ลดเค็ม ลดความดันโลหิต
- 9News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:20 pm
ลดเค็ม ลดความดันโลหิต
บทความโดย ผศ.พญ. วีรนุช รอบสันติสุข ภาควิชาอายุรศาสตร์
การบริโภคอาหารรสเค็มจัด เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง เพื่อความปลอดภัยเรามาร่วมมือกันลดการกินเค็มกันนะคะ
การกินอาหารรสเค็ม นอกจากจะทำให้เกิดความดันโลหิตสูงขึ้นแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกลือจะไปลดประสิทธิภาพของยาลดความดันโลหิต และยังมีผลต่อการทำงานของหัวใจและไตด้วย
ในปัจจุบันเราบริโภคอาหารเค็มเพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เพราะอาหารปรุงสำเร็จแต่ละชนิดมักจะมีเกลือเป็นส่วนประกอบอยู่มากเกินที่เราควรรับประทาน ในขณะที่เราควรบริโภคเกลือเพียงวันละ 1 ช้อนชา หรือไม่เกิน 6 กรัมเท่านั้น การวัดปริมาณเกลือที่บริโภคเข้าสู่ร่างกายนั้นสามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่ได้ผลเป็นที่น่าเชื่อถือ คือ การเก็บปัสสาวะมาตรวจ พบว่าเราบริโภคเกลือเฉลี่ยสูงถึง 9 กรัมต่อวัน จึงอาจก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงและผลเสียอื่นๆ ตามมาในระยะยาวได้
ดังนั้น เราควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด เช่น กะปิ ปลาเค็ม ไข่เค็ม อาหารสำเร็จรูปที่มีเกลือมาก ค่อยๆ ลด และพยายามเลิกการเติมน้ำปลา ซีอิ๊ว และซอสปรุงรสต่างๆ ในอาหาร รวมทั้งหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและโคเลสเตอรอลสูง เช่น เนย กะทิ ไข่แดง หนังสัตว์ เครื่องในสัตว์ หอยนางรม กุ้ง ปลาหมึก อาหารประเภททอดทั้งหลาย และไม่ควรดื่มสุรามากเกินไปด้วย ในทางกลับกันเราควรเพิ่มการบริโภคผักและผลไม้สด
เมื่ออายุมากขึ้น ความดันโลหิตก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว ดังนั้นผู้ใหญ่ทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจวัดความดันโลหิตเป็นระยะๆ เพื่อให้การวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องแต่เนิ่นๆ เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการใดๆ ดังนั้น การที่เราสบายดีจึงมิได้หมายความว่าเราไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ในคนปกติความดันโลหิตควรมีค่าน้อยกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท และควรวัดอย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 นาที แล้วใช้ค่าเฉลี่ยรายงานผล
โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคเรื้อรัง ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ควบคุมได้ด้วยยาลดความดันโลหิต ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอัมพาต ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจ และไตวายเรื้อรัง ร่วมกับการแนะนำให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง เช่น ลดการกินเค็ม ซึ่งจะมีผลช่วยลดความดันโลหิตเสริมจากการใช้ยาค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
การบริโภคอาหารรสเค็มจัด เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง เพื่อความปลอดภัยเรามาร่วมมือกันลดการกินเค็มกันนะคะ
การกินอาหารรสเค็ม นอกจากจะทำให้เกิดความดันโลหิตสูงขึ้นแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกลือจะไปลดประสิทธิภาพของยาลดความดันโลหิต และยังมีผลต่อการทำงานของหัวใจและไตด้วย
ในปัจจุบันเราบริโภคอาหารเค็มเพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เพราะอาหารปรุงสำเร็จแต่ละชนิดมักจะมีเกลือเป็นส่วนประกอบอยู่มากเกินที่เราควรรับประทาน ในขณะที่เราควรบริโภคเกลือเพียงวันละ 1 ช้อนชา หรือไม่เกิน 6 กรัมเท่านั้น การวัดปริมาณเกลือที่บริโภคเข้าสู่ร่างกายนั้นสามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่ได้ผลเป็นที่น่าเชื่อถือ คือ การเก็บปัสสาวะมาตรวจ พบว่าเราบริโภคเกลือเฉลี่ยสูงถึง 9 กรัมต่อวัน จึงอาจก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงและผลเสียอื่นๆ ตามมาในระยะยาวได้
ดังนั้น เราควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด เช่น กะปิ ปลาเค็ม ไข่เค็ม อาหารสำเร็จรูปที่มีเกลือมาก ค่อยๆ ลด และพยายามเลิกการเติมน้ำปลา ซีอิ๊ว และซอสปรุงรสต่างๆ ในอาหาร รวมทั้งหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและโคเลสเตอรอลสูง เช่น เนย กะทิ ไข่แดง หนังสัตว์ เครื่องในสัตว์ หอยนางรม กุ้ง ปลาหมึก อาหารประเภททอดทั้งหลาย และไม่ควรดื่มสุรามากเกินไปด้วย ในทางกลับกันเราควรเพิ่มการบริโภคผักและผลไม้สด
เมื่ออายุมากขึ้น ความดันโลหิตก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว ดังนั้นผู้ใหญ่ทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจวัดความดันโลหิตเป็นระยะๆ เพื่อให้การวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องแต่เนิ่นๆ เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการใดๆ ดังนั้น การที่เราสบายดีจึงมิได้หมายความว่าเราไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ในคนปกติความดันโลหิตควรมีค่าน้อยกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท และควรวัดอย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 นาที แล้วใช้ค่าเฉลี่ยรายงานผล
โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคเรื้อรัง ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ควบคุมได้ด้วยยาลดความดันโลหิต ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอัมพาต ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจ และไตวายเรื้อรัง ร่วมกับการแนะนำให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง เช่น ลดการกินเค็ม ซึ่งจะมีผลช่วยลดความดันโลหิตเสริมจากการใช้ยาค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
ลดเค็ม ลดความดันโลหิต
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (3 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (51 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (57 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (53 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (90 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (80 views)
- วัณโรค และวัณโรคดื้อยา: รู้เร็ว รักษาได้ หยุดการแพร่เชื้อ เพื่อสุขภาพดีของทุกคน (120 views)
- เตือน “SFTS” โรคไข้สูงเกล็ดเลือดต่ำจากเห็บ รู้ทันก่อนรุนแรงถึงชีวิต ย้ำคนเลี้ยงสัตว์–ผู้สัมผัสเห็บอย่าชะล่าใจ (98 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน
