องค์การเภสัชกรรม วิจัยพัฒนายาขับเหล็ก ช่วยผู้ป่วยธาลัสซีเมีย เข้าถึงยามากขึ้น
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
องค์การเภสัชกรรม วิจัยพัฒนายาขับเหล็ก ช่วยผู้ป่วยธาลัสซีเมีย เข้าถึงยามากขึ้น
8 พ.ค. วันธาลัสซีเมียโลก องค์การเภสัชกรรม วิจัยพัฒนายาขับเหล็ก ช่วยผู้ป่วยธาลัสซีเมีย เข้าถึงยามากขึ้น

การรักษาโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียที่มีอาการน้อยจนถึงขั้นรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการให้เลือดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะเหล็กเกินได้ ภาวะเหล็กเกินมีผลเสียต่ออวัยวะภายใน ได้แก่ ตับ หัวใจ ตับอ่อนและต่อมไร้ท่อ การกำจัดเหล็กเกินเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว ผู้ป่วยโรคนี้จึงจำเป็นต้องได้รับยาขับเหล็กเกิน
ในอดีตยาขับเหล็กเป็นยาที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และเป็นยาฉีด ซึ่งมีราคาสูง ทำให้มีผู้ป่วยเข้าถึงยาได้น้อยรายและรูปแบบการใช้ยาที่ต้องเจ็บปวดจากการฉีดยา บั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแย่ลง
จากความร่วมมือของสหสถาบันในโรงเรียนแพทย์ชั้นนำของประเทศ และองค์การเภสัชกรรม ได้ร่วมกันศึกษาและพัฒนาการวิจัยเพื่อผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย โดยได้ผลิตยา Deferiprone เป็นยารับประทานในรูปแบบยาเม็ดและยาน้ำสำเร็จ ซึ่งดำเนินการพัฒนาการผลิตตั้งแต่วัตถุดิบตัวยาสำคัญจนกระทั่งผลิตเป็นยาสำเร็จรูปได้เองภายในประเทศ และมีการทดสอบประสิทธิผลและความปลอดภัยในผู้ป่วย เพิ่มความสะดวกในการใช้และมีราคาถูกกว่ายาฉีดมาก และบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างทั่วถึง ไม่ต้องเจ็บปวดร่างกายจากการฉีดยาช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
นอกจากผู้ป่วยชาวไทยแล้ว องค์การเภสัชกรรมได้กระจายยาไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อผู้ป่วยธาลัสซีเมียภูมิภาคอาเซียนมีโอกาสเข้าถึงยาคุณภาพนี้อีกด้วย
องค์การเภสัชกรรมได้วิจัยและพัฒนายาขับเหล็กอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 ได้ผลิตยาชนิดใหม่ที่มีชื่อสามัญทางยา คือ Deferasirox ในรูปแบบยาเม็ด ช่วยลดปริมาณจากที่ผู้ป่วยต้องทานวันละ 3-4 ครั้ง เหลือเพียงวันละ 1 ครั้ง เพิ่มความสะดวกในการทานยายิ่งขึ้น อีกทั้งยานี้ได้ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติแล้วเช่นกัน
องค์การเภสัชกรรมมุ่งมั่นวิจัยและพัฒนายาเพื่อผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียทั้งชาวไทยและภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายคือการเข้าถึงการรักษาอย่างทั่วถึงและมีสุขภาพที่ยั่งยืน สอดคล้องกับคำขวัญเนื่องในวันธาลัสซีเมียโลก ปี 2563
The dawning of a new era for thalassaemia: Time for a global effort to make novel therapies accessible and affordable to patients
ข่าว/ภาพ-องค์การเภสัชกรรม

การรักษาโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียที่มีอาการน้อยจนถึงขั้นรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการให้เลือดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะเหล็กเกินได้ ภาวะเหล็กเกินมีผลเสียต่ออวัยวะภายใน ได้แก่ ตับ หัวใจ ตับอ่อนและต่อมไร้ท่อ การกำจัดเหล็กเกินเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว ผู้ป่วยโรคนี้จึงจำเป็นต้องได้รับยาขับเหล็กเกิน
ในอดีตยาขับเหล็กเป็นยาที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และเป็นยาฉีด ซึ่งมีราคาสูง ทำให้มีผู้ป่วยเข้าถึงยาได้น้อยรายและรูปแบบการใช้ยาที่ต้องเจ็บปวดจากการฉีดยา บั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแย่ลง
จากความร่วมมือของสหสถาบันในโรงเรียนแพทย์ชั้นนำของประเทศ และองค์การเภสัชกรรม ได้ร่วมกันศึกษาและพัฒนาการวิจัยเพื่อผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย โดยได้ผลิตยา Deferiprone เป็นยารับประทานในรูปแบบยาเม็ดและยาน้ำสำเร็จ ซึ่งดำเนินการพัฒนาการผลิตตั้งแต่วัตถุดิบตัวยาสำคัญจนกระทั่งผลิตเป็นยาสำเร็จรูปได้เองภายในประเทศ และมีการทดสอบประสิทธิผลและความปลอดภัยในผู้ป่วย เพิ่มความสะดวกในการใช้และมีราคาถูกกว่ายาฉีดมาก และบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างทั่วถึง ไม่ต้องเจ็บปวดร่างกายจากการฉีดยาช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
นอกจากผู้ป่วยชาวไทยแล้ว องค์การเภสัชกรรมได้กระจายยาไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อผู้ป่วยธาลัสซีเมียภูมิภาคอาเซียนมีโอกาสเข้าถึงยาคุณภาพนี้อีกด้วย
องค์การเภสัชกรรมได้วิจัยและพัฒนายาขับเหล็กอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 ได้ผลิตยาชนิดใหม่ที่มีชื่อสามัญทางยา คือ Deferasirox ในรูปแบบยาเม็ด ช่วยลดปริมาณจากที่ผู้ป่วยต้องทานวันละ 3-4 ครั้ง เหลือเพียงวันละ 1 ครั้ง เพิ่มความสะดวกในการทานยายิ่งขึ้น อีกทั้งยานี้ได้ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติแล้วเช่นกัน
องค์การเภสัชกรรมมุ่งมั่นวิจัยและพัฒนายาเพื่อผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียทั้งชาวไทยและภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายคือการเข้าถึงการรักษาอย่างทั่วถึงและมีสุขภาพที่ยั่งยืน สอดคล้องกับคำขวัญเนื่องในวันธาลัสซีเมียโลก ปี 2563
The dawning of a new era for thalassaemia: Time for a global effort to make novel therapies accessible and affordable to patients
ข่าว/ภาพ-องค์การเภสัชกรรม
องค์การเภสัชกรรม วิจัยพัฒนายาขับเหล็ก ช่วยผู้ป่วยธาลัสซีเมีย เข้าถึงยามากขึ้น
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (23 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (28 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (54 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (116 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (111 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (101 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (118 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (107 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], Baidu [Spider], Bing [Bot], ClaudeBot, GoogleBot 66.249. และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน
