สธ.ปรับมาตรการเฝ้าระวังป้องกัน ?โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา? จัดคู่มือแนวทางปฏิบัติ
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
สธ.ปรับมาตรการเฝ้าระวังป้องกัน ?โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา? จัดคู่มือแนวทางปฏิบัติ
สธ.ปรับมาตรการเฝ้าระวังป้องกัน ?โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา? และจัดคู่มือแนวทางปฏิบัติ
กระทรวงสาธารณสุข ปรับมาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค ติดเชื้อไวรัสอีโบลา ที่จุดเข้าประเทศ พร้อมจัดทำคู่มือให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ย้ำโรคนี้ติดต่อยาก และไม่ติดต่อกันทางการหายใจ ไอ จาม ขณะนี้ไทยและประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้ยังไม่พบผู้ป่วยโรคนี้ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก
14 สิงหาคม 2557 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมอธิบดี และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาพร้อมวางมาตรการรับมือการระบาด ว่า การประชุมวันนี้ ได้มีการหารือใน 2 ประเด็นสำคัญ เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติให้เป็นมาตรฐาน ได้แก่ 1.มาตรการการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค ที่จุดเข้าออกประเทศ เน้นในผู้ที่เดินทางจาก 4 ประเทศพื้นที่ระบาด ได้แก่ กินี เซียร์ร่าลีโอน ไลบีเรีย และไนจีเรีย ได้แก่ ท่าอากาศยาน 5 แห่ง และท่าเรือ 17 แห่ง และ2.ทบทวนระบบการเตรียมความพร้อมและการดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล ปรับคู่มือแนวทางปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่พบผู้ที่เข้าข่ายสงสัยติดเชื้อไวรัสอีโบลา และจัดให้มีการซักซ้อมแผนและแนวปฏิบัติต่อไป คาดว่าจะแจ้งความคืบหน้าของการดำเนินงานในที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาโรคอุบัติใหม่แห่งชาติ ซึ่งในขณะนี้มีหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยาของ คสช. เป็นประธานในวันที่ 20 สิงหาคม 2557
?ประชาชนไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกกับข่าวการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาจนเกินไป จากการประเมินสถานการณ์ของผู้เชี่ยวชาญในขณะนี้ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะมีการนำเชื้อเข้าประเทศ หรือความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่โรคในประเทศอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งคล้ายกับการประเมินสถานการณ์ของประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้ ที่สำคัญ โรคนี้ติดต่อโดยตรงจากสัมผัสกับเลือด หรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ไม่ติดต่อกันทางหายใจ ทางอาหารและน้ำ ขณะนี้ทั้งประเทศไทยและประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้ยังไม่พบผู้ป่วยโรคนี้ การระบาดยังจำกัดอยู่ในทวีปแอฟริกาทางซีกตะวันตก กระทรวงสาธารณสุขได้วางระบบการเฝ้าระวัง และเตรียมการด้านการป้องกันโรค ตลอดจนการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตามมาตรฐานนานาชาติ สำหรับผู้ที่มีแผนจะเดินทางไปประเทศที่กำลังมีการระบาด หากไม่มีความจำเป็นควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในระยะนี้ไว้ก่อน? นายแพทย์ณรงค์กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข 4 ฉบับ ได้แก่ 1.ประกาศกระทรวงฯให้โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่อ 2.ประกาศกระทรวงฯให้โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ 3.ประกาศกระทรวงฯให้โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2523 และ4.ประกาศกระทรวงฯ กำหนดเขตติดโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ได้แก่ ประเทศกินี เชียร์ร่าลีโอน ไลบีเรีย และเมืองลากอส ของประเทศไนจีเรีย ไปตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ด้านนายแพทย์โสภณ เฆมธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า แนวทางปฏิบัติจะครอบคลุมสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจพบได้ เช่นที่เคยเกิดในต่างประเทศ เช่น ในกรณีที่พบผู้ป่วยที่สงสัยว่าอาจเป็นอีโบลาบนเครื่องบินที่กำลังจะเข้ามาในประเทศไทย และนักบินแจ้งให้ทางท่าอากาศยานทราบล่วงหน้า ก็จะมีการกำหนดจุดลงจอดของเครื่องบินเป็นการเฉพาะ เตรียมรถรับผู้ป่วยส่งต่อไปตรวจที่โรงพยาบาล และส่งทีมเจ้าหน้าไปประเมินผู้เดินทาง ว่ามีผู้โดยสารแต่ละคนที่เดินใดร่วมในเครื่องบิน มีโอกาสสัมผัสกับผู้ป่วยมากน้อยแค่ไหน แล้วให้การดูแล หรือคำแนะนำ ตามความเหมาะสม ก่อนให้เข้าประเทศหรือเดินทางต่อไป เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันโรคในกลุ่มผู้โดยสาร โดยจะมีการขอที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้เพื่อติดตามอาการทุกวัน
กระทรวงสาธารณสุข ปรับมาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค ติดเชื้อไวรัสอีโบลา ที่จุดเข้าประเทศ พร้อมจัดทำคู่มือให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ย้ำโรคนี้ติดต่อยาก และไม่ติดต่อกันทางการหายใจ ไอ จาม ขณะนี้ไทยและประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้ยังไม่พบผู้ป่วยโรคนี้ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก
14 สิงหาคม 2557 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมอธิบดี และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาพร้อมวางมาตรการรับมือการระบาด ว่า การประชุมวันนี้ ได้มีการหารือใน 2 ประเด็นสำคัญ เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติให้เป็นมาตรฐาน ได้แก่ 1.มาตรการการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค ที่จุดเข้าออกประเทศ เน้นในผู้ที่เดินทางจาก 4 ประเทศพื้นที่ระบาด ได้แก่ กินี เซียร์ร่าลีโอน ไลบีเรีย และไนจีเรีย ได้แก่ ท่าอากาศยาน 5 แห่ง และท่าเรือ 17 แห่ง และ2.ทบทวนระบบการเตรียมความพร้อมและการดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล ปรับคู่มือแนวทางปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่พบผู้ที่เข้าข่ายสงสัยติดเชื้อไวรัสอีโบลา และจัดให้มีการซักซ้อมแผนและแนวปฏิบัติต่อไป คาดว่าจะแจ้งความคืบหน้าของการดำเนินงานในที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาโรคอุบัติใหม่แห่งชาติ ซึ่งในขณะนี้มีหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยาของ คสช. เป็นประธานในวันที่ 20 สิงหาคม 2557
?ประชาชนไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกกับข่าวการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาจนเกินไป จากการประเมินสถานการณ์ของผู้เชี่ยวชาญในขณะนี้ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะมีการนำเชื้อเข้าประเทศ หรือความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่โรคในประเทศอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งคล้ายกับการประเมินสถานการณ์ของประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้ ที่สำคัญ โรคนี้ติดต่อโดยตรงจากสัมผัสกับเลือด หรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ไม่ติดต่อกันทางหายใจ ทางอาหารและน้ำ ขณะนี้ทั้งประเทศไทยและประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้ยังไม่พบผู้ป่วยโรคนี้ การระบาดยังจำกัดอยู่ในทวีปแอฟริกาทางซีกตะวันตก กระทรวงสาธารณสุขได้วางระบบการเฝ้าระวัง และเตรียมการด้านการป้องกันโรค ตลอดจนการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตามมาตรฐานนานาชาติ สำหรับผู้ที่มีแผนจะเดินทางไปประเทศที่กำลังมีการระบาด หากไม่มีความจำเป็นควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในระยะนี้ไว้ก่อน? นายแพทย์ณรงค์กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข 4 ฉบับ ได้แก่ 1.ประกาศกระทรวงฯให้โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่อ 2.ประกาศกระทรวงฯให้โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ 3.ประกาศกระทรวงฯให้โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2523 และ4.ประกาศกระทรวงฯ กำหนดเขตติดโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ได้แก่ ประเทศกินี เชียร์ร่าลีโอน ไลบีเรีย และเมืองลากอส ของประเทศไนจีเรีย ไปตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ด้านนายแพทย์โสภณ เฆมธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า แนวทางปฏิบัติจะครอบคลุมสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจพบได้ เช่นที่เคยเกิดในต่างประเทศ เช่น ในกรณีที่พบผู้ป่วยที่สงสัยว่าอาจเป็นอีโบลาบนเครื่องบินที่กำลังจะเข้ามาในประเทศไทย และนักบินแจ้งให้ทางท่าอากาศยานทราบล่วงหน้า ก็จะมีการกำหนดจุดลงจอดของเครื่องบินเป็นการเฉพาะ เตรียมรถรับผู้ป่วยส่งต่อไปตรวจที่โรงพยาบาล และส่งทีมเจ้าหน้าไปประเมินผู้เดินทาง ว่ามีผู้โดยสารแต่ละคนที่เดินใดร่วมในเครื่องบิน มีโอกาสสัมผัสกับผู้ป่วยมากน้อยแค่ไหน แล้วให้การดูแล หรือคำแนะนำ ตามความเหมาะสม ก่อนให้เข้าประเทศหรือเดินทางต่อไป เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันโรคในกลุ่มผู้โดยสาร โดยจะมีการขอที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้เพื่อติดตามอาการทุกวัน
สธ.ปรับมาตรการเฝ้าระวังป้องกัน ?โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา? จัดคู่มือแนวทางปฏิบัติ
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (113 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (122 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (132 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (148 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (192 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (196 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (172 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (166 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, GoogleBot 66.249. และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
