เตือนคนไทยติดจอ เพ่งนานเสี่ยงต้อกระจก
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
เตือนคนไทยติดจอ เพ่งนานเสี่ยงต้อกระจก
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ห่วงผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ โน้ตบุค แท็ปเล็ต สมาร์ทโฟน เพ่งหน้าจอนานๆ เสี่ยงกระทบดวงตา แนะวิธีถนอมสายตา ช่วยลดอาการปวดตา ตามัว ตาแห้ง และสายตาล้า
ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ช่วยให้ทำงานต่าง ๆ ได้ ถ้าหากตามองไม่เห็นหรือสายตาเลือนราง จะก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการทำงาน ซึ่งทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่ทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค แท็ปเล็ต สมาร์ทโฟน ทำให้สายตาต้องเพ่งหน้าจออยู่เป็นเวลานาน เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาทางด้านสายตา เช่น ปวดตา ตามัว ตาแห้ง สายตาล้า สายตาสั้น รวมทั้งผลข้างเคียงอื่นๆ เช่น ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดเหมื่อยคอ บ่า ไหล่ โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ควรรู้จักถนอมดวงตา ซึ่งมีหลายวิธีด้วยกัน อาทิ 1) กระพริบตาให้ถี่ขึ้น ลดอาการตาแห้ง หรือใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น 2) จัดวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม ให้หน้าต่างอยู่ทางด้านข้างของจอคอมพิวเตอร์ เพื่อลดแสงตกสะท้อนบนหน้าจอ จัดระดับจอภาพจากจุดศูนย์กลางของจอให้อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 4-9 นิ้ว ไม่ควรให้จอภาพอยู่สูงหรือต่ำเกินไป 3) เลือกใช้ตัวอักษรใหญ่เวลาพิมพ์งาน และปรับความเข้มของตัวอักษรให้มากขึ้น โดยเลือกตัวอักษรและความเข้มที่เหมาะสม 4) เลือกแว่นที่เหมาะสมกับการใช้คอมพิวเตอร์ที่ผลิตมาเพื่อกรองแสงจากหน้าจอ โดยเฉพาะ และใช้เลนส์สีเขียวอ่อน ที่ช่วยให้สบายตา และลดแสงสะท้อนจากจอภาพ 5) พักสายตาทุกๆ ชั่วโมง โดยเปลี่ยนอิริยาบถ หรือลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย เพื่อพักสายตาและป้องกัน อาการปวดเมื่อยจากการใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน เป็นต้น
การบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ดวงตามีสุขภาพดีขึ้น เช่น กินอาหารที่มีโอเมก้า 3 กินผักใบเขียว เช่น ผักโขม ผักคะน้า แครอทอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน กินปลาแซลมอน ปลาทูน่า กินไข่ ถั่วประเภทนัท และอื่น ๆ ที่ไม่ใช่แหล่งโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ส้ม ผลไม้รสเปรี้ยวอื่น ๆ หรือน้ำผลไม้ ช่วยทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซี นอกจากนี้ควรสวมแว่นกันแดดที่สามารถปกป้องดวงตาจากรังสีอัลตร้าไวโอเลต UVA และ UVB ป้องกันต้อกระจก และจอประสาทเสื่อม หลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์เกิน 19 ชั่วโมง อาจทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร
"ทั้งนี้ ควรบริหารกล้ามเนื้อตา โดยการกลอกตาขึ้น ลงช้า ๆ 6 ครั้ง กลอกตาไปข้างขวา และซ้ายสลับกัน มองวัตถุใกล้ตัว และไกลตัวออกไป และกลอกตาเป็นวงกลมช้า ก็จะช่วยผ่อนคลายและส่งผลดีต่อดวงตา ซึ่งผู้มีอายุระหว่าง 20 ? 39 ปี ควรพบจักษุแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ทุก 5 ปี และทุก 2-4 ปี สำหรับผู้ที่มีอายุระหว่าง 40 ? 64 ปี ? อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด
ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ช่วยให้ทำงานต่าง ๆ ได้ ถ้าหากตามองไม่เห็นหรือสายตาเลือนราง จะก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการทำงาน ซึ่งทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่ทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค แท็ปเล็ต สมาร์ทโฟน ทำให้สายตาต้องเพ่งหน้าจออยู่เป็นเวลานาน เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาทางด้านสายตา เช่น ปวดตา ตามัว ตาแห้ง สายตาล้า สายตาสั้น รวมทั้งผลข้างเคียงอื่นๆ เช่น ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดเหมื่อยคอ บ่า ไหล่ โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ควรรู้จักถนอมดวงตา ซึ่งมีหลายวิธีด้วยกัน อาทิ 1) กระพริบตาให้ถี่ขึ้น ลดอาการตาแห้ง หรือใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น 2) จัดวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม ให้หน้าต่างอยู่ทางด้านข้างของจอคอมพิวเตอร์ เพื่อลดแสงตกสะท้อนบนหน้าจอ จัดระดับจอภาพจากจุดศูนย์กลางของจอให้อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 4-9 นิ้ว ไม่ควรให้จอภาพอยู่สูงหรือต่ำเกินไป 3) เลือกใช้ตัวอักษรใหญ่เวลาพิมพ์งาน และปรับความเข้มของตัวอักษรให้มากขึ้น โดยเลือกตัวอักษรและความเข้มที่เหมาะสม 4) เลือกแว่นที่เหมาะสมกับการใช้คอมพิวเตอร์ที่ผลิตมาเพื่อกรองแสงจากหน้าจอ โดยเฉพาะ และใช้เลนส์สีเขียวอ่อน ที่ช่วยให้สบายตา และลดแสงสะท้อนจากจอภาพ 5) พักสายตาทุกๆ ชั่วโมง โดยเปลี่ยนอิริยาบถ หรือลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย เพื่อพักสายตาและป้องกัน อาการปวดเมื่อยจากการใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน เป็นต้น
การบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ดวงตามีสุขภาพดีขึ้น เช่น กินอาหารที่มีโอเมก้า 3 กินผักใบเขียว เช่น ผักโขม ผักคะน้า แครอทอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน กินปลาแซลมอน ปลาทูน่า กินไข่ ถั่วประเภทนัท และอื่น ๆ ที่ไม่ใช่แหล่งโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ส้ม ผลไม้รสเปรี้ยวอื่น ๆ หรือน้ำผลไม้ ช่วยทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซี นอกจากนี้ควรสวมแว่นกันแดดที่สามารถปกป้องดวงตาจากรังสีอัลตร้าไวโอเลต UVA และ UVB ป้องกันต้อกระจก และจอประสาทเสื่อม หลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์เกิน 19 ชั่วโมง อาจทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร
"ทั้งนี้ ควรบริหารกล้ามเนื้อตา โดยการกลอกตาขึ้น ลงช้า ๆ 6 ครั้ง กลอกตาไปข้างขวา และซ้ายสลับกัน มองวัตถุใกล้ตัว และไกลตัวออกไป และกลอกตาเป็นวงกลมช้า ก็จะช่วยผ่อนคลายและส่งผลดีต่อดวงตา ซึ่งผู้มีอายุระหว่าง 20 ? 39 ปี ควรพบจักษุแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ทุก 5 ปี และทุก 2-4 ปี สำหรับผู้ที่มีอายุระหว่าง 40 ? 64 ปี ? อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด
เตือนคนไทยติดจอ เพ่งนานเสี่ยงต้อกระจก
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (22 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (24 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (54 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (116 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (110 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (101 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (118 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (106 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน
