แนะทดสอบฟอร์มาลินในอาหารก่อนรับประทานหรือปรุง
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แนะทดสอบฟอร์มาลินในอาหารก่อนรับประทานหรือปรุง
นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า จากการที่มีกลุ่มผู้ค้าที่ขายอาหารทะเลสด ผักสด เครื่องในสด นำสารฟอร์มาลินมาแช่อาหาร เพื่อให้สดใสอยู่เสมอนั้น กรมอนามัยจึงได้มีการสุ่มตรวจอาหารทะเลในตลาดสด ล่าสุดเมื่อ ปี 2558 พบอาหารทะเลมีการปนเปื้อนสารฟอร์มาลินมากที่สุด คือ หมึกกรอบ รองลงมา คือ หมึกสด ซึ่งสาร?ฟอร์มาลิน? นั้น เป็นสารเคมีชนิดหนึ่ง อยู่ในรูปของ ?สารละลายฟอร์มัลดีไฮด์? ซึ่งหากอยู่ในสถานะก๊าซจะมีชื่อเรียกว่า ?ฟอร์มัลดีไฮด์? ในทางการแพทย์จะใช้ฟอร์มาลินในการดองศพไม่ให้เน่าเปื่อย ใช้ฆ่าเชื้อโรค ฆ่าเชื้อรา และทำความสะอาดห้องผู้ป่วย หากมีการรับประทานเข้าไป และสะสมเป็นเวลานาน จะก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ หรือหากสัมผัสกับสารฟอร์มาลินโดยตรง หรือสูดดม จะทำให้ผิวหนังอักเสบ ผิวหนังอาจไหม้ หรือเปลี่ยนเป็นสีขาวได้ ระคายเคืองที่ตา จมูก ระบบทางเดินหายใจ และถ้าหากรับประทานในปริมาณที่มากถึง 30-60 มิลลิลิตร จะทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรง อาเจียน ท้องเดิน หมดสติ และอาจเสียชีวิต
ถึงแม้ปัจจุบันจะมีการรณรงค์ไม่ให้มีการใช้ฟอร์มาลินแช่ หรือดองอาหาร โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศฉบับที่ 93 พ.ศ.2528 เรื่องวัตถุห้ามใช้ในอาหาร ผู้ใดละเมิดใส่ในอาหารต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ฐานผลิตอาหารไม่บริสุทธิ์ แต่ก็ยังพบว่ามีการใช้กันอย่างแพร่หลาย การหลีกเลี่ยงสารฟอร์มาลินที่ปนเปื้อนในอาหาร อาจจะดูเป็นเรื่องยาก ดังนั้นหากต้องซื้ออาหารทะเล หรือผักสดจากท้องตลาดทั่วไป ผู้บริโภคควรสังเกตลักษณะของอาหารว่ามีความสด ใหม่ แตกต่างจากปกติหรือไม่ และเพื่อให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น สามารถตรวจด้วยชุดทดสอบฟอร์มาลินในอาหาร ก่อนนำมาปรุงหรือรับประทาน ซึ่งชุดทดสอบฟอร์มาลินนี้ องค์การฯ ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สะดวกในการใช้งาน โดย 1 ชุดสามารถตรวจได้ 1 ตัวอย่าง ชุดทดสอบมีความไว สามารถตรวจได้ที่ระดับต่ำสุด 0.5มิลลิกรัม/ กิโลกรัม(ppm) ทดสอบได้ง่ายด้วยตนเอง โดยเทน้ำแช่อาหารที่สงสัยลงในขวดหมายเลข 1 ประมาณ 1 ใน 3 ของขวด ปิดฝาเขย่าจนสารทดสอบละลายหมด แล้วเทของเหลวทั้งหมดลงในขวดหมายเลข 2 ปิดฝาเขย่าเล็กน้อย จากนั้นเทของเหลวทั้งหมดลงในขวดหมายเลข 3 ปิดฝาเขย่าเบาๆ ให้ของเหลวเข้ากัน สังเกตสีที่เกิดขึ้น ถ้าของเหลวมีสีชมพูจนถึงสีแดง แสดงว่าน้ำมีฟอร์มาลินผสมอยู่
ข่าว ? องค์การเภสัชกรรม
ถึงแม้ปัจจุบันจะมีการรณรงค์ไม่ให้มีการใช้ฟอร์มาลินแช่ หรือดองอาหาร โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศฉบับที่ 93 พ.ศ.2528 เรื่องวัตถุห้ามใช้ในอาหาร ผู้ใดละเมิดใส่ในอาหารต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ฐานผลิตอาหารไม่บริสุทธิ์ แต่ก็ยังพบว่ามีการใช้กันอย่างแพร่หลาย การหลีกเลี่ยงสารฟอร์มาลินที่ปนเปื้อนในอาหาร อาจจะดูเป็นเรื่องยาก ดังนั้นหากต้องซื้ออาหารทะเล หรือผักสดจากท้องตลาดทั่วไป ผู้บริโภคควรสังเกตลักษณะของอาหารว่ามีความสด ใหม่ แตกต่างจากปกติหรือไม่ และเพื่อให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น สามารถตรวจด้วยชุดทดสอบฟอร์มาลินในอาหาร ก่อนนำมาปรุงหรือรับประทาน ซึ่งชุดทดสอบฟอร์มาลินนี้ องค์การฯ ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สะดวกในการใช้งาน โดย 1 ชุดสามารถตรวจได้ 1 ตัวอย่าง ชุดทดสอบมีความไว สามารถตรวจได้ที่ระดับต่ำสุด 0.5มิลลิกรัม/ กิโลกรัม(ppm) ทดสอบได้ง่ายด้วยตนเอง โดยเทน้ำแช่อาหารที่สงสัยลงในขวดหมายเลข 1 ประมาณ 1 ใน 3 ของขวด ปิดฝาเขย่าจนสารทดสอบละลายหมด แล้วเทของเหลวทั้งหมดลงในขวดหมายเลข 2 ปิดฝาเขย่าเล็กน้อย จากนั้นเทของเหลวทั้งหมดลงในขวดหมายเลข 3 ปิดฝาเขย่าเบาๆ ให้ของเหลวเข้ากัน สังเกตสีที่เกิดขึ้น ถ้าของเหลวมีสีชมพูจนถึงสีแดง แสดงว่าน้ำมีฟอร์มาลินผสมอยู่
ข่าว ? องค์การเภสัชกรรม
แนะทดสอบฟอร์มาลินในอาหารก่อนรับประทานหรือปรุง
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (37 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (39 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (67 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (129 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (121 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (119 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (119 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (109 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google Adsense [Bot] และ บุคคลทั่วไป 18 ท่าน
