Skip ไปที่เนื้อหา

ประโยชน์ของบลูเบอร์รี่

iBeauty Forums | เว็บบอร์ดความงาม เคล็ดลับความงาม เว็บบอร์ดเครื่องสำอาง ผิว แฟชั่น นวด สปา
  • ภาพประจำตัว
  • Guest
  • โพสต์: 0
  • ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 11:48 am

ประโยชน์ของบลูเบอร์รี่

 โพสต์ Guest    634

จากผลการวิจัยของศูนย์หัวใจ มหาวิทยาลัยมิชิแกน บลูเบอร์รี่อาจช่วยลดไขมันหน้าท้องและปัจจัยความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคเกี่ยวกับการเผาผลาญพลังงาน (โรคอ้วน) นอกจากบลูเบอร์รี่จะเป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อยแล้ว มันยังมีประโยชน์มากอีกด้วย

บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากที่สุดในบรรดาผลไม้สด มันมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง Anthocyanin วิตามินซี บี อี เอ คอปเปอร์(มีผลสร้างภูมิคุ้มกันและเป็นแอนติแบคทีเรีย) ซีลีเนียม ซิงค์ ธาตุเหล็ก(สร้างภูมิคุ้มกัยโดยการเพิ่มฮีโมโกลบินและอ๊อกซิเจนในเลือด) ฯลฯ การเพิ่มภูมิคุ้มกันเป็นการป้องกันการเกิดโรคหรือติดโรคได้ดี

บลูเบอร์รี่ป้องกันโรคและชะลอวัยของคุณได้เพราะเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก Anthocyanin ที่ทำให้บลูเบอร์รี่มีสีฟ้าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้ผลดีมาก และวิตามินซีก็เป็ฯอีกหนึ่งปัจจัยด้วย

ลดหน้าท้องได้: ศูนย์หัวใจ มหาวิทยาลัยมิชิแกน ทดลองให้หนูกินบลูเบอร์รี่ และหนูหลุ่มนั้นมีสุขภาพที่ดีขึ้น พวกเขาจำเป็นต้องทำการวิจัยเพิ่มเติมกับมนุษย์ก่อนยืนยันผลการทดลองนี้ อย่างไรก็ตาม การวิจัยอื่นมีผลว่าผู้ที่มีปัจจัยความเสี่ยงต่อโรคหัวใจที่ดื่มน้ำบลูเบอร์รี่ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ มีระดับน้ำตาลและอินซูลินที่ดีขึ้น

ระบบขับถ่ายปัสสาวะ: แบคทีเรีย บีโคไล ที่ผนังท่อเดินปัสสาวะเป็นต้อนเหตุของการติดเชื้อ ที่มีผลทำให้เกิดอาการอักเสบ และรู้สึกแสบขณะปัสสาวะ บลูเบอร์รี่มีสารที่ทำให้แบคทีเรียชนิดนี้หยุดการเจริญเติบโต และล้างแบคทีเรียจากทางเดินปัสสาวะ มันยังมีแอนตตี้ไบโอติกที่ช่วยรักษาโรคนี้อีกด้วย

สุขภาพตาและการมองเห็น: สาร anthocyanosides ช่วยชะลอการสูญเสียการมองเห็น มันช่วยป้องกันหรือชะลอโรคตาที่เกิดจากวัย เช่น ต้อ อาการตาแห้ง การติดเชื้อ ฯลฯ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกัยเรตินา ข้อมูลจาก Archives of Ophthalmology ชี้ว่าการรับประทานบลูเบอร์รี่ 3 ถ้วยต่อวันอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคตาที่เกิดจากวัย (age-related macular degeneration) ในผู้ใหญ่

สุขภาพสมอง: สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆในบลูเบอร์รี่สามารถป้องกันและรักษาโรคทางระบบประสาทได้ โดยการป้องกันการเสื่อมสภาพของระบบและบำรุงระบบประสาทกลาง บลูเบอร์รี่สามารถช่วยโรคอัลไซเมอร์ รักษาเซลล์สมองที่ถูกทำลาย เนื้อเยื่อระบบประสาท และช่วยรักษาความจำในระยะยาว นักวิจัยพบว่าบลูเบอร์รี่ข่วยการเรียนรู้และการเคลื่อนไหวในสัตว์ที่แก่แล้ว ทำให้พวกมันสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้เหมือนสัตว์ที่เด็กกว่า

โรคหัวใจ: ใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระ และความสามารถในการทำลายคอเลสเตอรอล ทำให้บลูเบอร์รี่เป็นอาหารเสริมที่ดีสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ มันยังทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงอีกด้วย ใน Journal of Agriculture and Food Chemistry นักวิจัยพบว่าไวน์ขาว 4 ออนซ์มีสารต้านอนุมูลอิสระ .47 mmol ไวน์แดงมี 2.04 mmol และไวน์จากบลูเบอร์รี่ 2.42 mmol

อาการท้องผูก และอาหารไม่ย่อย: ใยอาหารในบลูเบอร์รี่ช่วยการขับถ่าย และวิตามิน โซเดียม คอปเปอร์ ฟรุกโตส และกรดช่วยในการย่อยอาหาร
มาเร็ง: บลูเบอร์รี่มีสาร Pterostilbene (ช่วยรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่และตับ) และกรด Ellagic ที่ทำงานคู่กับ Anthocyanin และสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี และคอปเปอร์ ในการป้องกันมะเร็ง ผลการวิจัยใยห้อง Lab ใน Journal of Agricultural and Food Chemistry ชี้ว่าบลูเบอร์รี่มีสารที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ และช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งด้วย หญิงที่รับประทาน flavone luteolin จากไซตรัส (กรดจากผลไม้) มาก มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งรังไข่ลดลงถึง 34%

ประโยชน์อื่นๆ: บลูเบอร์รี่ทำให้รู้สึกสดชื่น และอารมณ์ดี มันเป็นอาหารที่แก้อาการซึมเศร้าได้ดีมาก
วิธีการเลือกบลูเบอร์รี่: เลือกบลูเบอร์รี่ที่แข็ว ตึง และสีสด ลองเขย่ากล่องใส่บลูเบอร์รี่ดูว่ามันแยกตัวออกจากกันดีหรือไม่ ถ้ามันติดกัน นั่นหมายความว่า บลูเบอร์รี่นั้นไม่สด หรืออาจขึ้นราแล้วก็ได้

ข้อมูลจาก:
โรงพยาบาลเอกปทุม
www.womenfitness.net/blueberries.htm
 ประโยชน์ของบลูเบอร์รี่
 iBeauty Forums | เว็บบอร์ดความงาม เคล็ดลับความงาม เว็บบอร์ดเครื่องสำอาง ผิว แฟชั่น นวด สปา