7 โรคผิวหนังที่ต้องเฝ้าระวังช่วงหน้าฝน
- สุขภาพดี.com ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 11 เม.ย. 2016 2:16 pm
7 โรคผิวหนังที่ต้องเฝ้าระวังช่วงหน้าฝน
สถาบันโรคผิวหนังเผยช่วงฤดูฝน ความชื้นในอากาศจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เชื้อรา แบคทีเรีย และแมลงพาหะเจริญเติบโตได้ดี อีกทั้งประชาชนส่วนใหญ่ยังคงต้องเดินทางออกนอกบ้าน อาจต้องลุยฝน ลุยน้ำ หรือสวมใส่เสื้อผ้าที่เปียกชื้นเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เอื้อต่อการเกิดโรคผิวหนังหลายชนิดได้ง่ายขึ้น หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ

นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่า ฤดูฝนเป็นช่วงที่มีความร้อนอบอ้าวและความชื้นสูง ร่วมกับเหงื่อและเสื้อผ้าเปียกชื้น อาจกระตุ้นให้เกิดโรคผิวหนังต่าง ๆ ได้ เช่น โรคน้ำกัดเท้า โรคกลาก โรคผิวหนังอักเสบ จากภูมิแพ้ ผื่นจากแมลงสัตว์กัดต่อย โรคเท้ามีกลิ่นเหม็น สิวเห่อ และโรคผื่นกุหลาบ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังและสังเกตอาการผิดปกติของผิวหนังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวบอบบางหรือมีโรคประจำตัว แนวทางการป้องกันโรคผิวหนังในฤดูฝน ได้แก่ การอาบน้ำ สระผม และทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังจากเปียกฝน หมั่นล้างมือ ล้างเท้าหลังลุยน้ำด้วยสบู่และน้ำสะอาด แล้วเช็ดให้แห้งสนิทอยู่เสมอ สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด แห้ง ไม่อับชื้น และเลือกเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี หากมีอาการผิดปกติ เช่น คัน แสบ แดง หรือมีผื่น ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างเหมาะสม
นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคผิวหนังที่พบบ่อยในฤดูฝนมีทั้งจากเชื้อรา แบคทีเรีย และปฏิกิริยาภูมิแพ้ โดยเฉพาะโรคน้ำกัดเท้า กลาก ซึ่งมักเกิดในบริเวณอับชื้น เช่น ซอกนิ้วเท้า ขาหนีบ หรือก้น ความอับชื้นจากถุงเท้าและรองเท้าหลังลุยน้ำเป็นสาเหตุสำคัญ นอกจากนี้ โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ก็สามารถกำเริบได้ง่ายเมื่อผิวระบายเหงื่อไม่ดีหรือเกิดการเสียดสีร่วมด้วยโรคเท้ามีกลิ่นเหม็นเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยในฤดูฝน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่หนังเท้าชั้นนอก ร่วมกับปัจจัยเสริมอื่น เช่น ความอับชื้น น้ำหนักตัวมาก หรือโรคเบาหวาน อาการอาจมีลักษณะเป็นขุย ผิวลอก หรือเห็นรูพรุนเล็ก ๆ บริเวณฝ่าเท้า นอกจากนี้ยังมีโรคผิวหนังอักเสบจากแมลงสัตว์ กัดต่อย ซึ่งแมลงบางชนิด เช่น ด้วงก้นกระดก หรือแมลงดูดเลือด อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือแพ้สัมผัส โดยบางรายอาจมีอาการรุนแรงจนต้องพบแพทย์
พญ.นันท์นภัส โปวอนุสรณ์ นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนยังพบปัญหาสิวเห่อเพิ่มขึ้นจากความชื้นและความร้อนที่ส่งผลต่อการเปิดของรูขุมขน การเจริญของเชื้อแบคทีเรีย และการผลิตไขมันบนใบหน้า นอกจากนี้ยังควรเฝ้าระวังโรคผื่นกุหลาบ ซึ่งเป็นผื่นผิวหนังเฉียบพลันที่อาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส ผื่นมีลักษณะเป็นวงรีหรือกลม กระจายตามแนวผิวหนังคล้ายลายต้นสน ทั้งสองภาวะนี้สามารถรักษาได้ด้วยยาที่เหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อสุขภาพผิวที่ดีในช่วงฤดูฝน ขอให้ประชาชนทุกคนตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาความสะอาดของร่างกาย การเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม และการเฝ้าระวังความผิดปกติของผิวหนังอยู่เสมอ หากพบอาการที่ไม่พึงประสงค์ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่า ฤดูฝนเป็นช่วงที่มีความร้อนอบอ้าวและความชื้นสูง ร่วมกับเหงื่อและเสื้อผ้าเปียกชื้น อาจกระตุ้นให้เกิดโรคผิวหนังต่าง ๆ ได้ เช่น โรคน้ำกัดเท้า โรคกลาก โรคผิวหนังอักเสบ จากภูมิแพ้ ผื่นจากแมลงสัตว์กัดต่อย โรคเท้ามีกลิ่นเหม็น สิวเห่อ และโรคผื่นกุหลาบ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังและสังเกตอาการผิดปกติของผิวหนังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวบอบบางหรือมีโรคประจำตัว แนวทางการป้องกันโรคผิวหนังในฤดูฝน ได้แก่ การอาบน้ำ สระผม และทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังจากเปียกฝน หมั่นล้างมือ ล้างเท้าหลังลุยน้ำด้วยสบู่และน้ำสะอาด แล้วเช็ดให้แห้งสนิทอยู่เสมอ สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด แห้ง ไม่อับชื้น และเลือกเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี หากมีอาการผิดปกติ เช่น คัน แสบ แดง หรือมีผื่น ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างเหมาะสม
นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคผิวหนังที่พบบ่อยในฤดูฝนมีทั้งจากเชื้อรา แบคทีเรีย และปฏิกิริยาภูมิแพ้ โดยเฉพาะโรคน้ำกัดเท้า กลาก ซึ่งมักเกิดในบริเวณอับชื้น เช่น ซอกนิ้วเท้า ขาหนีบ หรือก้น ความอับชื้นจากถุงเท้าและรองเท้าหลังลุยน้ำเป็นสาเหตุสำคัญ นอกจากนี้ โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ก็สามารถกำเริบได้ง่ายเมื่อผิวระบายเหงื่อไม่ดีหรือเกิดการเสียดสีร่วมด้วยโรคเท้ามีกลิ่นเหม็นเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยในฤดูฝน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่หนังเท้าชั้นนอก ร่วมกับปัจจัยเสริมอื่น เช่น ความอับชื้น น้ำหนักตัวมาก หรือโรคเบาหวาน อาการอาจมีลักษณะเป็นขุย ผิวลอก หรือเห็นรูพรุนเล็ก ๆ บริเวณฝ่าเท้า นอกจากนี้ยังมีโรคผิวหนังอักเสบจากแมลงสัตว์ กัดต่อย ซึ่งแมลงบางชนิด เช่น ด้วงก้นกระดก หรือแมลงดูดเลือด อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือแพ้สัมผัส โดยบางรายอาจมีอาการรุนแรงจนต้องพบแพทย์
พญ.นันท์นภัส โปวอนุสรณ์ นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนยังพบปัญหาสิวเห่อเพิ่มขึ้นจากความชื้นและความร้อนที่ส่งผลต่อการเปิดของรูขุมขน การเจริญของเชื้อแบคทีเรีย และการผลิตไขมันบนใบหน้า นอกจากนี้ยังควรเฝ้าระวังโรคผื่นกุหลาบ ซึ่งเป็นผื่นผิวหนังเฉียบพลันที่อาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส ผื่นมีลักษณะเป็นวงรีหรือกลม กระจายตามแนวผิวหนังคล้ายลายต้นสน ทั้งสองภาวะนี้สามารถรักษาได้ด้วยยาที่เหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อสุขภาพผิวที่ดีในช่วงฤดูฝน ขอให้ประชาชนทุกคนตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาความสะอาดของร่างกาย การเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม และการเฝ้าระวังความผิดปกติของผิวหนังอยู่เสมอ หากพบอาการที่ไม่พึงประสงค์ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
7 โรคผิวหนังที่ต้องเฝ้าระวังช่วงหน้าฝน
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (21 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (10 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (64 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (16 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (10 views)
- Spondylolisthesis คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการรักษา (38 views)
- Longevity คืออะไร? รู้จักเคล็ดลับอายุยืน สุขภาพดี คนยุคใหม่ต้องรู้ (46 views)
- คอเลสเตอรอลสูงต้องรู้! 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือด ที่แนะนำ (15 views)
