทายาเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้มาทำลายหูด เช่น ยา Imiquimod, Diphencyprone or squaric acid topical immunotherapy
2. การจี้ทำลายรอยโรคด้วยเลเซอร์หรือการจี้ไฟฟ้า หลังทำเสร็จมักมีอาการปวด และอาจมีแผลเกิดขึ้นได้ จึงต้องมีการดูแลรักษาแผลอย่างต่อเนื่อง
3. การจี้ไอเย็น โดยใช้ไนโตรเจนเหลว ข้อดี คือ ดูแลหลังการรักษาง่าย แต่อาจจะต้องจี้ซ้ำหลายครั้งแล้วแต่ขนาดและความหนาของรอยโรคจนกว่าจะหายขาด 4. การผ่าตัดรอยโรคออกไป คือ การผ่าตัดเอาก้อนหูดออกไป
การรักษาหูด มักจะใช้เวลานาน อาจต้องใช้หลายวิธีการรักษาร่วมกัน และบางครั้งหลังการรักษาหูดอาจจะเกิดรอยแผลบริเวณที่ทำการรักษาได้ ดังนั้นหากสงสัยว่าเป็นโรคหูด ควรมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษาที่ถูกวิธี
ข่าว/ภาพ-สถาบันโรคผิวหนัง

พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การรักษาหูดมีหลากหลายวิธี ได้แก่
1. การรักษาด้วยการทายา ที่มีส่วนผสมของกรดซาลิซิลิก กรดแลคติก ซึ่งเป็นที่นิยมเพราะง่ายและราคาไม่แพง ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังตามคำแนะนำวิธีการใช้ในแต่ละแบบ เพราะกรดมีฤทธิ์กัดกร่อนสูงเนื่องจากใช้ความเข้มข้นค่อนข้างสูง และการทายาเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้มาทำลายหูด เช่น ยา Imiquimod, Diphencyprone or squaric acid topical immunotherapy
2. การจี้ทำลายรอยโรคด้วยเลเซอร์หรือการจี้ไฟฟ้า หลังทำเสร็จมักมีอาการปวด และอาจมีแผลเกิดขึ้นได้ จึงต้องมีการดูแลรักษาแผลอย่างต่อเนื่อง
3. การจี้ไอเย็น โดยใช้ไนโตรเจนเหลว ข้อดี คือ ดูแลหลังการรักษาง่าย แต่อาจจะต้องจี้ซ้ำหลายครั้งแล้วแต่ขนาดและความหนาของรอยโรคจนกว่าจะหายขาด 4. การผ่าตัดรอยโรคออกไป คือ การผ่าตัดเอาก้อนหูดออกไป
การรักษาหูด มักจะใช้เวลานาน อาจต้องใช้หลายวิธีการรักษาร่วมกัน และบางครั้งหลังการรักษาหูดอาจจะเกิดรอยแผลบริเวณที่ทำการรักษาได้ ดังนั้นหากสงสัยว่าเป็นโรคหูด ควรมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษาที่ถูกวิธี
ข่าว/ภาพ-สถาบันโรคผิวหนัง
โรคหูดติดต่อทางการสัมผัสได้แต่ไม่อันตราย
Men's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพเพศชาย ผู้ชาย กระทู้สุขภาพผู้ชาย
Men's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพเพศชาย ผู้ชาย กระทู้สุขภาพผู้ชาย
- รู้ทัน 'มะเร็งต่อมลูกหมาก' ภัยเงียบของผู้ชายวัย 45+ เช็กสัญญาณเสี่ยงก่อนสาย อัปเดตนวัตกรรมรักษาที่ไม่ทำลายสมรรถภาพ (4 views)
- การวัดขนาดถุงยางอนามัย ชนิดถุงยางอนามัย ความหนาถุงยางอนามัย (56,093 views)
- แพทย์ แนะช่างตัด–เจียรหินสังเคราะห์ ป้องกันฝุ่นซิลิกา เพื่อสุขภาพปอดในระยะยาว ย้ำผู้ใช้เคาน์เตอร์ทั่วไปไม่ต้องตื่น (17 views)
- ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ 3 เส้น ….ภัยเงียบที่นำไปสู่การเสียชีวิตเฉียบพลัน (10 views)
- ข้อแนะนำสำหรับการเตรียมตัวก่อนวิ่งในงานวิ่ง เตรียมร่างกายให้พร้อมอย่างไร เพื่อการวิ่งที่ปลอดภัยและมั่นใจ! (19 views)
- "ซิฟิลิส" ใกล้ชิดต้องระวัง ใกล้ชิดแค่ไหน เสี่ยงติด (2,016 views)
- กรมการแพทย์ ชวนผู้สูบบุหรี่ตรวจเช็กสุขภาพ และขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 2569 (302 views)
- “ฝุ่นจิ๋ว แต่ภัยไม่จิ๋ว” นพรัตน์เตือนรับมือ PM2.5 (2,082 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
