Back To School ย้ำ ช่วงเปิดเทอมอย่าไว้ใจยุงลาย ขอให้เร่งกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ในโรงเรียน
- สุขภาพดีดอทคอม ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 29 พ.ย. 2020 8:54 pm
Back To School ย้ำ ช่วงเปิดเทอมอย่าไว้ใจยุงลาย ขอให้เร่งกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ในโรงเรียน
กรมควบคุมโรค ย้ำ ช่วงเปิดเทอมอย่าไว้ใจยุงลาย ขอให้เร่งกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ในโรงเรียน
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ย้ำ ช่วงเปิดเทอมนี้ ขอให้สถาบันการศึกษาที่เปิดให้เด็กไปเรียนที่โรงเรียนได้ ภายใต้มาตการการป้องกันโรคโควิด 19 อย่างเข้มข้น เร่งจัดการสิ่งแวดล้อม กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ในโรงเรียนไม่ให้ยุงเกิด เพื่อไม่ให้นักเรียนโดนยุงกัดจนป่วยซ้ำเติมสถานการณ์โรคระบาด ซึ่งกลุ่มเด็กยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงป่วยโรคติดต่อนำโดยยุงลายสูงสุด
14 พ.ย.64-นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงนี้สถาบันการศึกษาหลายแห่งเริ่มเปิดเรียนแบบออนไซด์ (on site) มากขึ้น คือสามารถไปเรียนที่โรงเรียนได้ ภายใต้มาตการการป้องกันโรคโควิด 19 อย่างเข้มข้น เนื่องจากสถิติการป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกของกลุ่มเด็กวัยเรียนยังเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด จึงขอให้โรงเรียนจัดกิจกรรมเสริมในการจัดการสิ่งแวดล้อมกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในโรงเรียน เช่นกิจกรรม BIG CLEANING DAY เก็บให้เกลี้ยงไม่เลี้ยงยุงลาย เพื่อไม่ให้ยุงเกิดและไม่ให้นักเรียนโดนกัดจนป่วยซ้ำเติมสถานการณ์ โรคระบาดในปัจจุบัน สถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 10 พฤศจิกายน 2564 ประเทศไทยพบผู้ป่วย 8,584 ราย เสียชีวิต 6 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบอัตราป่ายมากที่สุด คือ 5-14 ปี รองลงมา 15-24 ปี และอายุแรกเกิด - 4 ปี ตามลำดับ ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยเรียน และกระจายอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ
แม้สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปี 2564 นี้จะมีตัวเลขที่ลดลงมากกว่าร้อยละ 80 ของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปีก็เริ่มมีสัญญานว่า จำนวนผู้ป่วยเริ่มมากขึ้นและจากปัจจัยต่างๆ เช่น ช่วงที่ผ่านมามีฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และโดยธรรมชาติของโรคที่เมื่อมีการระบาดน้อยลงก็จะกลับมาระบาดมากขึ้นในปีถัดๆ มา เนื่องจากภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติในคนลดลง และปัจจัยจากการเดินทางมากขึ้นในช่วงเปิดประเทศ จะเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้โรคกลับมาระบาดอีกครั้งได้
ข้อเน้นย้ำให้ทุกโรงเรียนใช้มาตรการ 3 เก็บป้องกัน 3 โรค คือเก็บขยะให้เกลี้ยง เก็บบ้านให้ปลอดโปร่ง เก็บน้ำให้มิดชิด จะสามารถป้องกันได้ทั้ง โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย โรคติดเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนไม่ให้มีแหล่งพันธุ์ยุงลายโดยการเก็บขยะให้เป็นระบบ จัดแยกขยะทั่วไปโดยเฉพาะจำพวกแก้วน้ำ กล่องโฟมหรือกล่องพลาสติกในอาหาร วัสดุเหล่านี้เมื่อฝนตกลงมาจะมีน้ำขัง และเป็นที่วางไข่ของยุงลายได้ รวมไปถึงแอ่งน้ำขนาดเล็กเช่น บ่อน้ำพุ อ่างบัว หรืออ่างเลี้ยงพืชน้ำ ต้องหาปลาประประเภทกินลูกน้ำมาทำหน้าที่ตัดวงจรการเกิดของยุง ส่วนแจกันพลูด่างที่นิยมเอามตบแต่งห้องเรียนก็ต้องหมั่นเปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์ จัดบริเวณห้องน้ำหรือห้องเรียนให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายอาศัยเกาะพัก ห้องเรียนควรติดมุ้งลวดกันยุง เพราะยุงลายชอบหากินตอนกลางวัน รวมถึงการดัดแปลงยางรถยนต์เก่านำมาเป็นกระถางต้นไม้ จานรองกระถาง หรือเครื่องเล่นของเด็ก ควรวางไว้ในที่ร่มหรือเจาะรูเพื่อไม่ให้น้ำขัง และสุดท้ายก็ควรให้มีการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดยุงตัวเต็มวัยเป็นระยะๆ โดยสามารถประสานหน่วยงานท้องถิ่นให้เข้ามาสนับสนุนได้
นอกจากนี้ ขอให้ทุกโรงเรียนเคร่งครัดมาตรการป้องกันโควิด โดยจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมตามเกณฑ์มาตรฐาน ได้แก่ การระบายอากาศภายในอาคาร การทำความสะอาด การจัดการขยะ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมรวมกลุ่มกัน คัดกรอง วัดไข้และสุ่มตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด (ATK) ทั้งนักเรียน ครู และบุคลากร พร้อมทั้งให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเอง ขั้นสูงสุดตลอดเวลาแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention : UP) เน้นการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด 19
ด้าน พญ.ฉันทนา ผดุงทศ ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อนำโดยแมลง กล่าวเสริมว่า หากประชาชนมีอาการป่วย เช่น มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ เบื่ออาหาร ปวดท้อง ซึ่งอาจเป็นการเจ็บป่วยร่วมกันระหว่างไข้เลือดออก กับโรคโควิด 19 ทำให้มีอาการทรุดหนักมากและรวดเร็วได้ ดังนั้น เมื่อมีอาการสงสัยดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยแยกโรคให้ชัดเจน จะได้รับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ย้ำ ช่วงเปิดเทอมนี้ ขอให้สถาบันการศึกษาที่เปิดให้เด็กไปเรียนที่โรงเรียนได้ ภายใต้มาตการการป้องกันโรคโควิด 19 อย่างเข้มข้น เร่งจัดการสิ่งแวดล้อม กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ในโรงเรียนไม่ให้ยุงเกิด เพื่อไม่ให้นักเรียนโดนยุงกัดจนป่วยซ้ำเติมสถานการณ์โรคระบาด ซึ่งกลุ่มเด็กยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงป่วยโรคติดต่อนำโดยยุงลายสูงสุด
14 พ.ย.64-นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงนี้สถาบันการศึกษาหลายแห่งเริ่มเปิดเรียนแบบออนไซด์ (on site) มากขึ้น คือสามารถไปเรียนที่โรงเรียนได้ ภายใต้มาตการการป้องกันโรคโควิด 19 อย่างเข้มข้น เนื่องจากสถิติการป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกของกลุ่มเด็กวัยเรียนยังเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด จึงขอให้โรงเรียนจัดกิจกรรมเสริมในการจัดการสิ่งแวดล้อมกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในโรงเรียน เช่นกิจกรรม BIG CLEANING DAY เก็บให้เกลี้ยงไม่เลี้ยงยุงลาย เพื่อไม่ให้ยุงเกิดและไม่ให้นักเรียนโดนกัดจนป่วยซ้ำเติมสถานการณ์ โรคระบาดในปัจจุบัน สถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 10 พฤศจิกายน 2564 ประเทศไทยพบผู้ป่วย 8,584 ราย เสียชีวิต 6 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบอัตราป่ายมากที่สุด คือ 5-14 ปี รองลงมา 15-24 ปี และอายุแรกเกิด - 4 ปี ตามลำดับ ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยเรียน และกระจายอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ
แม้สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปี 2564 นี้จะมีตัวเลขที่ลดลงมากกว่าร้อยละ 80 ของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปีก็เริ่มมีสัญญานว่า จำนวนผู้ป่วยเริ่มมากขึ้นและจากปัจจัยต่างๆ เช่น ช่วงที่ผ่านมามีฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และโดยธรรมชาติของโรคที่เมื่อมีการระบาดน้อยลงก็จะกลับมาระบาดมากขึ้นในปีถัดๆ มา เนื่องจากภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติในคนลดลง และปัจจัยจากการเดินทางมากขึ้นในช่วงเปิดประเทศ จะเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้โรคกลับมาระบาดอีกครั้งได้
ข้อเน้นย้ำให้ทุกโรงเรียนใช้มาตรการ 3 เก็บป้องกัน 3 โรค คือเก็บขยะให้เกลี้ยง เก็บบ้านให้ปลอดโปร่ง เก็บน้ำให้มิดชิด จะสามารถป้องกันได้ทั้ง โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย โรคติดเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนไม่ให้มีแหล่งพันธุ์ยุงลายโดยการเก็บขยะให้เป็นระบบ จัดแยกขยะทั่วไปโดยเฉพาะจำพวกแก้วน้ำ กล่องโฟมหรือกล่องพลาสติกในอาหาร วัสดุเหล่านี้เมื่อฝนตกลงมาจะมีน้ำขัง และเป็นที่วางไข่ของยุงลายได้ รวมไปถึงแอ่งน้ำขนาดเล็กเช่น บ่อน้ำพุ อ่างบัว หรืออ่างเลี้ยงพืชน้ำ ต้องหาปลาประประเภทกินลูกน้ำมาทำหน้าที่ตัดวงจรการเกิดของยุง ส่วนแจกันพลูด่างที่นิยมเอามตบแต่งห้องเรียนก็ต้องหมั่นเปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์ จัดบริเวณห้องน้ำหรือห้องเรียนให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายอาศัยเกาะพัก ห้องเรียนควรติดมุ้งลวดกันยุง เพราะยุงลายชอบหากินตอนกลางวัน รวมถึงการดัดแปลงยางรถยนต์เก่านำมาเป็นกระถางต้นไม้ จานรองกระถาง หรือเครื่องเล่นของเด็ก ควรวางไว้ในที่ร่มหรือเจาะรูเพื่อไม่ให้น้ำขัง และสุดท้ายก็ควรให้มีการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดยุงตัวเต็มวัยเป็นระยะๆ โดยสามารถประสานหน่วยงานท้องถิ่นให้เข้ามาสนับสนุนได้
นอกจากนี้ ขอให้ทุกโรงเรียนเคร่งครัดมาตรการป้องกันโควิด โดยจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมตามเกณฑ์มาตรฐาน ได้แก่ การระบายอากาศภายในอาคาร การทำความสะอาด การจัดการขยะ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมรวมกลุ่มกัน คัดกรอง วัดไข้และสุ่มตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด (ATK) ทั้งนักเรียน ครู และบุคลากร พร้อมทั้งให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเอง ขั้นสูงสุดตลอดเวลาแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention : UP) เน้นการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด 19
ด้าน พญ.ฉันทนา ผดุงทศ ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อนำโดยแมลง กล่าวเสริมว่า หากประชาชนมีอาการป่วย เช่น มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ เบื่ออาหาร ปวดท้อง ซึ่งอาจเป็นการเจ็บป่วยร่วมกันระหว่างไข้เลือดออก กับโรคโควิด 19 ทำให้มีอาการทรุดหนักมากและรวดเร็วได้ ดังนั้น เมื่อมีอาการสงสัยดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยแยกโรคให้ชัดเจน จะได้รับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
Back To School ย้ำ ช่วงเปิดเทอมอย่าไว้ใจยุงลาย ขอให้เร่งกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ในโรงเรียน
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (18 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (10 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (63 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (15 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (9 views)
- Spondylolisthesis คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการรักษา (36 views)
- Longevity คืออะไร? รู้จักเคล็ดลับอายุยืน สุขภาพดี คนยุคใหม่ต้องรู้ (46 views)
- คอเลสเตอรอลสูงต้องรู้! 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือด ที่แนะนำ (15 views)

