ประโยชน์จากเมล็ดทานตะวันเพื่อสุขภาพ
- Post ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 11:48 am
ประโยชน์จากเมล็ดทานตะวันเพื่อสุขภาพ
หากนึกถึงเมล็ดพืชที่คนส่วนใหญ่มักนิยมนำมากินเป็นอาหารว่างหรือขนมกินเล่น หลายคนคงจะนึกถึงเมล็ดฟักทองหรือเมล็ดแตงโม แต่จริงๆ แล้วยังมีเมล็ดพืชอีกอย่างที่มีความนิยมไม่แพ้กัน นั่นก็คือ ?เมล็ดทานตะวัน? ค่ะ เพราะนอกจากจะหาซื้อรับประทานง่าย และมีรสชาติอร่อยแล้วยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการอย่างมากมายเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับจากการรับประทานเมล็ดทานตะวันมีดังนี้
1. ช่วยบำรุงเส้นผมและผิวให้มีสุขภาพดี ในเมล็ดทานตะวันนั้นจะมี ?ทองแดง? ซึ่งเป็นแร่ธาตุประเภทหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกายในการผลิตเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม ผิวพรรณเปล่งปลั่งและเต่งตึงมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยต่อต้านรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากดวงอาทิตย์ ทำให้สามารถป้องกันแสงแดดได้อีกด้วย นอกจากนั้นเมล็ดทานตะวันยังอุดมไปด้วยวิตามินอีและสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) สูงที่ช่วยในการต่อต้านริ้วรอยเหี่ยวย่นของผิวหนัง รักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณ และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิว ทำให้ผิวมีสุขภาพดี สดใส และดูอ่อนเยาว์ลง
2. ช่วยให้ระบบการไหลเวียนโลหิตในร่างกายดีขึ้น เมล็ดทานตะวันจัดได้ว่าเป็นเมล็ดธัญพืชที่มีวิตามินอีสูงกว่าเมล็ดถั่วเหลืองและเมล็ดข้าวโพดถึง 3 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งวิตามินอีมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น บำรุงเลือด ป้องกันการแข็งตัวของโลหิต ทำให้การไหลเวียนของโลหิตที่ไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายดีขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยลดการอุดตันของคอเลสเตอรอลหรือไขมันในเส้นเลือดและหลอดเลือด ลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดและหลอดเลือดสมองอุดตัน ช่วยให้หลอดเลือดและเม็ดเลือดแดงมีความสมบูรณ์แข็งแรง ป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นกับเยื่อหุ้มเซลล์ของ DNA ในกระบวนการผลิตเม็ดเลือดแดง ลดความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ให้สูงเกินไป
3. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยวิตามินอีที่อยู่ในเมล็ดทานตะวันจะช่วยป้องกันเซลล์และต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะวัยชรา จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ ได้
4. ช่วยบำรุงสายตา วิตามินอีในเมล็ดทานตะวันจะช่วยบำรุงสายตาและฟื้นฟูดวงตาที่เสื่อมสภาพให้กลับมาสดใสเป็นปกติได้ นอกจากนั้นยังช่วยชะลอการเกิดโรคต้อกระจกและโรคประสาทตาเสื่อมได้ถึง 25%
5. ช่วยให้การเผาผลาญพลังงานในร่างกายดีขึ้น เนื่องจากในเมล็ดทานตะวันมีแร่ธาตุทองแดง ซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้การเผาผลาญพลังงานภายในร่างกายดีขึ้น จึงมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี
6. ช่วยในการเสริมสร้างเอนไซม์ ในเมล็ดทานตะวันมีวิตามินบี 2 หรือไรโบฟลาวิน (Riboflavin) สูงที่ช่วยให้เกิดการกระตุ้นหรือเร่งปฏิกิริยาทางเคมีที่สำคัญกับร่างกายคนเรา เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยทำให้กรดนิวคลีอิกทำงานได้ดี จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ได้
8. ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด แก้ไอ และขับเสมหะ เมล็ดทานตะวันและน้ำมันจากเมล็ดทานตะวันจะมีสรรพคุณในการช่วยขับเสมหะ
9. ช่วยบำรุงหัวใจ เมล็ดทานตะวันมีสรรพคุณในการบำรุงหัวใจให้แข็งแรง ช่วยทำให้ระบบหัวใจทำงานได้อย่างเป็นปกติ ป้องกันโรคหัวใจวาย
10. ช่วยบำรุงระบบสืบพันธุ์ ทำให้ระบบสืบพันธุ์ทำงานได้อย่างเป็นปกติ
11. ช่วยแก้โรคบิด หรืออาการขับถ่ายเป็นเลือด ด้วยการเหยาะน้ำตาลลงไปในเมล็ดทานตะวัน 30 กรัมที่ได้เตรียมไว้สักเล็กน้อย และนำไปต้มน้ำประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนำมาดื่ม จะช่วยให้บรรเทาอาการโรคบิดหรือถ่ายเป็นมูกเลือดได้
12. ช่วยรักษาโรคหนองใน เมล็ดทานตะวันและน้ำมันจากเมล็ดทานตะวันจะช่วยขับหนองใน และรักษาอาการหนองในได้
13. ช่วยบำรุงตับและไต เมล็ดทานตะวันสามารถใช้เป็นยาบำรุงตับและไต ช่วยให้การทำงานของตับและไตดีขึ้น
14. ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งในปาก เมล็ดทานตะวันมีสรรพคุณในการป้องกันและต่อต้านสารพิษที่ก่อให้เกิดมะเร็งในปากได้
เมื่อผู้อ่านทราบถึงประโยชน์ของเมล็ดทานตะวันเพื่อสุขภาพที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้แล้วพบเห็นห่อเมล็ดทานตะวันวางขายอยู่ตามตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างสรรพสินค้าก็อย่าลืมซื้อมารับประทานไว้เป็นอาหารว่างกันนะคะ
ขอบคุณข้อมูล ร้านดอกไม้ Fruit N Flora
1. ช่วยบำรุงเส้นผมและผิวให้มีสุขภาพดี ในเมล็ดทานตะวันนั้นจะมี ?ทองแดง? ซึ่งเป็นแร่ธาตุประเภทหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกายในการผลิตเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม ผิวพรรณเปล่งปลั่งและเต่งตึงมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยต่อต้านรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากดวงอาทิตย์ ทำให้สามารถป้องกันแสงแดดได้อีกด้วย นอกจากนั้นเมล็ดทานตะวันยังอุดมไปด้วยวิตามินอีและสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) สูงที่ช่วยในการต่อต้านริ้วรอยเหี่ยวย่นของผิวหนัง รักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณ และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิว ทำให้ผิวมีสุขภาพดี สดใส และดูอ่อนเยาว์ลง
2. ช่วยให้ระบบการไหลเวียนโลหิตในร่างกายดีขึ้น เมล็ดทานตะวันจัดได้ว่าเป็นเมล็ดธัญพืชที่มีวิตามินอีสูงกว่าเมล็ดถั่วเหลืองและเมล็ดข้าวโพดถึง 3 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งวิตามินอีมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น บำรุงเลือด ป้องกันการแข็งตัวของโลหิต ทำให้การไหลเวียนของโลหิตที่ไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายดีขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยลดการอุดตันของคอเลสเตอรอลหรือไขมันในเส้นเลือดและหลอดเลือด ลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดและหลอดเลือดสมองอุดตัน ช่วยให้หลอดเลือดและเม็ดเลือดแดงมีความสมบูรณ์แข็งแรง ป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นกับเยื่อหุ้มเซลล์ของ DNA ในกระบวนการผลิตเม็ดเลือดแดง ลดความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ให้สูงเกินไป
3. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยวิตามินอีที่อยู่ในเมล็ดทานตะวันจะช่วยป้องกันเซลล์และต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะวัยชรา จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ ได้
4. ช่วยบำรุงสายตา วิตามินอีในเมล็ดทานตะวันจะช่วยบำรุงสายตาและฟื้นฟูดวงตาที่เสื่อมสภาพให้กลับมาสดใสเป็นปกติได้ นอกจากนั้นยังช่วยชะลอการเกิดโรคต้อกระจกและโรคประสาทตาเสื่อมได้ถึง 25%
5. ช่วยให้การเผาผลาญพลังงานในร่างกายดีขึ้น เนื่องจากในเมล็ดทานตะวันมีแร่ธาตุทองแดง ซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้การเผาผลาญพลังงานภายในร่างกายดีขึ้น จึงมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี
6. ช่วยในการเสริมสร้างเอนไซม์ ในเมล็ดทานตะวันมีวิตามินบี 2 หรือไรโบฟลาวิน (Riboflavin) สูงที่ช่วยให้เกิดการกระตุ้นหรือเร่งปฏิกิริยาทางเคมีที่สำคัญกับร่างกายคนเรา เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยทำให้กรดนิวคลีอิกทำงานได้ดี จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ได้
เครดิตภาพ https://pixabay.com/
7. สามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันพืช ดีต่อสุขภาพ หากนำเมล็ดทานตะวันมาสกัดเป็นน้ำมันพืชก็จะได้น้ำมันเพื่อสุขภาพ นอกเหนือจากน้ำมันมะกอกและน้ำมันมะพร้าว ซึ่งน้ำมันทานตะวันหรือน้ำมันจากเมล็ดทานตะวันนั้นจัดได้ว่าเป็นน้ำมันพืชคุณภาพดี มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุต่างๆ นานาชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค และยิ่งไปกว่านั้นยังประกอบไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกายอย่างกรดไขมันไลโนเลอิก (Linoleic Acid) หรือ ?โอเมก้า 6? และกรดอะราคิโดนิก (Arachidonic acid) อีกด้วย เมื่อนำน้ำมันจากเมล็ดทานตะวันมาปรุงอาหาร เช่น นำมาผัด หรือนำมาปรุงในน้ำสลัด ก็จะช่วยให้เกิดประโยชน์ต่างๆ ต่อร่างกาย คือ ลดระดับคอเลสเตอรอลหรือไขมันในเส้นเลือดที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ, ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง, ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ และใช้เป็นยาแก้พิษจากแมลงกัดต่อยได้8. ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด แก้ไอ และขับเสมหะ เมล็ดทานตะวันและน้ำมันจากเมล็ดทานตะวันจะมีสรรพคุณในการช่วยขับเสมหะ
9. ช่วยบำรุงหัวใจ เมล็ดทานตะวันมีสรรพคุณในการบำรุงหัวใจให้แข็งแรง ช่วยทำให้ระบบหัวใจทำงานได้อย่างเป็นปกติ ป้องกันโรคหัวใจวาย
10. ช่วยบำรุงระบบสืบพันธุ์ ทำให้ระบบสืบพันธุ์ทำงานได้อย่างเป็นปกติ
11. ช่วยแก้โรคบิด หรืออาการขับถ่ายเป็นเลือด ด้วยการเหยาะน้ำตาลลงไปในเมล็ดทานตะวัน 30 กรัมที่ได้เตรียมไว้สักเล็กน้อย และนำไปต้มน้ำประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนำมาดื่ม จะช่วยให้บรรเทาอาการโรคบิดหรือถ่ายเป็นมูกเลือดได้
12. ช่วยรักษาโรคหนองใน เมล็ดทานตะวันและน้ำมันจากเมล็ดทานตะวันจะช่วยขับหนองใน และรักษาอาการหนองในได้
13. ช่วยบำรุงตับและไต เมล็ดทานตะวันสามารถใช้เป็นยาบำรุงตับและไต ช่วยให้การทำงานของตับและไตดีขึ้น
14. ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งในปาก เมล็ดทานตะวันมีสรรพคุณในการป้องกันและต่อต้านสารพิษที่ก่อให้เกิดมะเร็งในปากได้
เมื่อผู้อ่านทราบถึงประโยชน์ของเมล็ดทานตะวันเพื่อสุขภาพที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้แล้วพบเห็นห่อเมล็ดทานตะวันวางขายอยู่ตามตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างสรรพสินค้าก็อย่าลืมซื้อมารับประทานไว้เป็นอาหารว่างกันนะคะ
ขอบคุณข้อมูล ร้านดอกไม้ Fruit N Flora
ประโยชน์จากเมล็ดทานตะวันเพื่อสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (39 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (39 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (69 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (129 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (121 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (119 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (119 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (110 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน

