ยิ้มสดใสของผู้สูงอายุในโครงการ ?ฟันเทียมพระราชทาน และการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก?
-
- สุขภาพดี ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 18 มี.ค. 2011 9:10 am
ยิ้มสดใสของผู้สูงอายุในโครงการ ?ฟันเทียมพระราชทาน และการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก?
ยิ้มสดใสของผู้สูงอายุในโครงการ ?ฟันเทียมพระราชทาน และการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก?
.... ด้วยความห่วงใย จากกรมอนามัย
เราเคยนึกสงสัยมั้ยว่า ทำไมต้องมีโครงการฟันเทียมพระราชทาน หรือการที่ผู้สูงอายุไม่มีฟัน จะมีผลเสียร้ายแรงหรือไม่อย่างไร เพราะยังทานอาหารอ่อน หรืออาหารเหลวได้ สาเหตุที่ฟันมีความสำคัญก็เพราะฟันเป็นอวัยวะที่ช่วยในการบดเคี้ยวอาหาร อันนี้ทุกคนคงทราบดี การใช้ฟันในการบดเคี้ยวอาหารทำให้เพิ่มความสุขในการรับประทานอาหารค่ะ และที่สำคัญอย่างยิ่ง ก็คือ การมีฟันใช้เคี้ยวอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ ไม่ใช่กินได้แค่อาหารอ่อน นิ่ม มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับวัยสูงอายุ ที่สุขภาพร่างกายเริ่มมีแต่ความความเสื่อมถอย

น.พ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และกระทรวงสาธารณสุขได้พัฒนาแผนงาน โครงการต่าง ๆ เพื่อให้คนไทยมีอายุอย่างน้อย 80 ปี ปัจจุบัน ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีโรคทางระบบร่วมกับความเสื่อมของสภาพร่างกาย ส่งผลให้งบประมาณด้านการรักษาพยาบาลของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ดังนั้น ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจึงควรเตรียมการดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ รวมไปถึงการดูแลสุขภาพช่องปาก ซึ่งสัมพันธ์กับโรคทางระบบโดยการมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน ทำให้การดูแลสุขภาพช่องปากมีความยากและซับซ้อนกว่ากลุ่มอายุอื่น ๆ และยังส่งผลสุขภาพรวมทั้งคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
จากจุดเริ่มต้น กระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเดือนเมษายน 2547 ความว่า ?เวลาไม่มีฟัน กินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง? ทำให้กรมอนามัยให้ความสำคัญกับสุขภาพช่องปากมากยิ่งขึ้น เพื่อสนองพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และด้วยความห่วงใยสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุที่ส่วนหนึ่งไม่มีฟันเคี้ยวอาหาร กับอีกส่วนหนึ่งมีฟันแต่หรือฟันที่มีเหลืออยู่มีโอกาสสูญเสียฟันเพิ่มขึ้นตลอดเวลาจากฟันผุ รากฟันผุ โรคปริทันต์ หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม กรมอนามัยร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จึงได้ร่วมกันจัด โครงการฟันเทียมพระราชทานและการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการสูญเสียฟัน ให้ผู้สูงอายุเข้าถึงการบริการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสภาพช่องปาก ซึ่งจะลดปริมาณโรคและการสูญเสียฟัน รวมทั้งคงสภาพการใช้งาน (Function) ของอวัยวะในช่องปากหลังเกิดโรคและการสูญเสียฟัน ตลอดจนสนับสนุนให้ภาคประชาชน ท้องถิ่นและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2548 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ในปี 2556 ได้ประสานการจัดกิจกรรมหลัก 3 กิจกรรมเพื่อสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ดังนี้
1. การจัดบริการใส่ฟันเทียมพระราชทานแก่ผู้สูงอายุทั่วประเทศ 40,000 ราย โดยมีเงื่อนไขว่าให้ความสำคัญกับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปก่อน และเป็นการใส่ฟันเทียมทั้งปากหรือเกือบทั้งปากฐานพลาสติก ที่ยังไม่เคยรับบริการที่ไหนมาก่อนในช่วง 5 ปี ผู้ที่ใช้สิทธิ์บัตรทองทางโรงพยาบาลจะเป็นผู้ส่งเบิกค่าใช้จ่ายจากสปสช. ส่วนข้าราชการขอให้ชำระเงินก่อนและนำใบเสร็จรับเงินไปเบิกจากต้นสังกัด ซึ่งตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา หน่วยบริการทั่วประเทศสามารถใส่ฟันเทียมทั้งปากหรือเกือบทั้งปากให้กับผู้สูงอายุได้ประมาณ 275,000 คน และในปีนี้ พบว่า ความจำเป็นในการรับบริการใส่ฟันเทียมทั้งปากในพื้นที่ภาคใต้สูงกว่าภาคอื่น ๆ จึงได้ประสานหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ศอ.บต. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาล เพื่อจัดบริการเฉพาะพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ 3,000 ราย
2. การส่งเสริมสุขภาพช่องปากโดยชมรมผู้สูงอายุ กรมอนามัยเห็นศักยภาพ ความพร้อม ความเสียสละเพื่อสังคมของผู้สูงอายุ แกนนำชมรมผู้สูงอายุ อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ อาสาสมัครสาธารณสุข จึงสนับสนุนให้อาสาสมัครภาคประชาชนเหล่านี้ มีบทบาทในการสร้างความรู้ ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพในช่องปากด้วยตนเอง แก่สมาชิกชมรม ปัจจุบัน มีชมรมผู้สูงอายุด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเป็นต้นแบบในทุกจังหวัด กว่า 2,800 ชมรม
3. การจัดบริการส่งเสริมป้องกันตามชุดสิทธิประโยชน์ เป็นการจัดบริการส่งเสริมป้องกันในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปาก เป็นรายบุคคล และดูแลเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง เน้นการรับบริการใกล้บ้านในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บริการทันตกรรมป้องกันตามชุดสิทธิประโยชน์ ประกอบด้วย
1) การตรวจสุขภาพช่องปาก
2) การให้คำแนะนำ และ/หรือ การปรับพฤติกรรมเพื่อควบคุมคราบจุลินทรีย์
3) การใช้ฟลูออไรด์วานิชป้องกันรากฟันผุ
4) การขูดทำความสะอาดฟันป้องกันเหงือก / ปริทันต์อักเสบชนิดเฉียบพลัน (Acute Periodontitis)
ขณะนี้มีต้นแบบอยู่ 330 แห่ง ในปีนี้ได้จัดการประชุมเพื่อขยายเครือข่ายอีก 150 แห่ง
นอกจากนี้ ยังได้บูรณาการงานสร้างเสริมสุขภาพช่องปากกับงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ โดยยึดถือว่า
สุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพ และได้กำหนดตัวชี้วัดด้านสุขภาพช่องปากไว้ในมาตรฐานสุขภาพผู้สูงอายุพึงประสงค์ รวมการดูแลสุขภาพช่องปากไว้การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวในระดับตำบล และแผนส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ผู้พิการของกระทรวงสาธารณสุข
"การมีสุขภาพช่องปากดี ทำให้มีอายุยืนยาว เป้าหมายการพัฒนาให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพช่องปากดีขึ้น นอกจากจะดูแลสุขภาพในช่องปากผู้สูงอายุ ให้คงสภาพการใช้งานให้นานที่สุดแล้ว กรมอนามัยยังต้องเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีในการจัดการพฤติกรรมและปัจจัยเสี่ยงให้ครอบคลุมทุกประเด็นปัญหาในช่องปากที่เกิดขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุ และก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุต่อไป เพื่อให้ผู้สูงวัยทุกท่านมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี" อธิบดีกรมอนามัยกล่าว
.... ด้วยความห่วงใย จากกรมอนามัย
เราเคยนึกสงสัยมั้ยว่า ทำไมต้องมีโครงการฟันเทียมพระราชทาน หรือการที่ผู้สูงอายุไม่มีฟัน จะมีผลเสียร้ายแรงหรือไม่อย่างไร เพราะยังทานอาหารอ่อน หรืออาหารเหลวได้ สาเหตุที่ฟันมีความสำคัญก็เพราะฟันเป็นอวัยวะที่ช่วยในการบดเคี้ยวอาหาร อันนี้ทุกคนคงทราบดี การใช้ฟันในการบดเคี้ยวอาหารทำให้เพิ่มความสุขในการรับประทานอาหารค่ะ และที่สำคัญอย่างยิ่ง ก็คือ การมีฟันใช้เคี้ยวอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ ไม่ใช่กินได้แค่อาหารอ่อน นิ่ม มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับวัยสูงอายุ ที่สุขภาพร่างกายเริ่มมีแต่ความความเสื่อมถอย
น.พ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และกระทรวงสาธารณสุขได้พัฒนาแผนงาน โครงการต่าง ๆ เพื่อให้คนไทยมีอายุอย่างน้อย 80 ปี ปัจจุบัน ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีโรคทางระบบร่วมกับความเสื่อมของสภาพร่างกาย ส่งผลให้งบประมาณด้านการรักษาพยาบาลของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ดังนั้น ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจึงควรเตรียมการดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ รวมไปถึงการดูแลสุขภาพช่องปาก ซึ่งสัมพันธ์กับโรคทางระบบโดยการมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน ทำให้การดูแลสุขภาพช่องปากมีความยากและซับซ้อนกว่ากลุ่มอายุอื่น ๆ และยังส่งผลสุขภาพรวมทั้งคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
จากจุดเริ่มต้น กระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเดือนเมษายน 2547 ความว่า ?เวลาไม่มีฟัน กินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง? ทำให้กรมอนามัยให้ความสำคัญกับสุขภาพช่องปากมากยิ่งขึ้น เพื่อสนองพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และด้วยความห่วงใยสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุที่ส่วนหนึ่งไม่มีฟันเคี้ยวอาหาร กับอีกส่วนหนึ่งมีฟันแต่หรือฟันที่มีเหลืออยู่มีโอกาสสูญเสียฟันเพิ่มขึ้นตลอดเวลาจากฟันผุ รากฟันผุ โรคปริทันต์ หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม กรมอนามัยร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จึงได้ร่วมกันจัด โครงการฟันเทียมพระราชทานและการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการสูญเสียฟัน ให้ผู้สูงอายุเข้าถึงการบริการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสภาพช่องปาก ซึ่งจะลดปริมาณโรคและการสูญเสียฟัน รวมทั้งคงสภาพการใช้งาน (Function) ของอวัยวะในช่องปากหลังเกิดโรคและการสูญเสียฟัน ตลอดจนสนับสนุนให้ภาคประชาชน ท้องถิ่นและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2548 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ในปี 2556 ได้ประสานการจัดกิจกรรมหลัก 3 กิจกรรมเพื่อสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ดังนี้
1. การจัดบริการใส่ฟันเทียมพระราชทานแก่ผู้สูงอายุทั่วประเทศ 40,000 ราย โดยมีเงื่อนไขว่าให้ความสำคัญกับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปก่อน และเป็นการใส่ฟันเทียมทั้งปากหรือเกือบทั้งปากฐานพลาสติก ที่ยังไม่เคยรับบริการที่ไหนมาก่อนในช่วง 5 ปี ผู้ที่ใช้สิทธิ์บัตรทองทางโรงพยาบาลจะเป็นผู้ส่งเบิกค่าใช้จ่ายจากสปสช. ส่วนข้าราชการขอให้ชำระเงินก่อนและนำใบเสร็จรับเงินไปเบิกจากต้นสังกัด ซึ่งตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา หน่วยบริการทั่วประเทศสามารถใส่ฟันเทียมทั้งปากหรือเกือบทั้งปากให้กับผู้สูงอายุได้ประมาณ 275,000 คน และในปีนี้ พบว่า ความจำเป็นในการรับบริการใส่ฟันเทียมทั้งปากในพื้นที่ภาคใต้สูงกว่าภาคอื่น ๆ จึงได้ประสานหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ศอ.บต. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาล เพื่อจัดบริการเฉพาะพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ 3,000 ราย
2. การส่งเสริมสุขภาพช่องปากโดยชมรมผู้สูงอายุ กรมอนามัยเห็นศักยภาพ ความพร้อม ความเสียสละเพื่อสังคมของผู้สูงอายุ แกนนำชมรมผู้สูงอายุ อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ อาสาสมัครสาธารณสุข จึงสนับสนุนให้อาสาสมัครภาคประชาชนเหล่านี้ มีบทบาทในการสร้างความรู้ ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพในช่องปากด้วยตนเอง แก่สมาชิกชมรม ปัจจุบัน มีชมรมผู้สูงอายุด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเป็นต้นแบบในทุกจังหวัด กว่า 2,800 ชมรม
3. การจัดบริการส่งเสริมป้องกันตามชุดสิทธิประโยชน์ เป็นการจัดบริการส่งเสริมป้องกันในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปาก เป็นรายบุคคล และดูแลเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง เน้นการรับบริการใกล้บ้านในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บริการทันตกรรมป้องกันตามชุดสิทธิประโยชน์ ประกอบด้วย
1) การตรวจสุขภาพช่องปาก
2) การให้คำแนะนำ และ/หรือ การปรับพฤติกรรมเพื่อควบคุมคราบจุลินทรีย์
3) การใช้ฟลูออไรด์วานิชป้องกันรากฟันผุ
4) การขูดทำความสะอาดฟันป้องกันเหงือก / ปริทันต์อักเสบชนิดเฉียบพลัน (Acute Periodontitis)
ขณะนี้มีต้นแบบอยู่ 330 แห่ง ในปีนี้ได้จัดการประชุมเพื่อขยายเครือข่ายอีก 150 แห่ง
นอกจากนี้ ยังได้บูรณาการงานสร้างเสริมสุขภาพช่องปากกับงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ โดยยึดถือว่า
สุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพ และได้กำหนดตัวชี้วัดด้านสุขภาพช่องปากไว้ในมาตรฐานสุขภาพผู้สูงอายุพึงประสงค์ รวมการดูแลสุขภาพช่องปากไว้การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวในระดับตำบล และแผนส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ผู้พิการของกระทรวงสาธารณสุข
"การมีสุขภาพช่องปากดี ทำให้มีอายุยืนยาว เป้าหมายการพัฒนาให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพช่องปากดีขึ้น นอกจากจะดูแลสุขภาพในช่องปากผู้สูงอายุ ให้คงสภาพการใช้งานให้นานที่สุดแล้ว กรมอนามัยยังต้องเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีในการจัดการพฤติกรรมและปัจจัยเสี่ยงให้ครอบคลุมทุกประเด็นปัญหาในช่องปากที่เกิดขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุ และก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุต่อไป เพื่อให้ผู้สูงวัยทุกท่านมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี" อธิบดีกรมอนามัยกล่าว
ยิ้มสดใสของผู้สูงอายุในโครงการ ?ฟันเทียมพระราชทาน และการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก?
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (18 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (10 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (62 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (15 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (9 views)
- Spondylolisthesis คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการรักษา (36 views)
- Longevity คืออะไร? รู้จักเคล็ดลับอายุยืน สุขภาพดี คนยุคใหม่ต้องรู้ (46 views)
- คอเลสเตอรอลสูงต้องรู้! 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือด ที่แนะนำ (15 views)
