เตือนอย่าเลียนแบบไวรัล TIK TOK Benadryl challenge อันตรายถึงชีวิต
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
เตือนอย่าเลียนแบบไวรัล TIK TOK Benadryl challenge อันตรายถึงชีวิต
อย. เตือนระวังอย่าลอกเลียนแบบการทำ Benadryl challenge หลังพบรายงานผู้เสียชีวิตจากการเข้าร่วมทำไวรัลดังกล่าวผ่านแอพพลิเคชั่น TIKTOK ซึ่งยาเบนาดริล (Benadryl) จัดเป็นยาอันตราย ต้องสั่งจ่ายยาโดยแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น หากรับประทานเกินขนาด อาจเกิดอาการข้างเคียงจนถึงแก่ชีวิตได้
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่พบรายงานการเสียชีวิตของผู้เข้าร่วมทำ Benadryl challenge ผ่านแอปพลิเคชั่นติ๊กต็อก (TIKTOK) นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง ขอเตือนประชาชน โดยเฉพาะพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ให้ระวังบุตรหลาน อย่าลอกเลียนแบบการทำไวรัลดังกล่าวโดยเด็ดขาด เพราะยาเบนาดริล (Benadryl) หรือชื่อสามัญทางยา คือ ไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) เป็นยาแก้แพ้ที่ใช้ในการบรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจส่วนบนและอาการหวัด เช่น น้ำมูกไหลและจาม จัดเป็นยาอันตราย ต้องสั่งจ่ายยาโดยแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น หากรับประทานเกินขนาด อาจเกิดความผิดปกติทางหัวใจ หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูง หัวใจหยุดเต้น และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
ในประเทศไทยมีการขึ้นทะเบียนตำรับยาที่มีไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) เป็นส่วนประกอบในรูปแบบยารับประทาน จำนวน 43 ทะเบียน เป็นยาน้ำ จำนวน 35 ทะเบียน และเป็นยาเม็ดและแคปซูล จำนวน 8 ทะเบียน ขนาดที่แนะนำให้รับประทาน คือ ในเด็กครั้งละ ? -1 ช้อนชา (6.25-12.5 มิลลิกรัม) ทุก 4-6 ชั่วโมง สูงสุดไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน ในผู้ใหญ่ครั้งละ 1-2 เม็ด/แคปซูล (25-50 มิลลิกรัม) ทุก 4-6 ชั่วโมง สูงสุดไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน โดยต้องสั่งจ่ายยาโดยแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น และร้านขายยาจะต้องจัดทำบัญชีการขายยาเพื่อป้องกันการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด สำหรับขนาดยาที่ได้รับรายงานทำให้เกิดความเป็นพิษรุนแรง (severe toxicity) ในเด็ก คือ 10-15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในผู้ใหญ่ คือ 1 กรัมขึ้นไป
ยาไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) เมื่อใช้ตามคำแนะนำถือเป็นยาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษา และขอย้ำเตือนอย่าหลงเชื่อลอกเลียนแบบพฤติกรรม Benadryl challenge โดยเด็ดขาด ควรคิดไตร่ตรองก่อนว่าพฤติกรรมใดเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างหรือไม่ เพราะผลลัพธ์ที่ตามมา อาจนำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและร่างกายได้
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่พบรายงานการเสียชีวิตของผู้เข้าร่วมทำ Benadryl challenge ผ่านแอปพลิเคชั่นติ๊กต็อก (TIKTOK) นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง ขอเตือนประชาชน โดยเฉพาะพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ให้ระวังบุตรหลาน อย่าลอกเลียนแบบการทำไวรัลดังกล่าวโดยเด็ดขาด เพราะยาเบนาดริล (Benadryl) หรือชื่อสามัญทางยา คือ ไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) เป็นยาแก้แพ้ที่ใช้ในการบรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจส่วนบนและอาการหวัด เช่น น้ำมูกไหลและจาม จัดเป็นยาอันตราย ต้องสั่งจ่ายยาโดยแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น หากรับประทานเกินขนาด อาจเกิดความผิดปกติทางหัวใจ หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูง หัวใจหยุดเต้น และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
ในประเทศไทยมีการขึ้นทะเบียนตำรับยาที่มีไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) เป็นส่วนประกอบในรูปแบบยารับประทาน จำนวน 43 ทะเบียน เป็นยาน้ำ จำนวน 35 ทะเบียน และเป็นยาเม็ดและแคปซูล จำนวน 8 ทะเบียน ขนาดที่แนะนำให้รับประทาน คือ ในเด็กครั้งละ ? -1 ช้อนชา (6.25-12.5 มิลลิกรัม) ทุก 4-6 ชั่วโมง สูงสุดไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน ในผู้ใหญ่ครั้งละ 1-2 เม็ด/แคปซูล (25-50 มิลลิกรัม) ทุก 4-6 ชั่วโมง สูงสุดไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน โดยต้องสั่งจ่ายยาโดยแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น และร้านขายยาจะต้องจัดทำบัญชีการขายยาเพื่อป้องกันการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด สำหรับขนาดยาที่ได้รับรายงานทำให้เกิดความเป็นพิษรุนแรง (severe toxicity) ในเด็ก คือ 10-15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในผู้ใหญ่ คือ 1 กรัมขึ้นไป
ยาไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) เมื่อใช้ตามคำแนะนำถือเป็นยาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษา และขอย้ำเตือนอย่าหลงเชื่อลอกเลียนแบบพฤติกรรม Benadryl challenge โดยเด็ดขาด ควรคิดไตร่ตรองก่อนว่าพฤติกรรมใดเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างหรือไม่ เพราะผลลัพธ์ที่ตามมา อาจนำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและร่างกายได้
เตือนอย่าเลียนแบบไวรัล TIK TOK Benadryl challenge อันตรายถึงชีวิต
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
- ราชวิถี ก้าวสู่การรักษา OSA ด้วยการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 12 สำเร็จรายแรกของโรงพยาบาลราชวิถี (74 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู 4 แนวทางแพทย์แผนจีน ผสานแผนปัจจุบันสู้ภัยอัลไซเมอร์ผู้สูงอายุ รับวันอัลไซเมอร์โลก (81 views)
- สธ. เปิดใช้ระบบ “PHR Emergency” รับสถานการณ์น้ำท่วม ใน 22 จังหวัด และพื้นที่เกี่ยวข้อง เชื่อมประวัติสุขภาพ (71 views)
- รพ.เลิดสิน กรมการแพทย์เปิดบริการด้านเวชศาสตร์การกีฬา พร้อมชูศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา (136 views)
- นวัตกรรมเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ เพื่อการผลิตกายอุปกรณ์เสริมเฉพาะรายบุคคล ในผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางการเคลื่อนไหว (119 views)
- ปลัด สธ. หารือร่วม 6 ราชวิทยาลัยฯ ปรับหลักสูตรแพทย์ประจำบ้าน เน้นตอบโจทย์หน้างานจริง (118 views)
- อย. ยัน น้ำดื่มขวด PET ปลอดภัย ไร้สารก่อมะเร็ง BPA เป็นส่วนผสม (116 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู "ตรีผลา" สุดยอดสมุนไพรปรับธาตุ งานวิจัยระดับสากลยืนยันช่วยคุมน้ำหนัก ลดน้ำตาลในเลือด (115 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
