เตือน ! ใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อยอันตราย
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
เตือน ! ใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อยอันตราย
อภ.เตือน ใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อยอันตราย
องค์การเภสัชกรรมเตือนวัยรุ่นไทยที่นิยมใช้ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินบ่อยเกินความจำเป็น อันตรายและอาจมีโอกาสตั้งครรภ์นอกมดลูกได้ภญ.วนิชา ใจสำราญ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า การคุมกำเนิด นับเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับผู้ที่ยังไม่ต้องการมีบุตร ผู้หญิงส่วนใหญ่มักเลือกวิธีรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด เนื่องจากมีความสะดวกในการซื้อและพกพา วิธีการรับประทานไม่ยุ่งยาก ใช้สะดวก และค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก โดยมี 2 รูปแบบ คือ ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบที่รับประทานติดต่อกันทุกวัน และยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน ในปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินหรือยาคุมฉุกเฉิน เป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยยาคุมฉุกเฉินสามารถลดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ได้ แต่ประสิทธิภาพจะลดลงไปตามระยะเวลาที่รับประทานยา ซึ่งแน่นอนว่าการใช้ยาคุมฉุกเฉิน ย่อมมีผลข้างเคียงหลายประการ เช่น ทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติ มาช้า หรือมาแบบกะปริดกะปรอย และอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และหากใช้บ่อยและต่อเนื่องติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจมีโอกาสในการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้
ภญ.วนิชา กล่าวต่อว่า ยาคุมฉุกเฉินมีข้อบ่งใช้ในการป้องกันการตั้งครรภ์ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น คำว่า ?ฉุกเฉิน? ในที่นี้หมายความถึง การมีเพศสัมพันธ์ของคู่สามีภรรยาที่มีการวางแผนครอบครัวและทำการป้องกันการตั้งครรภ์ แต่เกิดความผิดพลาดจากวิธีคุมกำเนิดที่ใช้ เช่น การรั่วหรือฉีกขาดของถุงยางอนามัย การลืมรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดตั้งแต่ 2 เม็ดขึ้นไป หรือกรณีผู้หญิงที่ถูกข่มขืน ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินชนิดที่ใช้กันแพร่หลาย เป็นยาที่มีเฉพาะโปรเจสตินอย่างเดียว ยาคุมฉุกเฉินที่จำหน่ายในประเทศไทย จำหน่ายเป็นกล่อง มียากล่องละ 1 แผง แต่ละแผงมียาคุมฉุกเฉิน 2 เม็ด แต่ละเม็ดประกอบด้วยตัวยาที่เป็นฮอร์โมนขนาดสูง คือ ลีโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) เม็ดละ 750 ไมโครกรัม โดยลีโวนอร์เจสเตรล นี้จัดเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์กลุ่มเดียวกับฮอร์โมนโปรเจสโตเจน (Progestogen) มีฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกมีความหนาขึ้นและยากต่อการฝังตัวของไข่หลังการปฏิสนธิ นอกจากนี้ยังทำให้บริเวณปากมดลูกมีสารคัดหลั่งที่มีลักษณะเหนียวข้นออกมา ทำให้ตัวอสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้ยากขึ้น การรับประทานยาที่ถูกต้อง คือ รับประทานยาเม็ดแรกให้เร็วที่สุด หลังจากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน โดยไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมง และจะต้องรับประทานยาเม็ดที่สองหลังจาก รับประทานยาเม็ดแรกไม่เกิน 12 ชั่วโมง หากมีการอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมงหลังรับประทานยาแต่ละเม็ด ต้องรับประทานยาใหม่ และไม่แนะนำให้รับประทานยาเกิน 4 เม็ด หรือ 2 กล่อง ต่อเดือน
?การรับประทานยาคุมฉุกเฉินไม่ได้หมายความว่าจะไม่ตั้งครรภ์ แต่เป็นเพียงแค่การไปลดโอกาสตั้งครรภ์ลงจากเดิม หากคิดจะป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ แนะนำให้ใช้การป้องกันด้วยวิธีอื่นที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากกว่า เช่น การใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งเป็นวิธีที่ป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดแบบที่รับประทานติดต่อกันทุกวัน การใส่ห่วงอนามัย การใช้ยาคุมกำเนิด ชนิดแผ่นแปะ หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาคุมฉุกเฉิน ควรใช้กรณีฉุกเฉินเท่านั้น ไม่ควรรับประทานบ่อย และต้องศึกษารายละเอียดทำความเข้าใจวิธีการรับประทานยาอย่างถูกต้อง รวมถึงผลข้างเคียงที่อาจตามมา ที่สำคัญควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรในการใช้ยาจะดีที่สุด? ภญ.วนิชา กล่าว
เตือน ! ใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อยอันตราย
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (21 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (12 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (64 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (16 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (10 views)
- Spondylolisthesis คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการรักษา (38 views)
- Longevity คืออะไร? รู้จักเคล็ดลับอายุยืน สุขภาพดี คนยุคใหม่ต้องรู้ (46 views)
- คอเลสเตอรอลสูงต้องรู้! 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือด ที่แนะนำ (15 views)
