สธ.เฝ้าระวังผู้เดินทางจาก 4 ประเทศติดเชื้อไวรัสอีโบลา ไทยยังไม่พบผู้ป่วย
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
สธ.เฝ้าระวังผู้เดินทางจาก 4 ประเทศติดเชื้อไวรัสอีโบลา ไทยยังไม่พบผู้ป่วย
สธ.เฝ้าระวังผู้เดินทางจาก 4 ประเทศติดเชื้อไวรัสอีโบลาต่อเนื่อง ไทยยังไม่พบผู้ป่วย
กระทรวงสาธารณสุข เฝ้าระวังผู้เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดโรคอีโบลาอย่างต่อเนื่อง ให้สถานพยาบาลทุกแห่งเตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลา ผลการตรวจคัดกรองจนถึงวันนี้ไทยยังไม่พบผู้สงสัยอีโบลา องค์การอนามัยโลกรายงานล่าสุด 26 สิงหาคม 2557 มีผู้ป่วย 3,069 ราย เสียชีวิต 1,552 ราย แหล่งระบาดยังคงเป็น 4 ประเทศในอาฟริกาตะวันตก แนะประชาชนหากไม่จำเป็นขอให้หลีกเลี่ยงเดินทางไปพื้นที่ระบาดชั่วคราว
นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุขมีการประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคอีโบลาทุก วัน พบว่ายังคงมีแนวโน้มระบาดอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ 4 ประเทศในอาฟริกาตะวันตกพบผู้ป่วยและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศไลบีเรีย องค์การอนามัยโลกรายงานเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2557 มีผู้ป่วย 3,069 ราย เสียชีวิต 1,552 ราย ใน 4 ประเทศ ได้แก่ กินี เซียร์ร่าลีโอน ไลบีเรีย และเมืองลากอส ประเทศไนจีเรีย คิดเป็นอัตราป่วยตายร้อยละ 52 เป็นเรื่องที่ทุกประเทศต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและร่วมมือกันเฝ้า ระวังป้องกันโรคอย่างเต็มที่ ในส่วนของประเทศไทย ขณะนี้กำลังใช้ 3 มาตรการอย่างเข้มแข็ง คือ 1.การเฝ้าระวังในคนและในสัตว์ เพื่อค้นหาผู้ที่อาจติดเชื้อจากพื้นที่ระบาดให้ได้ไวที่สุด การดูแลรักษาตามมาตรฐาน เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้ดีที่สุด ซึ่งเหตุการณ์ระบาดในอาฟริกาในขณะนี้ผู้ป่วยรอดชีวิตประมาณร้อยละ 48 2.การ ชันสูตรทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ทราบว่าติดเชื้ออีโบลาหรือไม่ และ3.การสื่อสารให้ความรู้ความเข้าใจประชาชน เพื่อสร้างความร่วมมือกันในการเฝ้าระวังโรคและป้องกันความตระหนก จนถึงวันนี้ไทยยังไม่พบผู้ที่อยู่ในข่ายสงสัยว่าติดเชื้ออีโบลา ได้ให้หน่วยงานสาธารณสุขทุกจังหวัดดำเนินการตามระบบที่เตรียมความพร้อมไว้ อย่างต่อเนื่องและแนะนำประชาชนไทย หากไม่มีความจำเป็นควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่โรคระบาด จนกว่าการระบาดจะสงบ หากจำเป็นต้องเดินทางไป ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการประเทศนั้นอย่างเคร่งครัด และเมื่อเดินทางกลับก็ให้ความร่วมมือในการติดตามเฝ้าระวังโรคตามระบบที่วางไว้
ทางด้านนายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีสายการบินที่บินตรงมาจากประเทศที่มีการระบาด ส่วนสายการบินที่ผู้เดินทางจากประเทศที่มีการระบาดอาจโดยสารมาประเทศไทยมี จำนวนน้อยลง ที่เป็นสายการบินหลักในขณะนี้คือ เอธิโอเปียน ( Ethiopian) และเอมิเรตส์ /เอธิแอด ( Emirates/ Etihad) ผลการเฝ้าระวังที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ สนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 28 สิงหาคม 2557 มีผู้โดยสารเดินทางมาจากพื้นที่ระบาด 5 คน ในจำนวนนี้เข้าข่ายเฝ้าระวัง 21 วัน 1 คน โดยผลการคัดกรองผู้เดินทางสะสมตั้งแต่ 8 มิถุนายน 2557- 28 สิงหาคม 2557 รวม 849 คน มีผู้ที่ต้องติดตามอาการ 21 วันรวม 248 คน ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้เดินทาง ส่วนผลการตรวจทางเรือและบกรวม 58 จุด ไม่พบรายใดมีอาการผิดปกติ
นาย แพทย์โสภณกล่าวต่อว่า มาตรการการคัดกรองผู้เดินทางทั้งทางบก อากาศและเรือ จะไม่มีผลกระทบต่อประชาชน หรือต่อการเดินทางและการค้าระหว่างประเทศ แต่มีผลดีต่อประชาชนโดยรวม ทั้งนี้กรมควบคุมโรคได้จัดทำคำแนะนำผู้ประกอบการโรงแรม ให้ช่วยร่วมเฝ้าระวังและดูแลผู้เดินทาง เน้นการสังเกตอาการป่วย เช่น มีไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน ท้องเสีย และมีผื่นนูนแดงขึ้นตามตัว ให้รีบแนะนำหรือช่วยพาไปพบแพทย์ หรือแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้มาตรวจสอบ และขอเน้นย้ำว่าโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาติดต่อทางการสัมผัสเลือด น้ำเหลือง หรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วยหรือศพผู้ที่เสียชีวิตจากโรคนี้ ไม่ติดต่อทางการหายใจหรือถูกยุงกัด ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
ที่มา สำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงสาธารณสุข เฝ้าระวังผู้เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดโรคอีโบลาอย่างต่อเนื่อง ให้สถานพยาบาลทุกแห่งเตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลา ผลการตรวจคัดกรองจนถึงวันนี้ไทยยังไม่พบผู้สงสัยอีโบลา องค์การอนามัยโลกรายงานล่าสุด 26 สิงหาคม 2557 มีผู้ป่วย 3,069 ราย เสียชีวิต 1,552 ราย แหล่งระบาดยังคงเป็น 4 ประเทศในอาฟริกาตะวันตก แนะประชาชนหากไม่จำเป็นขอให้หลีกเลี่ยงเดินทางไปพื้นที่ระบาดชั่วคราว
นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุขมีการประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคอีโบลาทุก วัน พบว่ายังคงมีแนวโน้มระบาดอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ 4 ประเทศในอาฟริกาตะวันตกพบผู้ป่วยและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศไลบีเรีย องค์การอนามัยโลกรายงานเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2557 มีผู้ป่วย 3,069 ราย เสียชีวิต 1,552 ราย ใน 4 ประเทศ ได้แก่ กินี เซียร์ร่าลีโอน ไลบีเรีย และเมืองลากอส ประเทศไนจีเรีย คิดเป็นอัตราป่วยตายร้อยละ 52 เป็นเรื่องที่ทุกประเทศต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและร่วมมือกันเฝ้า ระวังป้องกันโรคอย่างเต็มที่ ในส่วนของประเทศไทย ขณะนี้กำลังใช้ 3 มาตรการอย่างเข้มแข็ง คือ 1.การเฝ้าระวังในคนและในสัตว์ เพื่อค้นหาผู้ที่อาจติดเชื้อจากพื้นที่ระบาดให้ได้ไวที่สุด การดูแลรักษาตามมาตรฐาน เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้ดีที่สุด ซึ่งเหตุการณ์ระบาดในอาฟริกาในขณะนี้ผู้ป่วยรอดชีวิตประมาณร้อยละ 48 2.การ ชันสูตรทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ทราบว่าติดเชื้ออีโบลาหรือไม่ และ3.การสื่อสารให้ความรู้ความเข้าใจประชาชน เพื่อสร้างความร่วมมือกันในการเฝ้าระวังโรคและป้องกันความตระหนก จนถึงวันนี้ไทยยังไม่พบผู้ที่อยู่ในข่ายสงสัยว่าติดเชื้ออีโบลา ได้ให้หน่วยงานสาธารณสุขทุกจังหวัดดำเนินการตามระบบที่เตรียมความพร้อมไว้ อย่างต่อเนื่องและแนะนำประชาชนไทย หากไม่มีความจำเป็นควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่โรคระบาด จนกว่าการระบาดจะสงบ หากจำเป็นต้องเดินทางไป ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการประเทศนั้นอย่างเคร่งครัด และเมื่อเดินทางกลับก็ให้ความร่วมมือในการติดตามเฝ้าระวังโรคตามระบบที่วางไว้
ทางด้านนายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีสายการบินที่บินตรงมาจากประเทศที่มีการระบาด ส่วนสายการบินที่ผู้เดินทางจากประเทศที่มีการระบาดอาจโดยสารมาประเทศไทยมี จำนวนน้อยลง ที่เป็นสายการบินหลักในขณะนี้คือ เอธิโอเปียน ( Ethiopian) และเอมิเรตส์ /เอธิแอด ( Emirates/ Etihad) ผลการเฝ้าระวังที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ สนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 28 สิงหาคม 2557 มีผู้โดยสารเดินทางมาจากพื้นที่ระบาด 5 คน ในจำนวนนี้เข้าข่ายเฝ้าระวัง 21 วัน 1 คน โดยผลการคัดกรองผู้เดินทางสะสมตั้งแต่ 8 มิถุนายน 2557- 28 สิงหาคม 2557 รวม 849 คน มีผู้ที่ต้องติดตามอาการ 21 วันรวม 248 คน ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้เดินทาง ส่วนผลการตรวจทางเรือและบกรวม 58 จุด ไม่พบรายใดมีอาการผิดปกติ
นาย แพทย์โสภณกล่าวต่อว่า มาตรการการคัดกรองผู้เดินทางทั้งทางบก อากาศและเรือ จะไม่มีผลกระทบต่อประชาชน หรือต่อการเดินทางและการค้าระหว่างประเทศ แต่มีผลดีต่อประชาชนโดยรวม ทั้งนี้กรมควบคุมโรคได้จัดทำคำแนะนำผู้ประกอบการโรงแรม ให้ช่วยร่วมเฝ้าระวังและดูแลผู้เดินทาง เน้นการสังเกตอาการป่วย เช่น มีไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน ท้องเสีย และมีผื่นนูนแดงขึ้นตามตัว ให้รีบแนะนำหรือช่วยพาไปพบแพทย์ หรือแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้มาตรวจสอบ และขอเน้นย้ำว่าโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาติดต่อทางการสัมผัสเลือด น้ำเหลือง หรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วยหรือศพผู้ที่เสียชีวิตจากโรคนี้ ไม่ติดต่อทางการหายใจหรือถูกยุงกัด ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
ที่มา สำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข
สธ.เฝ้าระวังผู้เดินทางจาก 4 ประเทศติดเชื้อไวรัสอีโบลา ไทยยังไม่พบผู้ป่วย
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (101 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (108 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (119 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (133 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (178 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (184 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (163 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (158 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
