สถานการณ์ไข้เลือดออกยังน่าเป็นห่วง ขอความร่วมมือปชช.ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
สถานการณ์ไข้เลือดออกยังน่าเป็นห่วง ขอความร่วมมือปชช.ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์ไข้เลือดออกยังน่าเป็นห่วง ขอความร่วมมือปชช.ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในบ้านและรอบบ้านทุกสัปดาห์
กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ปี 2559 ยังเพิ่มขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 ขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันกำจัดยุงทุกสัปดาห์ด้วยมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค แนะสังเกตอาการหากมีไข้สูง 2 วันไข้ไม่ลดให้รีบพบแพทย์โดยทันที ติวเข้มบุคลากร 12 เขตสุขภาพแม่นยำการวินิจฉัย โรคจากยุงลาย

นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศยังมีการน่าเป็นห่วง โดยข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 -1 มีนาคม 2559 มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 9,639 คน เสียชีวิต 3 คนยังสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 2 เท่า โดยในปี 2558 มีรายงานผู้ป่วยเพียง 4,783 คน มากสุดในภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคเหนือ และกรุงเทพมหานคร มาตรการป้องกันโรคที่ดีที่สุดคือ การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยขอความร่วมมือประชาชนทุกบ้านต้องร่วมกันไม่ให้บ้านเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุกสัปดาห์ โดยใช้มาตรการ 3 เก็บ คือ เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ เพื่อป้องกัน 3 โรค ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หากสามารถทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายจะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคได้ ป้องกันไม่ให้ยุงกัด ใช้ยาทากันยุง นอนกางมุ้ง
โรคไข้เลือดออก เป็นได้ในทุกกลุ่มอายุ โดยพบมากในช่วงอายุ 5-10 ปี อาการส่วนใหญ่มักจะมีไข้สูงไข้ไม่ลด นอนซม เด็กโตจะปวดศีรษะ ปวดรอบกระบอกตา ซึ่งพบได้ในผู้ใหญ่เช่นเดียวกัน ในระยะไข้นี้บางรายอาจมีอาการเบื่ออาหาร อาเจียน ปวดท้องร่วมด้วย ซึ่งในระยะแรกจะปวดทั่วๆไปและอาจปวดที่ชายโครงขวาในระยะที่มีตับโต จะต้องติดตามดูอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด หากมีลักษณะอาการดังกล่าวกับมีไข้สูงเกิน 2 วัน แต่อาการที่รุนแรงอาจพบได้ตั้งแต่วันที่ 4 ของโรค หากผู้ป่วยมีอาการซึมลง กินอาหารดื่มน้ำไม่ได้ อาจเข้าสู่ภาวะช็อกต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันการเสียชีวิต โรคไข้เลือดรักษาตามอาการ ให้กินยาพาราเซตามอลลดไข้ อย่าซื้อยาแก้ปวดที่มีระคายเคืองกระเพาะอาหาร เสี่ยงเลือดออกในกระเพาะอาหารอันตรายถึงเสียชีวิต
ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดอบรมฟื้นฟูความรู้ด้านการวินิจฉัยโรคไข้เลือดออกอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ในปีนี้ กรมการแพทย์จัดอบรม ใน12 เขตสุขภาพ และในวันที่ 8 มีนาคมนี้ จะอบรมการเตรียมความพร้อมด้านการวินิจฉัย ดูแลรักษาโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ โรคติดเชื้อไวรัสซิกา โรคไข้เลือดออกและไข้ปวดข้อยุงลายที่เกิดจากยุงลาย ทั้งการติดตามสถานการณ์ระบาด การเฝ้าระวังและการสอบสวนโรค การตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมอบรมดังกล่าว
กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ปี 2559 ยังเพิ่มขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 ขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันกำจัดยุงทุกสัปดาห์ด้วยมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค แนะสังเกตอาการหากมีไข้สูง 2 วันไข้ไม่ลดให้รีบพบแพทย์โดยทันที ติวเข้มบุคลากร 12 เขตสุขภาพแม่นยำการวินิจฉัย โรคจากยุงลาย

นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศยังมีการน่าเป็นห่วง โดยข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 -1 มีนาคม 2559 มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 9,639 คน เสียชีวิต 3 คนยังสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 2 เท่า โดยในปี 2558 มีรายงานผู้ป่วยเพียง 4,783 คน มากสุดในภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคเหนือ และกรุงเทพมหานคร มาตรการป้องกันโรคที่ดีที่สุดคือ การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยขอความร่วมมือประชาชนทุกบ้านต้องร่วมกันไม่ให้บ้านเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุกสัปดาห์ โดยใช้มาตรการ 3 เก็บ คือ เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ เพื่อป้องกัน 3 โรค ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หากสามารถทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายจะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคได้ ป้องกันไม่ให้ยุงกัด ใช้ยาทากันยุง นอนกางมุ้ง
โรคไข้เลือดออก เป็นได้ในทุกกลุ่มอายุ โดยพบมากในช่วงอายุ 5-10 ปี อาการส่วนใหญ่มักจะมีไข้สูงไข้ไม่ลด นอนซม เด็กโตจะปวดศีรษะ ปวดรอบกระบอกตา ซึ่งพบได้ในผู้ใหญ่เช่นเดียวกัน ในระยะไข้นี้บางรายอาจมีอาการเบื่ออาหาร อาเจียน ปวดท้องร่วมด้วย ซึ่งในระยะแรกจะปวดทั่วๆไปและอาจปวดที่ชายโครงขวาในระยะที่มีตับโต จะต้องติดตามดูอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด หากมีลักษณะอาการดังกล่าวกับมีไข้สูงเกิน 2 วัน แต่อาการที่รุนแรงอาจพบได้ตั้งแต่วันที่ 4 ของโรค หากผู้ป่วยมีอาการซึมลง กินอาหารดื่มน้ำไม่ได้ อาจเข้าสู่ภาวะช็อกต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันการเสียชีวิต โรคไข้เลือดรักษาตามอาการ ให้กินยาพาราเซตามอลลดไข้ อย่าซื้อยาแก้ปวดที่มีระคายเคืองกระเพาะอาหาร เสี่ยงเลือดออกในกระเพาะอาหารอันตรายถึงเสียชีวิต
ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดอบรมฟื้นฟูความรู้ด้านการวินิจฉัยโรคไข้เลือดออกอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ในปีนี้ กรมการแพทย์จัดอบรม ใน12 เขตสุขภาพ และในวันที่ 8 มีนาคมนี้ จะอบรมการเตรียมความพร้อมด้านการวินิจฉัย ดูแลรักษาโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ โรคติดเชื้อไวรัสซิกา โรคไข้เลือดออกและไข้ปวดข้อยุงลายที่เกิดจากยุงลาย ทั้งการติดตามสถานการณ์ระบาด การเฝ้าระวังและการสอบสวนโรค การตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมอบรมดังกล่าว
สถานการณ์ไข้เลือดออกยังน่าเป็นห่วง ขอความร่วมมือปชช.ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (22 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (28 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (54 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (116 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (111 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (101 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (118 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (107 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน
