'มะเร็งโลหิต' รักษายาก แพง แต่หายขาด คมชัดลึกสัมภาษณ์พิเศษ
-
- Ton_MK ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 18 มี.ค. 2011 9:08 am
'มะเร็งโลหิต' รักษายาก แพง แต่หายขาด คมชัดลึกสัมภาษณ์พิเศษ
'มะเร็งโลหิต' รักษายาก แพง แต่หายขาด
"จะพบผู้ป่วยลูคีเมียในคนที่มีอายุไม่เกิน 40 ปี เป็นแบบปุ๊บปั๊บ แต่ถ้ารักษาดีมีโอกาสหายขาดค่อนข้างสูง ซึ่งผู้ป่วยลูคีเมียจะต้องเข้ารับเคมีบำบัดครั้งที่ 1 ทุกคน อย่างไรก็ตาม หากการรักษาได้ผลดี กอปรกับผู้ป่วยมีอายุน้อยกว่า 55 ปี มีพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน มีเนื้อเยื่อตรงกัน แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยรักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก"
ศ.นพ.ธานินทร์ อินทรกำธรชัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยา และหัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า หลังจากมีระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีคนไข้ด้านโลหิตวิทยารายใหม่ๆ ถูกส่งต่อมาเข้ารับการรักษาที่นี่ประมาณ 30 รายต่อเดือน จากเมื่อ 10 ปีก่อนที่มีราว 5-6 รายต่อเดือน
"80 % ของผู้ที่เข้ารับการรักษาสาขาโลหิตวิทยาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นผู้ป่วยมะเร็งโลหิตวิทยา คือ มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือลูคีเมีย และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งเป็นมะเร็งที่รักษายากกว่ามะเร็งชนิดอื่น เนื่องจากมะเร็งชนิดนี้ไม่มีระยะ 1, 2 หรือ 3 เหมือนมะเร็งอื่นๆ เมื่อป่วยเป็นมะเร็งโลหิตเชื้อก็จะกระจายไปทั่วร่างกายทันที วิ่งไปตามกระแสเลือดที่ไหลเวียนทั่วร่างกาย" ศ.นพ.ธานินทร์ กล่าว
ศ.นพ.ธานินทร์ อธิบายว่า ในการรักษาผู้ป่วยลูคีเมียจะดำเนินการ 2 วิธี และมีราคาค่อนข้างสูง คือ ยาเคมีบำบัด โดยผู้ป่วยจะต้องเข้ารับเคมีบำบัดประมาณ 4 ครั้ง เสียค่าใช้จ่ายครั้งละราว 4 แสนบาท รวมค่าใช้จ่ายกว่า 1 ล้านบาท และ การปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งผลการรักษาดีกว่าการรับเคมีบำบัด โอกาสการหายขาดจากโรคสูงกว่า แต่การปลูกถ่ายไขกระดูกทำได้ยาก จะต้องได้รับเนื้อเยื่อจากผู้ที่มีชนิดเนื้อเยื่อตรงกัน โดยหากเป็นพี่น้องที่พ่อแม่เดียวกันมีโอกาสเนื้อเยื่อตรงกัน 25% ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 8 แสน-1 ล้านบาท
ผู้ป่วยที่ใช้สิทธิรักษาพยาบาลเป็นสิทธิสวัสดิการข้าราชการ ทางโรงพยาบาลรัฐเบิกค่ารักษาพยาบาลจากกรมบัญชีกลางได้ประมาณ 4 แสนบาท สิทธิประกันสังคมจะจ่ายแบบเหมาจ่ายประมาณ 7.5 แสนบาท ส่วนสิทธิบัตรทองไม่สามารถเบิกได้ ขณะที่คนไข้ส่วนใหญ่ที่เข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง ซึ่งในการรักษาผู้ป่วยโรคนี้ เรื่องเศรษฐสถานะยังเป็นปัญหาสำคัญต่อการรักษาผู้ป่วยมาก อย่างไรก็ตาม ผู้มีจิตศรัทธาต้องการบริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยสามารถบริจาคได้ที่สภากาชาดไทย
"จะพบผู้ป่วยลูคีเมียในคนที่มีอายุไม่เกิน 40 ปี เป็นแบบปุ๊บปั๊บ แต่ถ้ารักษาดี มีโอกาสหายขาดค่อนข้างสูง ซึ่งผู้ป่วยลูคีเมียจะต้องเข้ารับเคมีบำบัดครั้งที่ 1 ทุกคน อย่างไรก็ตาม หากการรักษาได้ผลดี กอปรกับผู้ป่วยมีอายุน้อยกว่า 55 ปี มีพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน มีเนื้อเยื่อตรงกัน แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยรักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก" ศ.นพ.ธานินทร์กล่าว
ผู้ที่ต้องปลูกถ่ายไขกระดูก กรณีที่เป็นลูกคนเดียว ศ.นพ.ธานินทร์ บอกว่า มีทางเลือก คือ ธนาคารอาสาสมัครในการบริจาคสเต็มเซลล์ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ผู้ที่ไม่ใช่พี่น้องพ่อแม่เดียวกันมีโอกาสเนื้อเยื่อตรงกัน 1 ต่อ 10,000 ราย สามารถบริจาคได้ที่ศูนย์บริการโลหิต สภากาชาดไทย โดยเจ้าหน้าที่จะทำการเจาะเลือดผู้ประสงค์บริจาคราว 5 ซีซี แล้วเก็บเป็นฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์ เมื่อมีผู้ป่วยจำเป็นต้องปลูกถ่ายไขกระดูก ก็จะทำการสืบค้นหาผู้ที่มีเนื้อเยื่อตรงกัน ปัจจุบันมีผู้บริจาคแล้ว 1 แสนราย จากเดิมที่มีผู้บริจาคเพียง 3,000-4,000 ราย
อ่านรายละเอียดจากคอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : คมชัดลึก
"จะพบผู้ป่วยลูคีเมียในคนที่มีอายุไม่เกิน 40 ปี เป็นแบบปุ๊บปั๊บ แต่ถ้ารักษาดีมีโอกาสหายขาดค่อนข้างสูง ซึ่งผู้ป่วยลูคีเมียจะต้องเข้ารับเคมีบำบัดครั้งที่ 1 ทุกคน อย่างไรก็ตาม หากการรักษาได้ผลดี กอปรกับผู้ป่วยมีอายุน้อยกว่า 55 ปี มีพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน มีเนื้อเยื่อตรงกัน แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยรักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก"
ศ.นพ.ธานินทร์ อินทรกำธรชัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยา และหัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า หลังจากมีระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีคนไข้ด้านโลหิตวิทยารายใหม่ๆ ถูกส่งต่อมาเข้ารับการรักษาที่นี่ประมาณ 30 รายต่อเดือน จากเมื่อ 10 ปีก่อนที่มีราว 5-6 รายต่อเดือน
"80 % ของผู้ที่เข้ารับการรักษาสาขาโลหิตวิทยาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นผู้ป่วยมะเร็งโลหิตวิทยา คือ มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือลูคีเมีย และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งเป็นมะเร็งที่รักษายากกว่ามะเร็งชนิดอื่น เนื่องจากมะเร็งชนิดนี้ไม่มีระยะ 1, 2 หรือ 3 เหมือนมะเร็งอื่นๆ เมื่อป่วยเป็นมะเร็งโลหิตเชื้อก็จะกระจายไปทั่วร่างกายทันที วิ่งไปตามกระแสเลือดที่ไหลเวียนทั่วร่างกาย" ศ.นพ.ธานินทร์ กล่าว
ศ.นพ.ธานินทร์ อธิบายว่า ในการรักษาผู้ป่วยลูคีเมียจะดำเนินการ 2 วิธี และมีราคาค่อนข้างสูง คือ ยาเคมีบำบัด โดยผู้ป่วยจะต้องเข้ารับเคมีบำบัดประมาณ 4 ครั้ง เสียค่าใช้จ่ายครั้งละราว 4 แสนบาท รวมค่าใช้จ่ายกว่า 1 ล้านบาท และ การปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งผลการรักษาดีกว่าการรับเคมีบำบัด โอกาสการหายขาดจากโรคสูงกว่า แต่การปลูกถ่ายไขกระดูกทำได้ยาก จะต้องได้รับเนื้อเยื่อจากผู้ที่มีชนิดเนื้อเยื่อตรงกัน โดยหากเป็นพี่น้องที่พ่อแม่เดียวกันมีโอกาสเนื้อเยื่อตรงกัน 25% ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 8 แสน-1 ล้านบาท
ผู้ป่วยที่ใช้สิทธิรักษาพยาบาลเป็นสิทธิสวัสดิการข้าราชการ ทางโรงพยาบาลรัฐเบิกค่ารักษาพยาบาลจากกรมบัญชีกลางได้ประมาณ 4 แสนบาท สิทธิประกันสังคมจะจ่ายแบบเหมาจ่ายประมาณ 7.5 แสนบาท ส่วนสิทธิบัตรทองไม่สามารถเบิกได้ ขณะที่คนไข้ส่วนใหญ่ที่เข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง ซึ่งในการรักษาผู้ป่วยโรคนี้ เรื่องเศรษฐสถานะยังเป็นปัญหาสำคัญต่อการรักษาผู้ป่วยมาก อย่างไรก็ตาม ผู้มีจิตศรัทธาต้องการบริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยสามารถบริจาคได้ที่สภากาชาดไทย
"จะพบผู้ป่วยลูคีเมียในคนที่มีอายุไม่เกิน 40 ปี เป็นแบบปุ๊บปั๊บ แต่ถ้ารักษาดี มีโอกาสหายขาดค่อนข้างสูง ซึ่งผู้ป่วยลูคีเมียจะต้องเข้ารับเคมีบำบัดครั้งที่ 1 ทุกคน อย่างไรก็ตาม หากการรักษาได้ผลดี กอปรกับผู้ป่วยมีอายุน้อยกว่า 55 ปี มีพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน มีเนื้อเยื่อตรงกัน แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยรักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก" ศ.นพ.ธานินทร์กล่าว
ผู้ที่ต้องปลูกถ่ายไขกระดูก กรณีที่เป็นลูกคนเดียว ศ.นพ.ธานินทร์ บอกว่า มีทางเลือก คือ ธนาคารอาสาสมัครในการบริจาคสเต็มเซลล์ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ผู้ที่ไม่ใช่พี่น้องพ่อแม่เดียวกันมีโอกาสเนื้อเยื่อตรงกัน 1 ต่อ 10,000 ราย สามารถบริจาคได้ที่ศูนย์บริการโลหิต สภากาชาดไทย โดยเจ้าหน้าที่จะทำการเจาะเลือดผู้ประสงค์บริจาคราว 5 ซีซี แล้วเก็บเป็นฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์ เมื่อมีผู้ป่วยจำเป็นต้องปลูกถ่ายไขกระดูก ก็จะทำการสืบค้นหาผู้ที่มีเนื้อเยื่อตรงกัน ปัจจุบันมีผู้บริจาคแล้ว 1 แสนราย จากเดิมที่มีผู้บริจาคเพียง 3,000-4,000 ราย
อ่านรายละเอียดจากคอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : คมชัดลึก
'มะเร็งโลหิต' รักษายาก แพง แต่หายขาด คมชัดลึกสัมภาษณ์พิเศษ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (17 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (9 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (61 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (15 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (9 views)
- Spondylolisthesis คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการรักษา (36 views)
- Longevity คืออะไร? รู้จักเคล็ดลับอายุยืน สุขภาพดี คนยุคใหม่ต้องรู้ (46 views)
- คอเลสเตอรอลสูงต้องรู้! 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือด ที่แนะนำ (15 views)
