TriGuard ช่วยปกป้องสมองจากความเสียหายระหว่างเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
-
- ILoveHealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 มี.ค. 2012 1:02 pm
TriGuard ช่วยปกป้องสมองจากความเสียหายระหว่างเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
เซซาเรีย, อิสราเอล และซานดิเอโก, แคลิฟอร์เนีย--17 มี.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
- ข้อมูลดังกล่าวได้รับการเปิดเผยในการประชุมเชิงวิทยาศาสตร์ประจำปีของวิทยาลัยแพทย์โรคหัวใจอเมริกัน (ACC)
ในการประชุมของ ACC ได้มีการนำเสนอข้อมูลการทดลองใหม่ล่าสุดมากมาย ซึ่งรวมถึงข้อมูลจากการทดลองทางคลินิก
DEFLECT III แบบสุ่มในศูนย์หลายแห่ง เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์ปกป้องสมอง TriGuard
[http://www.keystoneheart.com/products] ที่มีหน้าที่ปกป้องสมองระหว่างการทำหัตถการรักษา
โรคหัวใจร่วมหลอดเลือด ซึ่งผลการทดลองได้เผยให้เห็นว่า
- การใช้ TriGuard มีความปลอดภัย เห็นได้จากสถิติความปลอดภัยของการทำหัตถการในโรงพยาบาลที่ปรับตัวสูงขึ้น
- ผู้ป่วยที่ได้รับการปกป้องด้วย TriGuard ระหว่างการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกด้วยเทคนิคการใช้สายสวนแบบไม่ต้องผ่าตัด
(Transcatheter Aortic Valve Replacement: TAVR) มีแนวโน้มมากกว่าที่จะไม่เกิดรอยโรค
ใหม่ในสมองหลังการรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ TriGuard ระหว่างการใส่ลิ้นหัวใจแบบ Edwards' Sapien
โดย 50% ของผู้ป่วยที่เข้ารับการใส่ลิ้นหัวใจ Sapien 3 ที่ได้รับการปกป้องด้วย TriGuard นั้น ไม่พบรอยโรคสมอง
ขาดเลือดแต่อย่างใด ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือว่าสูงมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในการวิจัยใดๆ
- จากภาพถ่ายคลื่่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (DW-MRI) หลังการทำหัตถการ พบว่ารอยโรคสมองจุดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีขนาด
ลดลงราว 40% เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการปกป้องด้วย TriGuard
- ผู้ป่วยที่ได้รับการปกป้องด้วย TriGuard มีอัตราการเกิดภาวะประสาทรับรู้เสื่อมหลังการทำหัตถการลดลง ความจำระยะ
สั้นดีขึ้น และอาการคิดช้าลดลงเมื่อออกจากโรงพยาบาล
(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150315/735219-a)
(ภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150315/735219-b)
คีย์สโตน ฮาร์ท (Keystone Heart) ประกาศว่า TriGuard(TM) Cerebral Protection
Device ของบริษัทซึ่งได้รับเครื่องหมาย CE นั้น ช่วยให้การทำหัตถการในโรงพยาบาลมีความปลอดภัยมากขึ้น และช่วยให้ผู้
ป่วยมีพัฒนาการทางความจำดีขึ้นเมื่อออกจากโรงพยาบาลภายหลังการทำ TAVR ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นผลการค้นพบเบื้องต้น
จากการทดลอง DEFLECT III ที่มีการนำเสนอในการประชุมเชิงวิทยาศาสตร์ประจำปีครั้งที่ 64 ของ ACC นอกจากนี้ ผู้
ป่วยที่ได้รับการปกป้องด้วย TriGuard ยังมีแนวโน้มมากกว่าที่จะไม่พบรอยโรคสมองขาดเลือดเมื่อดูจากภาพ DW-MRI
หลังการรักษา ขณะเดียวกัน เมื่อประเมินจากข้อมูล NIH Stroke Scale แล้ว พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการปกป้องด้วย
TriGuard มีภาวะโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ลดลงถึง 10% (4.9% เทียบกับ 14.3%) ส่วนอาการที่ไม่รุนแรง
(minor stroke) นั้นไม่มีการตรวจพบ เนื่องจากต้องอาศัยการประเมิน NIHSS อย่างละเอียด
รายงานฉบับแรกจากการทดลอง DEFLECT III ได้รับการนำเสนอในการประชุมที่ซานดิเอโก โดยพญ.อเล็กซานดร้า แลน
สกี้ ผู้อำนวยการโครงการวิจัยด้านหัวใจร่วมหลอดเลือดเยล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยล ประเทศสหรัฐอเมริกา โดย
DEFLECT III เป็นการทดลองทางคลินิกแบบสุ่มในศูนย์หลายแห่งการทดลองแรกสำหรับอุปกรณ์ป้องกันระบบประสาท
ระหว่างการทำ TAVR เพื่อพิสูจน์ความปลอดภัย การรับรู้ทางประสาทอย่างละเอียด และชี้วัดประสิทธิผลด้วยภาพ DW-MRI
การทดลองนี้จัดทำขึ้นในศูนย์วิจัย 13 แห่งใน 5 ประเทศในยุโรปและอิสราเอล และผลที่ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงคุณประโยชน์
อันมหาศาลของการใช้ TriGuard ระหว่างการทำ TAVR
ข้อมูลใหม่นี้ช่วยตอกย้ำผลจากการทดลอง DEFLECT I ซึ่งแสดงให้เห็นถึงขนาดของรอยโรคใหม่ในสมองที่ลดลงกว่า 60%
เมื่อมีการใช้ TriGuard ระหว่างการทำ TAVR เทียบกับการทำ TAVR โดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันใดๆ
ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดย ACC ดร.แลนสกี้ ระบุว่า ?การปกป้องสมองกลายเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับผลการรักษาผู้ป่วย
และเป็นประเด็นใหม่ที่ควรให้ความสนใจในวงการหัตถการรักษาโรคหัวใจ ข้อมูลของเราแสดงให้เห็นว่าอย่างน้อย TriGuard ก็
เป็นอุปกรณ์ควบคุมที่ดี โดยช่วยในเรื่องของการรับรู้ทางประสาทเมื่อออกจากโรงพยาบาล และเมื่อมีการติดตั้งอุปกรณ์อย่างถูกต้อง
เหมาะสม ผู้ป่วยจะมีจำนวนรอยโรคลดน้อยลง และขนาดของรอยโรคก็จะเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด?
?เมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเพื่อยกระดับการทำงานของระบบหัวใจร่วมหลอดเลือด ก็ควรมีการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อสมอง
ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งผลการค้นพบใหม่จาก DEFLECT III และข้อมูลเดิมจาก DEFLECT I แสดงให้เห็นว่า
TriGuard มีศักยภาพที่จะทำได้? ชูกี โพรัธ ประธานและซีอีโอของคีย์สโตน ฮาร์ท กล่าว ?ผมหวังว่าผลการวิจัยนี้จะช่วย
ให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องสมอง พร้อมผลักดันให้มีการใช้อุปกรณ์ปกป้องสมองระหว่างการทำ TAVR และ
หัตถการรักษาโรคหัวใจร่วมหลอดเลือดอื่นๆ?
วินซ์ เบอร์เกส ประธานบริหารของคีย์สโตน ฮาร์ท ให้ความเห็นว่า ?จุดมุ่งหมายของเราตั้งแต่ต้นคือ การลดอัตราการเกิดโรคหลอด
เลือดสมองและโรคหลอดเลือดสมองที่ไม่แสดงอาการระหว่างการทำ TAVR ลงจนเทียบเท่าหรือต่ำกว่าระดับที่พบในการผ่าตัด
เปลี่ยนลิ้นหัวใจแบบทั่วไป สำหรับการทดลองนี้ เมื่อดูจากภาพ DW-MRI แล้ว เราไม่พบรอยโรคในสมองของผู้ป่วยสัดส่วนถึง
50% ที่ใช้อุปกรณ์ของเราระหว่างการใส่ลิ้นหัวใจรุ่นใหม่ล่าสุด เรารู้สึกตื่นเต้นมากกับผลการทดลองนี้ และเชื่อว่าเรากำลังใกล้บรรลุ
เป้าหมายในการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยทั่วโลกสามารถเข้าถึงนวัตกรรมนี้ได้มากยิ่งขึ้น?
TriGuard(TM) ของคีย์สโตน ฮาร์ท เป็นอุปกรณ์ปกป้องสมองเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับการคิดค้นขึ้นโดยเฉพาะเพื่อรองรับ
ส่วนโค้งของเส้นเลือดแดงเอออร์ตาที่แตกต่างกันเกือบทุกแบบ อย่างไรก็ตาม TriGuard(TM) Cerebral
Protection Device ซึ่งได้รับเครื่องหมาย CE ยังไม่มีจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา
เกี่ยวกับคีย์สโตน ฮาร์ท[http://www.keystoneheart.com/]
คีย์สโตน ฮาร์ท จำกัด เป็นบริษัทเครื่องมือแพทย์ผู้พัฒนาและผลิตอุปกรณ์ปกป้องสมอง เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือด
สมอง ประสาทรับรู้เสื่อม และโรคจิตเสื่อม อันเนื่องมาจากสมองได้รับความเสียหายจากการทำหัตถการรักษาโรคหัวใจร่วมหลอด
เลือด
บริษัทให้ความสำคัญกับการปกป้องสมองจากการอุดตันของเส้นเลือดแดง เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะสมองขาดเลือด
ระหว่างการทำ TAVR การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ การผ่าตัดรักษาอาการหัวใจเต้นผิดปกติ และการทำหัตถการรักษาโรคหัวใจรูป
แบบอื่นๆ บริษัทได้ออกแบบอุปกรณ์ TriGuard เพื่อช่วยแพทย์โรคหัวใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ และแพทย์ผ่า
ตัดหัวใจ ในการปกป้องสมองขณะที่ทำการรักษาด้วยกระบวนการดังกล่าว
คีย์สโตน ฮาร์ท ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในอิสราเอล อุทิศตนให้กับการพัฒนาวิธีการรักษาผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการวิจัย
ทางคลินิก โดยผู้บริหารของบริษัทมีประสบการณ์อันยาวนานด้านการผ่าตัดหัวใจและเครื่องมือแพทย์
ติดต่อ:
ชูกี โพรัธ (Shuki Porath) ประธานและซีอีโอ
อีเมล: info@keystoneheart.com
โทร: +972-4-615-8000
เว็บไซต์: http://www.keystoneheart.com
แหล่งข่าว: คีย์สโตน ฮาร์ท จำกัด
- ข้อมูลดังกล่าวได้รับการเปิดเผยในการประชุมเชิงวิทยาศาสตร์ประจำปีของวิทยาลัยแพทย์โรคหัวใจอเมริกัน (ACC)
ในการประชุมของ ACC ได้มีการนำเสนอข้อมูลการทดลองใหม่ล่าสุดมากมาย ซึ่งรวมถึงข้อมูลจากการทดลองทางคลินิก
DEFLECT III แบบสุ่มในศูนย์หลายแห่ง เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์ปกป้องสมอง TriGuard
[http://www.keystoneheart.com/products] ที่มีหน้าที่ปกป้องสมองระหว่างการทำหัตถการรักษา
โรคหัวใจร่วมหลอดเลือด ซึ่งผลการทดลองได้เผยให้เห็นว่า
- การใช้ TriGuard มีความปลอดภัย เห็นได้จากสถิติความปลอดภัยของการทำหัตถการในโรงพยาบาลที่ปรับตัวสูงขึ้น
- ผู้ป่วยที่ได้รับการปกป้องด้วย TriGuard ระหว่างการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกด้วยเทคนิคการใช้สายสวนแบบไม่ต้องผ่าตัด
(Transcatheter Aortic Valve Replacement: TAVR) มีแนวโน้มมากกว่าที่จะไม่เกิดรอยโรค
ใหม่ในสมองหลังการรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ TriGuard ระหว่างการใส่ลิ้นหัวใจแบบ Edwards' Sapien
โดย 50% ของผู้ป่วยที่เข้ารับการใส่ลิ้นหัวใจ Sapien 3 ที่ได้รับการปกป้องด้วย TriGuard นั้น ไม่พบรอยโรคสมอง
ขาดเลือดแต่อย่างใด ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือว่าสูงมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในการวิจัยใดๆ
- จากภาพถ่ายคลื่่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (DW-MRI) หลังการทำหัตถการ พบว่ารอยโรคสมองจุดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีขนาด
ลดลงราว 40% เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการปกป้องด้วย TriGuard
- ผู้ป่วยที่ได้รับการปกป้องด้วย TriGuard มีอัตราการเกิดภาวะประสาทรับรู้เสื่อมหลังการทำหัตถการลดลง ความจำระยะ
สั้นดีขึ้น และอาการคิดช้าลดลงเมื่อออกจากโรงพยาบาล
(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150315/735219-a)
(ภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150315/735219-b)
คีย์สโตน ฮาร์ท (Keystone Heart) ประกาศว่า TriGuard(TM) Cerebral Protection
Device ของบริษัทซึ่งได้รับเครื่องหมาย CE นั้น ช่วยให้การทำหัตถการในโรงพยาบาลมีความปลอดภัยมากขึ้น และช่วยให้ผู้
ป่วยมีพัฒนาการทางความจำดีขึ้นเมื่อออกจากโรงพยาบาลภายหลังการทำ TAVR ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นผลการค้นพบเบื้องต้น
จากการทดลอง DEFLECT III ที่มีการนำเสนอในการประชุมเชิงวิทยาศาสตร์ประจำปีครั้งที่ 64 ของ ACC นอกจากนี้ ผู้
ป่วยที่ได้รับการปกป้องด้วย TriGuard ยังมีแนวโน้มมากกว่าที่จะไม่พบรอยโรคสมองขาดเลือดเมื่อดูจากภาพ DW-MRI
หลังการรักษา ขณะเดียวกัน เมื่อประเมินจากข้อมูล NIH Stroke Scale แล้ว พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการปกป้องด้วย
TriGuard มีภาวะโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ลดลงถึง 10% (4.9% เทียบกับ 14.3%) ส่วนอาการที่ไม่รุนแรง
(minor stroke) นั้นไม่มีการตรวจพบ เนื่องจากต้องอาศัยการประเมิน NIHSS อย่างละเอียด
รายงานฉบับแรกจากการทดลอง DEFLECT III ได้รับการนำเสนอในการประชุมที่ซานดิเอโก โดยพญ.อเล็กซานดร้า แลน
สกี้ ผู้อำนวยการโครงการวิจัยด้านหัวใจร่วมหลอดเลือดเยล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยล ประเทศสหรัฐอเมริกา โดย
DEFLECT III เป็นการทดลองทางคลินิกแบบสุ่มในศูนย์หลายแห่งการทดลองแรกสำหรับอุปกรณ์ป้องกันระบบประสาท
ระหว่างการทำ TAVR เพื่อพิสูจน์ความปลอดภัย การรับรู้ทางประสาทอย่างละเอียด และชี้วัดประสิทธิผลด้วยภาพ DW-MRI
การทดลองนี้จัดทำขึ้นในศูนย์วิจัย 13 แห่งใน 5 ประเทศในยุโรปและอิสราเอล และผลที่ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงคุณประโยชน์
อันมหาศาลของการใช้ TriGuard ระหว่างการทำ TAVR
ข้อมูลใหม่นี้ช่วยตอกย้ำผลจากการทดลอง DEFLECT I ซึ่งแสดงให้เห็นถึงขนาดของรอยโรคใหม่ในสมองที่ลดลงกว่า 60%
เมื่อมีการใช้ TriGuard ระหว่างการทำ TAVR เทียบกับการทำ TAVR โดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันใดๆ
ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดย ACC ดร.แลนสกี้ ระบุว่า ?การปกป้องสมองกลายเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับผลการรักษาผู้ป่วย
และเป็นประเด็นใหม่ที่ควรให้ความสนใจในวงการหัตถการรักษาโรคหัวใจ ข้อมูลของเราแสดงให้เห็นว่าอย่างน้อย TriGuard ก็
เป็นอุปกรณ์ควบคุมที่ดี โดยช่วยในเรื่องของการรับรู้ทางประสาทเมื่อออกจากโรงพยาบาล และเมื่อมีการติดตั้งอุปกรณ์อย่างถูกต้อง
เหมาะสม ผู้ป่วยจะมีจำนวนรอยโรคลดน้อยลง และขนาดของรอยโรคก็จะเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด?
?เมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเพื่อยกระดับการทำงานของระบบหัวใจร่วมหลอดเลือด ก็ควรมีการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อสมอง
ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งผลการค้นพบใหม่จาก DEFLECT III และข้อมูลเดิมจาก DEFLECT I แสดงให้เห็นว่า
TriGuard มีศักยภาพที่จะทำได้? ชูกี โพรัธ ประธานและซีอีโอของคีย์สโตน ฮาร์ท กล่าว ?ผมหวังว่าผลการวิจัยนี้จะช่วย
ให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องสมอง พร้อมผลักดันให้มีการใช้อุปกรณ์ปกป้องสมองระหว่างการทำ TAVR และ
หัตถการรักษาโรคหัวใจร่วมหลอดเลือดอื่นๆ?
วินซ์ เบอร์เกส ประธานบริหารของคีย์สโตน ฮาร์ท ให้ความเห็นว่า ?จุดมุ่งหมายของเราตั้งแต่ต้นคือ การลดอัตราการเกิดโรคหลอด
เลือดสมองและโรคหลอดเลือดสมองที่ไม่แสดงอาการระหว่างการทำ TAVR ลงจนเทียบเท่าหรือต่ำกว่าระดับที่พบในการผ่าตัด
เปลี่ยนลิ้นหัวใจแบบทั่วไป สำหรับการทดลองนี้ เมื่อดูจากภาพ DW-MRI แล้ว เราไม่พบรอยโรคในสมองของผู้ป่วยสัดส่วนถึง
50% ที่ใช้อุปกรณ์ของเราระหว่างการใส่ลิ้นหัวใจรุ่นใหม่ล่าสุด เรารู้สึกตื่นเต้นมากกับผลการทดลองนี้ และเชื่อว่าเรากำลังใกล้บรรลุ
เป้าหมายในการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยทั่วโลกสามารถเข้าถึงนวัตกรรมนี้ได้มากยิ่งขึ้น?
TriGuard(TM) ของคีย์สโตน ฮาร์ท เป็นอุปกรณ์ปกป้องสมองเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับการคิดค้นขึ้นโดยเฉพาะเพื่อรองรับ
ส่วนโค้งของเส้นเลือดแดงเอออร์ตาที่แตกต่างกันเกือบทุกแบบ อย่างไรก็ตาม TriGuard(TM) Cerebral
Protection Device ซึ่งได้รับเครื่องหมาย CE ยังไม่มีจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา
เกี่ยวกับคีย์สโตน ฮาร์ท[http://www.keystoneheart.com/]
คีย์สโตน ฮาร์ท จำกัด เป็นบริษัทเครื่องมือแพทย์ผู้พัฒนาและผลิตอุปกรณ์ปกป้องสมอง เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือด
สมอง ประสาทรับรู้เสื่อม และโรคจิตเสื่อม อันเนื่องมาจากสมองได้รับความเสียหายจากการทำหัตถการรักษาโรคหัวใจร่วมหลอด
เลือด
บริษัทให้ความสำคัญกับการปกป้องสมองจากการอุดตันของเส้นเลือดแดง เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะสมองขาดเลือด
ระหว่างการทำ TAVR การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ การผ่าตัดรักษาอาการหัวใจเต้นผิดปกติ และการทำหัตถการรักษาโรคหัวใจรูป
แบบอื่นๆ บริษัทได้ออกแบบอุปกรณ์ TriGuard เพื่อช่วยแพทย์โรคหัวใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ และแพทย์ผ่า
ตัดหัวใจ ในการปกป้องสมองขณะที่ทำการรักษาด้วยกระบวนการดังกล่าว
คีย์สโตน ฮาร์ท ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในอิสราเอล อุทิศตนให้กับการพัฒนาวิธีการรักษาผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการวิจัย
ทางคลินิก โดยผู้บริหารของบริษัทมีประสบการณ์อันยาวนานด้านการผ่าตัดหัวใจและเครื่องมือแพทย์
ติดต่อ:
ชูกี โพรัธ (Shuki Porath) ประธานและซีอีโอ
อีเมล: info@keystoneheart.com
โทร: +972-4-615-8000
เว็บไซต์: http://www.keystoneheart.com
แหล่งข่าว: คีย์สโตน ฮาร์ท จำกัด
TriGuard ช่วยปกป้องสมองจากความเสียหายระหว่างเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (19 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (10 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (63 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (15 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (9 views)
- Spondylolisthesis คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการรักษา (36 views)
- Longevity คืออะไร? รู้จักเคล็ดลับอายุยืน สุขภาพดี คนยุคใหม่ต้องรู้ (46 views)
- คอเลสเตอรอลสูงต้องรู้! 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือด ที่แนะนำ (15 views)
