Lecithin นอกจากเสริมสร้างความจำแล้วเลซิตินมีประโยชน์อะไรบ้าง
- Pretty Woman ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 27 มี.ค. 2011 1:21 pm
Lecithin นอกจากเสริมสร้างความจำแล้วเลซิตินมีประโยชน์อะไรบ้าง
เลซิติน Lecithin พบมากทั้งในไข่แดง นม สมอง ตับ ไต ถั่วเปลือกแข็ง ปลา ธัญพืช น้ำมันพืช และสัตว์ต่างๆ การผลิตเลซิตินสามารถผลิตได้จากทั้งไข่แดงและน้ำมันถั่วเหลือง แต่เลซิตินที่ได้จากถั่วเหลืองมีคุณภาพดีกว่าจากไข่แดง เนื่องจากมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ดังนั้นเลซิตินที่สกัดจากถั่วเหลืองจึงเป็นที่นิยมมากกว่าเลซินตินจากไข่แดง เลซิตินที่ดีจะต้องมีสารประกอบอื่นๆ เช่น น้ำมัน คาร์โบไฮเดรต ปะปนมาในปริมาณน้อย แต่ต้องมีส่วนประกอบของฟอสโฟลิปิดในปริมาณสูงโดยเฉพาะฟอสฟาทิดิลโคลีน
เลซิตินมีประโยชน์หลายประการ ได้แก่
? ช่วยในการเสริมสร้างความจำ เลซิตินมีสารโคลีน ซึ่งโคลีนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของสารสื่อนำประสาทที่เรียกว่า อะเซทธิลโคลีน (Acethyl Choline) สารสื่อนำประสาทนี้เมื่อเพิ่มขึ้นจะมีผลในการเสริมสร้างความจำและลดอาการหลงลืมในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้มีระดับโคลีนในร่างกายต่ำจะทำให้เกิดอาการซึมเศร้า จิตใจหดหู่ หลงลืมและไม่มีสมาธิ และโคลีนยังช่วยในการควบคุมปริมาณฮอร์โมน วาโสเพรสซิน (Vasopressin) ซึ่งจำเป็นต่อการเรียนรู้และความจำ การควบคุมปริมาณของปัสสาวะ และควบคุมความดันโลหิต จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของ อเดลล์ เดวิส นักโภชนาการชาวสหรัฐ ได้รายงานว่าในร่างกายของคนที่มีสุขภาพดี จะมีสารเลซิตินอยู่ในสมองถึง 30% ของน้ำหนักทั้งหมด
นอกจากนั้น ปัจจุบันการรักษาทางการแพทย์ได้ใช้เลซิตินในการบำบัดโรคทางสมองต่าง ๆ เช่น พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นโรคทางสมอง ที่เกิดจากเซลล์ประสาทขาดสาร Acetylcholine หรือคนชราที่ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม พบว่าบางคนอาจจะมีอาการดีขึ้นเมื่อได้รับประทานเลซิติน วันละ 25 กรัม และการศึกษาในผู้ที่เป็นโรคความจำเสื่อมระยะเริ่มแรก พบว่าการให้โคลีนเป็นระยะเวลา 6 เดือนจะช่วยให้ความจำดีขึ้นได้ หรือการให้โคลีนร่วมกับยาที่ใช้รักษาก็ทำให้มีการพัฒนาความสามารถที่ต้องใช้ความจำด้วย สำหรับสภาพสังคม ในปัจจุบันมนุษย์ส่วนใหญ่จะมีการเครียดสูง หลงลืม นอนไม่หลับ และอารมณ์เสียง่าย ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นของโรคเส้นประสาทเสื่อม พบว่าอาการดังกล่าวอาจบำบัดได้โดยการรับประทานเลซิติน
? ลดการเสื่อมของหลอดเลือดแดง และ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพของไต ควบคุมระดับโคเลสเตอรอล เลซิตินจะช่วยทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมให้ไขมันหรือคอเลสเตอรอลและน้ำรวมตัวกันได้ ทำให้ไขมันหรือคอเลสเตอรอลไม่เกาะติดกับผนังเส้นเลือด และเกิดการอุดตัน นอกจากนั้นกรดไขมันที่พบในเลซิตินส่วนใหญ่จะเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด ลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและโรคอ้วนได้อีกด้วย
? ช่วยสลายนิ่วที่เกิดจากสารคอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีและป้องกันไม่ให้เกิดนิ่ว
? ลดการเสื่อมของหลอดเลือดแดง และ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพของไต
? ช่วยบำบัดโรคตับและช่วยป้องกันไม่ให้ตับทำงานผิดปกติ ฟอสฟาทิดิลโคลีน มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดความผิดปกติจากยา แอลกอฮอล์ สารเคมี สารพิษต่างๆ ที่มีส่วนในการทำลายตับ ดังนั้นเลซิตินจึงมีบทบาทในการช่วยบำรุงและซ่อมแซมเซลล์ตับ ชะลอการสะสมไขมันในตับ ลดความเสี่ยงของภาวะไขมันพอกตับได้ มีผลในการเร่งการเผาผลาญไขมันในตับรวมถึงกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
ช่วยในการดูดซึมวิตามินบีหนึ่งเพิ่มขึ้นในตับและเพิ่มการดูดซึมวิตามินเอในลำไส้
เลซิตินมีประโยชน์หลายประการ ได้แก่
? ช่วยในการเสริมสร้างความจำ เลซิตินมีสารโคลีน ซึ่งโคลีนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของสารสื่อนำประสาทที่เรียกว่า อะเซทธิลโคลีน (Acethyl Choline) สารสื่อนำประสาทนี้เมื่อเพิ่มขึ้นจะมีผลในการเสริมสร้างความจำและลดอาการหลงลืมในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้มีระดับโคลีนในร่างกายต่ำจะทำให้เกิดอาการซึมเศร้า จิตใจหดหู่ หลงลืมและไม่มีสมาธิ และโคลีนยังช่วยในการควบคุมปริมาณฮอร์โมน วาโสเพรสซิน (Vasopressin) ซึ่งจำเป็นต่อการเรียนรู้และความจำ การควบคุมปริมาณของปัสสาวะ และควบคุมความดันโลหิต จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของ อเดลล์ เดวิส นักโภชนาการชาวสหรัฐ ได้รายงานว่าในร่างกายของคนที่มีสุขภาพดี จะมีสารเลซิตินอยู่ในสมองถึง 30% ของน้ำหนักทั้งหมด
นอกจากนั้น ปัจจุบันการรักษาทางการแพทย์ได้ใช้เลซิตินในการบำบัดโรคทางสมองต่าง ๆ เช่น พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นโรคทางสมอง ที่เกิดจากเซลล์ประสาทขาดสาร Acetylcholine หรือคนชราที่ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม พบว่าบางคนอาจจะมีอาการดีขึ้นเมื่อได้รับประทานเลซิติน วันละ 25 กรัม และการศึกษาในผู้ที่เป็นโรคความจำเสื่อมระยะเริ่มแรก พบว่าการให้โคลีนเป็นระยะเวลา 6 เดือนจะช่วยให้ความจำดีขึ้นได้ หรือการให้โคลีนร่วมกับยาที่ใช้รักษาก็ทำให้มีการพัฒนาความสามารถที่ต้องใช้ความจำด้วย สำหรับสภาพสังคม ในปัจจุบันมนุษย์ส่วนใหญ่จะมีการเครียดสูง หลงลืม นอนไม่หลับ และอารมณ์เสียง่าย ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นของโรคเส้นประสาทเสื่อม พบว่าอาการดังกล่าวอาจบำบัดได้โดยการรับประทานเลซิติน
? ลดการเสื่อมของหลอดเลือดแดง และ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพของไต ควบคุมระดับโคเลสเตอรอล เลซิตินจะช่วยทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมให้ไขมันหรือคอเลสเตอรอลและน้ำรวมตัวกันได้ ทำให้ไขมันหรือคอเลสเตอรอลไม่เกาะติดกับผนังเส้นเลือด และเกิดการอุดตัน นอกจากนั้นกรดไขมันที่พบในเลซิตินส่วนใหญ่จะเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด ลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและโรคอ้วนได้อีกด้วย
? ช่วยสลายนิ่วที่เกิดจากสารคอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีและป้องกันไม่ให้เกิดนิ่ว
? ลดการเสื่อมของหลอดเลือดแดง และ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพของไต
? ช่วยบำบัดโรคตับและช่วยป้องกันไม่ให้ตับทำงานผิดปกติ ฟอสฟาทิดิลโคลีน มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดความผิดปกติจากยา แอลกอฮอล์ สารเคมี สารพิษต่างๆ ที่มีส่วนในการทำลายตับ ดังนั้นเลซิตินจึงมีบทบาทในการช่วยบำรุงและซ่อมแซมเซลล์ตับ ชะลอการสะสมไขมันในตับ ลดความเสี่ยงของภาวะไขมันพอกตับได้ มีผลในการเร่งการเผาผลาญไขมันในตับรวมถึงกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
ช่วยในการดูดซึมวิตามินบีหนึ่งเพิ่มขึ้นในตับและเพิ่มการดูดซึมวิตามินเอในลำไส้
Lecithin นอกจากเสริมสร้างความจำแล้วเลซิตินมีประโยชน์อะไรบ้าง
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (18 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (23 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (51 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (109 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (106 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (99 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (118 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (106 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน
