แนะครูและผู้ปกครองควรระวังสังเกตบุตรหลานใกล้ชิด ป้องกันการระ
- pr_dpc9 ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 ก.ย. 2011 3:14 am
แนะครูและผู้ปกครองควรระวังสังเกตบุตรหลานใกล้ชิด ป้องกันการระ
แนะครูและผู้ปกครองควรระวังสังเกตบุตรหลานใกล้ชิด ป้องกันการระบาดโรคคางทูม
เภสัชกรเชิดเกียรติ แกล้วกสิกิจ หัวหน้ากลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก กรมควบคุมโรค เผยว่าในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาวนี้อาจมีโรคหลายชนิดระบาดได้ จากที่มีการรายงานว่ามีผู้ปกครองนำบุตรหลานเข้ารับการรักษาโรคคางทูมในบางพื้นที่ในเขตภาคเหนือตอนล่างนั้น เพื่อป้องกันระบาดของโรค และให้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องกับประชาชนในการดูแลบุตรหลาน ครูอนามัยและผู้ปกครองควรเฝ้าระวังสังเกตุเด็กที่อยู่ในการดูแลเพื่อป้องกันการระบาดของโรคคางทูมอย่างใกล้ชิด
โรคคางทูมพบรายงานในประเทศไทยจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค มีอัตราป่วยเฉลี่ย 17.22 ต่อประชากรแสนคน เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม paramyxovirus ที่อยู่ในน้ำลายและเสมหะของผู้ป่วย ทำให้เกิดการอักเสบของต่อมน้ำลาย โดยมากมักจะเป็นที่ต่อมน้ำลายข้างหู พบมากในเด็กอายุ 6-10 ปี อาจพบระบาดได้เป็นครั้งคราว ซึ่งติดต่อกันโดยการไอ จาม หรือหายใจรดกัน หรือโดยการสัมผัสถูกมือ สิ่งของเครื่องใช้ เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ จาน ชาม ฯลฯ ผู้ป่วยมักจะมีอาการนำมาก่อน 1-3 วัน ด้วยอาการไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว เจ็บคอ เบื่ออาหาร อ่อนเพลียและปวดในรูหูหรือหลังหู ในขณะเคี้ยวหรือกลืน ต่อมาจะมีอาการปวด บวม และกดเจ็บ บริเวณข้างหูหรือขากรรไกร ผิวหนังบริเวณนั้นอาจมีลักษณะแดง ร้อน และตึง ผู้ป่วยมักรู้สึกปวดร้าวที่หูขณะกลืน เคี้ยว หรืออ้าปาก บางรายอาจมีอาการบวมที่ใต้คางร่วมด้วย โรคนี้มักจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ และสามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนที่มีชื่อว่าเอ็มเอ็มอาร์ (MMR) มักจะฉีดเมื่อเด็กอายุได้ 9-15 เดือน
ในส่วนของประชาชนทั่วไปให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย สังเกตเฝ้าระวังอาการของบุตรหลาน โดยหากพบอาการดังกล่าวควรแยกผู้ป่วยออกต่างหากจนกว่าคางจะยุบบวม โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ควรเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อน หากสงสัยให้รีบพาบุตรหลานไปตรวจที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทันที
ข้อความหลัก " โรคคางทูมป้องกันได้ โดยการให้บุตรหลานไปฉีดวัคซีน ?
กรมควบคุมโรค ห่วงใย อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี
ที่มา http://dpc9.ddc.moph.go.th/crd/news/tv/ ... Mumps.html
เภสัชกรเชิดเกียรติ แกล้วกสิกิจ หัวหน้ากลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก กรมควบคุมโรค เผยว่าในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาวนี้อาจมีโรคหลายชนิดระบาดได้ จากที่มีการรายงานว่ามีผู้ปกครองนำบุตรหลานเข้ารับการรักษาโรคคางทูมในบางพื้นที่ในเขตภาคเหนือตอนล่างนั้น เพื่อป้องกันระบาดของโรค และให้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องกับประชาชนในการดูแลบุตรหลาน ครูอนามัยและผู้ปกครองควรเฝ้าระวังสังเกตุเด็กที่อยู่ในการดูแลเพื่อป้องกันการระบาดของโรคคางทูมอย่างใกล้ชิด
โรคคางทูมพบรายงานในประเทศไทยจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค มีอัตราป่วยเฉลี่ย 17.22 ต่อประชากรแสนคน เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม paramyxovirus ที่อยู่ในน้ำลายและเสมหะของผู้ป่วย ทำให้เกิดการอักเสบของต่อมน้ำลาย โดยมากมักจะเป็นที่ต่อมน้ำลายข้างหู พบมากในเด็กอายุ 6-10 ปี อาจพบระบาดได้เป็นครั้งคราว ซึ่งติดต่อกันโดยการไอ จาม หรือหายใจรดกัน หรือโดยการสัมผัสถูกมือ สิ่งของเครื่องใช้ เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ จาน ชาม ฯลฯ ผู้ป่วยมักจะมีอาการนำมาก่อน 1-3 วัน ด้วยอาการไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว เจ็บคอ เบื่ออาหาร อ่อนเพลียและปวดในรูหูหรือหลังหู ในขณะเคี้ยวหรือกลืน ต่อมาจะมีอาการปวด บวม และกดเจ็บ บริเวณข้างหูหรือขากรรไกร ผิวหนังบริเวณนั้นอาจมีลักษณะแดง ร้อน และตึง ผู้ป่วยมักรู้สึกปวดร้าวที่หูขณะกลืน เคี้ยว หรืออ้าปาก บางรายอาจมีอาการบวมที่ใต้คางร่วมด้วย โรคนี้มักจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ และสามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนที่มีชื่อว่าเอ็มเอ็มอาร์ (MMR) มักจะฉีดเมื่อเด็กอายุได้ 9-15 เดือน
ในส่วนของประชาชนทั่วไปให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย สังเกตเฝ้าระวังอาการของบุตรหลาน โดยหากพบอาการดังกล่าวควรแยกผู้ป่วยออกต่างหากจนกว่าคางจะยุบบวม โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ควรเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อน หากสงสัยให้รีบพาบุตรหลานไปตรวจที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทันที
ข้อความหลัก " โรคคางทูมป้องกันได้ โดยการให้บุตรหลานไปฉีดวัคซีน ?
กรมควบคุมโรค ห่วงใย อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี
ที่มา http://dpc9.ddc.moph.go.th/crd/news/tv/ ... Mumps.html
แนะครูและผู้ปกครองควรระวังสังเกตบุตรหลานใกล้ชิด ป้องกันการระ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- กินยา 1 ช้อนชาเท่ากับกี่ซีซี cc - 1 ช้อนชา เท่ากับกี่ ml - 1 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ กี่ ml กี่ cc หรือ กี่ช้อนชา กี่กรัม (651,101 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (28 views)
- โรคติดต่อนำโดยแมลงที่พบในประเทศไทย รู้ทัน ป้องกันได้ (7 views)
- เตือนภัยน้ำท่วมอุทกภัย รู้ทัน เตรียมพร้อม ลดการสูญเสีย (8 views)
- "ไม่สูบบุหรี่" ก็เป็นมะเร็งปอดได้ แพทย์เตือนพบผู้ป่วยอายุน้อยตั้งแต่วัย 35 ปีเพิ่มขึ้น (14 views)
- “มะเร็งไต” (Renal Cell Carcinoma) : รู้ไว ตรวจพบเร็ว รักษาได้ เช็ก 5 กลุ่มเสี่ยงและ 3 สัญญาณเตือน ก่อนสายเกินแก้ (21 views)
- คนส่วนใหญ่มักแยก "ยุงลายสวน" กับ "ยุงลายบ้าน" ไม่ออก เรื่องของยุง ที่คุณอาจยังไม่รู้! (28 views)
- ไวรัสตับอักเสบ ซี... รักษาให้หายขาดได้ ไวรัสตับอักเสบ บี... ควบคุมได้และป้องกันได้ (16 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
