ปิ๊งไอเดียเก๋ชวนประชาชน ?แชะรูป เบาะแสหมอกระเป๋า? ส่ง สบส.จัดการลงดาบ กวาดล้าง
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
ปิ๊งไอเดียเก๋ชวนประชาชน ?แชะรูป เบาะแสหมอกระเป๋า? ส่ง สบส.จัดการลงดาบ กวาดล้าง
อธิบดี กรม สบส. ปิ๊งไอเดียเก๋ชวนประชาชน ?แชะรูป เบาะแสหมอกระเป๋า? ส่ง สบส.จัดการลงดาบ กวาดล้าง !
อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อหมอกระเป๋า บริการฉีดเสริมความงามผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเฟซบุ๊ค ไลน์ หรือบอกปากต่อปากเด็ดขาด ย้ำไม่มีบริการเดลิเวอรี่ตามบ้าน แพทย์จริงจะต้องให้บริการในสถานพยาบาลเท่านั้น เพราะมีความเสี่ยง อันตรายถึงชีวิต ขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นให้ใช้สมาร์ทโฟนถ่ายรูปเป็นหลักฐาน และแจ้งเบาะแสด่วนทางเฟซบุ๊คสารวัตรสถานพยาบาลออนไลน์ หรือเฟชบุ๊คมือปราบสถานพยาบาลเถื่อน กรมสบส. เพื่อง่ายต่อการติดตามตรวจสอบ เพื่อร่วมกวาดล้างหมอกระเป๋าให้หมดจากสังคมไทย
จากกรณี การเสียชีวิตของหญิงรายหนึ่ง ซึ่งพักอยู่ที่อพาร์ตเมนท์ เขตบางกะปิ เมื่อคืนวันที่ 29 มีนาคม 2559 หลังฉีดยาเสริมหน้าอกทั้ง 2 ข้างจากหมอกระเป๋าที่ห้องพัก เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2559 จนเกิดอาการชักเกร็ง และเสียชีวิตนั้น ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า การเสียชีวิตจากการใช้บริการหมอกระเป๋าเป็นข่าวให้พบเห็นบ่อยครั้ง จึงอยากจะขอย้ำเตือนประชาชนทุกคนว่าการเสริมความงาม ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตามจะต้องกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น และขอเรียนว่าการให้บริการเสริมความงามโดยแพทย์ที่ถูกต้องตามกฎหมายจะไม่มีการให้บริการนอกสถานที่อย่างเด็ดขาด จะต้องทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเท่านั้น เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายกับตัวผู้รับบริการ เช่น การแพ้ยา แพ้สารที่ใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกาย ได้ตลอดเวลา จากกรณีดังกล่าว กรม สบส. ได้ส่งเจ้าหน้าที่กองกฎหมายและสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เสียหายเป็นการด่วน เพื่อดำเนินคดีกับหมอเถื่อนรายนี้โดยเร็วที่สุด
?ต้องยอมรับว่าปัจจุบัน สื่อโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางการแสวงหาผลประโยชน์ของหมอเถื่อน หมอกระเป๋า เนื่องจากเข้าถึงได้ง่าย และรวดเร็ว จึงมีการโฆษณาชนิดบอกปากต่อปากทางเฟซบุ๊ค ไลน์ และยังมีบุคคลอื่นๆที่เคยใช้บริการมาให้การรับรองผ่านสื่อชนิดนี้ ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ และยังมีการโฆษณาที่เน้นที่ราคาถูกกว่าสถานพยาบาลอื่น อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง รวมทั้งแอบอ้างชื่อผลิตภัณฑ์ว่าเป็นชนิดเดียวกับที่บุคคลผู้มีชื่อเสียง หรือดาราต่างประเทศใช้ เพื่อหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อ โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบ อันตรายที่จะเกิดแก่ประชาชนผู้รับบริการ ดังนั้นประชาชนจึงต้องตระหนัก ถึงภัยอันตรายให้มาก และต้องร่วมมือกันกวาดล้างหมอกระเป๋าให้หมดไปจากสังคมไทย ลำพังภาครัฐไม่สามารถดูแลให้ทั่วถึงได้ โดยขอให้ประชาชนใช้โทรศัพท์ให้เป็นประโยชน์ ให้ถ่ายรูปหมอเถื่อน หมอกระเป๋าที่ไปให้บริการฉีดสารเสริมความงามที่บ้าน เพราะถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใกล้ตัวและใช้ได้รวดเร็ว ส่งรูปถ่าย พร้อมเบาะแสให้กรม สบส. ทางเฟซบุ๊คสารวัตรสถานพยาบาลออนไลน์, เฟซบุ๊คมือปราบสถานพยาบาลเถื่อน ซึ่งจะง่ายต่อการตรวจสอบ และดำเนินการทางกฎหมายได้รวดเร็ว? อธิบดีกรม สบส. กล่าว
ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า ขอย้ำว่าการเสริมความงามทั้งการฉีดเพิ่มขนาดหน้าอก ฉีดฟิลเลอร์ โบท๊อกซ์ สารเร่งขาว ไม่มีบริการนอกสถานพยาบาลหากมีถือว่าเป็นบริการเถื่อนทั้งหมด การเสริมความงามที่ปลอดภัยจะต้องทำในสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุข ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ต้องติดป้ายชื่อสถานพยาบาลและเลขที่ใบอนุญาต 13 หลักที่หน้าสถานพยาบาล ติดใบอนุญาตประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาล พร้อมหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมประจำปีปัจจุบัน ในส่วนของแพทย์ผู้ให้บริการจะต้องแสดงป้ายชื่อ สกุล รูปถ่ายของแพทย์ พร้อมกับเลขที่ใบอนุญาตการประกอบโรคศิลปะของแพทย์รายนั้นติดหน้าห้องตรวจ ตรงกับตัวจริงที่ให้บริการขณะนั้น นอกจากนี้ยังต้องแสดงอัตราค่ารักษาพยาบาล ประชาชนสามารถสอบถามได้ด้วย
ข่าว ? กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักบริหาร
อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อหมอกระเป๋า บริการฉีดเสริมความงามผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเฟซบุ๊ค ไลน์ หรือบอกปากต่อปากเด็ดขาด ย้ำไม่มีบริการเดลิเวอรี่ตามบ้าน แพทย์จริงจะต้องให้บริการในสถานพยาบาลเท่านั้น เพราะมีความเสี่ยง อันตรายถึงชีวิต ขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นให้ใช้สมาร์ทโฟนถ่ายรูปเป็นหลักฐาน และแจ้งเบาะแสด่วนทางเฟซบุ๊คสารวัตรสถานพยาบาลออนไลน์ หรือเฟชบุ๊คมือปราบสถานพยาบาลเถื่อน กรมสบส. เพื่อง่ายต่อการติดตามตรวจสอบ เพื่อร่วมกวาดล้างหมอกระเป๋าให้หมดจากสังคมไทย
จากกรณี การเสียชีวิตของหญิงรายหนึ่ง ซึ่งพักอยู่ที่อพาร์ตเมนท์ เขตบางกะปิ เมื่อคืนวันที่ 29 มีนาคม 2559 หลังฉีดยาเสริมหน้าอกทั้ง 2 ข้างจากหมอกระเป๋าที่ห้องพัก เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2559 จนเกิดอาการชักเกร็ง และเสียชีวิตนั้น ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า การเสียชีวิตจากการใช้บริการหมอกระเป๋าเป็นข่าวให้พบเห็นบ่อยครั้ง จึงอยากจะขอย้ำเตือนประชาชนทุกคนว่าการเสริมความงาม ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตามจะต้องกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น และขอเรียนว่าการให้บริการเสริมความงามโดยแพทย์ที่ถูกต้องตามกฎหมายจะไม่มีการให้บริการนอกสถานที่อย่างเด็ดขาด จะต้องทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเท่านั้น เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายกับตัวผู้รับบริการ เช่น การแพ้ยา แพ้สารที่ใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกาย ได้ตลอดเวลา จากกรณีดังกล่าว กรม สบส. ได้ส่งเจ้าหน้าที่กองกฎหมายและสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เสียหายเป็นการด่วน เพื่อดำเนินคดีกับหมอเถื่อนรายนี้โดยเร็วที่สุด
?ต้องยอมรับว่าปัจจุบัน สื่อโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางการแสวงหาผลประโยชน์ของหมอเถื่อน หมอกระเป๋า เนื่องจากเข้าถึงได้ง่าย และรวดเร็ว จึงมีการโฆษณาชนิดบอกปากต่อปากทางเฟซบุ๊ค ไลน์ และยังมีบุคคลอื่นๆที่เคยใช้บริการมาให้การรับรองผ่านสื่อชนิดนี้ ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ และยังมีการโฆษณาที่เน้นที่ราคาถูกกว่าสถานพยาบาลอื่น อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง รวมทั้งแอบอ้างชื่อผลิตภัณฑ์ว่าเป็นชนิดเดียวกับที่บุคคลผู้มีชื่อเสียง หรือดาราต่างประเทศใช้ เพื่อหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อ โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบ อันตรายที่จะเกิดแก่ประชาชนผู้รับบริการ ดังนั้นประชาชนจึงต้องตระหนัก ถึงภัยอันตรายให้มาก และต้องร่วมมือกันกวาดล้างหมอกระเป๋าให้หมดไปจากสังคมไทย ลำพังภาครัฐไม่สามารถดูแลให้ทั่วถึงได้ โดยขอให้ประชาชนใช้โทรศัพท์ให้เป็นประโยชน์ ให้ถ่ายรูปหมอเถื่อน หมอกระเป๋าที่ไปให้บริการฉีดสารเสริมความงามที่บ้าน เพราะถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใกล้ตัวและใช้ได้รวดเร็ว ส่งรูปถ่าย พร้อมเบาะแสให้กรม สบส. ทางเฟซบุ๊คสารวัตรสถานพยาบาลออนไลน์, เฟซบุ๊คมือปราบสถานพยาบาลเถื่อน ซึ่งจะง่ายต่อการตรวจสอบ และดำเนินการทางกฎหมายได้รวดเร็ว? อธิบดีกรม สบส. กล่าว
ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า ขอย้ำว่าการเสริมความงามทั้งการฉีดเพิ่มขนาดหน้าอก ฉีดฟิลเลอร์ โบท๊อกซ์ สารเร่งขาว ไม่มีบริการนอกสถานพยาบาลหากมีถือว่าเป็นบริการเถื่อนทั้งหมด การเสริมความงามที่ปลอดภัยจะต้องทำในสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุข ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ต้องติดป้ายชื่อสถานพยาบาลและเลขที่ใบอนุญาต 13 หลักที่หน้าสถานพยาบาล ติดใบอนุญาตประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาล พร้อมหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมประจำปีปัจจุบัน ในส่วนของแพทย์ผู้ให้บริการจะต้องแสดงป้ายชื่อ สกุล รูปถ่ายของแพทย์ พร้อมกับเลขที่ใบอนุญาตการประกอบโรคศิลปะของแพทย์รายนั้นติดหน้าห้องตรวจ ตรงกับตัวจริงที่ให้บริการขณะนั้น นอกจากนี้ยังต้องแสดงอัตราค่ารักษาพยาบาล ประชาชนสามารถสอบถามได้ด้วย
ข่าว ? กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักบริหาร
ปิ๊งไอเดียเก๋ชวนประชาชน ?แชะรูป เบาะแสหมอกระเป๋า? ส่ง สบส.จัดการลงดาบ กวาดล้าง
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (21 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (10 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (64 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (16 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (10 views)
- Spondylolisthesis คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการรักษา (38 views)
- Longevity คืออะไร? รู้จักเคล็ดลับอายุยืน สุขภาพดี คนยุคใหม่ต้องรู้ (46 views)
- คอเลสเตอรอลสูงต้องรู้! 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือด ที่แนะนำ (15 views)
