Skip ไปที่เนื้อหา

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พัฒนาวิธีการตรวจยา erythropoietin ในประเทศไทย


  • News ออฟไลน์
  • โพสต์: 0
  • ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พัฒนาวิธีการตรวจยา erythropoietin ในประเทศไทย

 โพสต์ News    316

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้พัฒนาวิธีการตรวจยาอิริโทรปอยอีติน (erythropoietin, EPO) ซึ่งเป็นยากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง เพื่อป้องกันเกิดภาวะโลหิตจางในผู้ป่วยโรคไตและโรคมะเร็ง ด้วยวิธี Isoelectric focusing/Western Blot เผยผลการศึกษายา EPO จำนวน 8 ชื่อการค้าที่มีการใช้มากในประเทศ พบว่ามีลักษณะแตกต่างกันทั้งหมด แนะผู้ป่วยควรใช้ยาดังกล่าวเพียงชื่อการค้าเดียว โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาต่อเนื่อง เป็นระยะเวลานาน เนื่องจากความแตกต่างของยาต่างชื่อการค้า อาจทำให้เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและเกิดอาการ ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาได้

นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไตและโรคมะเร็งจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ละปีมีผู้ป่วยโรคไตเพิ่มขึ้นประมาณ 7,800 คน ในขณะที่โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของประเทศไทยโดยมีผู้เสียชีวิตมากกว่าปีละ 60,000 ราย ซึ่งโรคเหล่านี้สามารถเกิดได้กับทุกเพศ ทุกวัย ทุกช่วงอายุ ทั้งนี้มีผู้ป่วยทั้งโรคไตและโรคมะเร็งจำนวนมากจำเป็นต้องได้รับยาอิริโทรปอยอีติน (Erythropoietin, EPO) เพื่อกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงเมื่อเกิดภาวะโลหิตจางขึ้นในระหว่างการรักษาและในผู้ป่วยบางรายอาจมีความจำเป็น ต้องใช้ยาดังกล่าวไปตลอดชีวิต มีรายงานการเกิดผลข้างเคียงที่สำคัญจากการใช้ยา EPO โดยเกิดการกระตุ้นปฏิกิริยาตอบสนองในร่างกาย จนทำให้ไขกระดูกไม่สร้างเม็ดเลือดแดงและอาจทำให้เกิดโลหิตจางอย่างรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งอาการข้างเคียงนี้เรียกว่า pure red cell aplasia (PRCA) อย่างไรก็ดียังไม่มีการศึกษาใดสามารถระบุได้แน่ชัดถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเกิด PRCA โดยมีการกล่าวถึงสาเหตุที่อาจเป็นไปได้เช่น การจัดเก็บและการใช้ยาไม่ถูกต้องปัจจัยทางพันธุกรรม คุณภาพของยาและการเกาะของหมู่คาร์โบไฮเดรตในยา EPO เป็นต้น ดังนั้นการศึกษารูปแบบหมู่คาร์โบไฮเดรตในยา EPO ในต่างชื่อการค้ากัน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในการกำหนดแนวทางการใช้ยา EPO ในประเทศไทยได้ ซึ่งการวิเคราะห์ หมู่คาร์โบไฮเดรตที่ระบุไว้ในตำรายาสากลใช้วิเคราะห์ได้กับเฉพาะยา EPO ต้นแบบเท่านั้น แต่วิธีดังกล่าวไม่สามารถใช้ในการวิเคราะห์ยา EPO ที่ไม่ใช่ยาต้นแบบ ซึ่งมีราคาถูกกว่ายาต้นแบบและมีมากมายหลายชื่อการค้าในประเทศได้ สาเหตุเนื่องจากยาเหล่านี้มักมีการผสมโปรตีนอัลบูมิน เพื่อทำให้ยามีความคงตัว แต่อัลบูมินนี้จะรบกวนวิธีวิเคราะห์ที่ระบุไว้ในตำรายาสากล

นายแพทย์อภิชัย กล่าวต่ออีกว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักยาและวัตถุเสพติด เห็นความจำเป็นในการพัฒนาศึกษาวิธีวิเคราะห์ เพื่อให้สามารถศึกษารูปแบบโครงสร้างหมู่คาร์โบไฮเดรตในยา EPO ทุกชื่อการค้าทั้งที่มีการผสมและไม่ผสมอัลบูมิน โดยวิธีที่พัฒนาขึ้นนั้นใช้หลักการ Isoelectric focusing/Western Blot และได้ทำการศึกษายา EPO จำนวน 8 ชื่อการค้าที่มีการใช้มากในประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า ยา EPO ทั้ง 8 ชื่อการค้ามีลักษณะแตกต่างกันทั้งหมด ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่ายา EPO ทั้ง 8 ชื่อการค้ามีรูปแบบโครงสร้างหมู่คาร์โบไฮเดรตที่แตกต่างกัน แม้สาเหตุของการเกิด PRCA ยังไม่เป็นที่ปรากฏแน่ชัด แต่เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่จะนำไปสู้การเกิด PRCA ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงมีข้อแนะนำว่าผู้ป่วยแต่ละรายควรใช้ผลิตภัณฑ์ EPO เพียงชื่อการค้าเดียวตลอดระยะเวลาการรักษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่ต้องใช้ยา EPO ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากความแตกต่างของยา EPO ในต่างชื่อการค้าที่พบอาจส่งผลทำให้เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาได้หากมีการเปลี่ยนไปใช้ยาต่างชื่อการค้าในระหว่างการรักษา
ข่าว: กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พัฒนาวิธีการตรวจยา erythropoietin ในประเทศไทย
 Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม

เครื่องกดนับแยกชนิดเม็ดเลือดขาว Genius Count DiffCount

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot, Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน