ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ NSAIDs ใช้อย่างไร
-
- เภสัชร้านยา ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 11:58 am
ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ NSAIDs ใช้อย่างไร
ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ หรือ NSAIDs
ยาแก้ปวดข้อ ยาแก้กล้ามเนื้ออักเสบ เส้นเอ็นอักเสบ ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ ที่ในทางการแพทย์เรียกว่า ยากลุ่ม NSAIDs(Non steroidal antiinflammatory drugs) เป็นยาที่ใช้กันบ่อยมากในปัจจุบัน ทั้งจากแพทย์เองที่สั่งใช้ยากลุ่มนี้ หรือคนทั่วไปก็สามารถหาซื้อยานี้ได้ตามร้านขายยาทั่วๆไป
เอ็นเซด (NSAID ย่อจาก Non-steroidal anti-inflammatory drugs) เป็นยาระงับปวด ลดไข้ และต้านการอักเสบ ส่วนยากลุ่ม สเตอรอยด์ (steroids) ก็มีฤทธิ์แบบนี้เช่นกัน แต่กลไกการออกฤทธิ์ต่างกัน โดยยากลุ่ม สเตอรอยด์กดภูมิคุ้มกัน แต่พวกเอ็นเซดไม่ เพื่อแยกความแตกต่างให้ชัดเจนเรา จึงตั้งชื่อยากลุ่มนี้ว่า ไม่ใช่กลุ่มสเตอรอยด์ โดยการใช้คำ นอน-สเตอรอยดอล นำหน้า เอ็นเซด บางครั้งเรียกว่า นอน-สเตอรอยดอล แอนตี้-อินแฟลมเมตอรี่ อะนาเจซิก (non-steroidal anti-inflammatory agents/analgesics (NSAIAs))
1.กลุ่มยา NSAIDs แบบออกฤทธิ์ไม่จำเพาะเจาะจง ตัวอย่าง เช่น Ibuprofen, Naproxen, Piroxicam, Diclofenac, Mefenamic acid, Sulindac
2.กลุ่มยา NSAIDs แบบออกฤทธิ์เฉพาะที่COX-2 ตัวอย่าง เช่น Celecoxib
NSAIDs, ยาแก้ปวด, ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์, สเตียรอยด์, ยาแก้ปวดกล้ามเนื้อ, ยาแก้กล้ามเนื้ออักเสบ, ใช้ยากลุ่มไหนดี, วิธีใช้ยาแก้ปวด, ยาแก้ปวดมีกี่กลุ่ม, ยาแก้ปวดอักเสบ, ยาแก้ปวดฟัน, ยาแก้ปวดประจำเดือน, ยาแก้ปวดหัว, ยาแก้ปวดท้อง, ยาแก้ปวดหลัง, ยาแก้ปวดไมเกรน, ยาแก้ปวดเข่า, ยาแก้ปวดขา, ยาแก้ปวด, ยาแก้ปวดลดไข้, ยาแก้ปวด tramol tramadol, กลไกการออกฤทธิ์, อันตราย, ระคายเคืองกระเพาะ, กัดกระเพาะ, ข้อควรระวัง, ผลข้างเคียง
ยาแก้ปวดข้อ ยาแก้กล้ามเนื้ออักเสบ เส้นเอ็นอักเสบ ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ ที่ในทางการแพทย์เรียกว่า ยากลุ่ม NSAIDs(Non steroidal antiinflammatory drugs) เป็นยาที่ใช้กันบ่อยมากในปัจจุบัน ทั้งจากแพทย์เองที่สั่งใช้ยากลุ่มนี้ หรือคนทั่วไปก็สามารถหาซื้อยานี้ได้ตามร้านขายยาทั่วๆไป
เอ็นเซด (NSAID ย่อจาก Non-steroidal anti-inflammatory drugs) เป็นยาระงับปวด ลดไข้ และต้านการอักเสบ ส่วนยากลุ่ม สเตอรอยด์ (steroids) ก็มีฤทธิ์แบบนี้เช่นกัน แต่กลไกการออกฤทธิ์ต่างกัน โดยยากลุ่ม สเตอรอยด์กดภูมิคุ้มกัน แต่พวกเอ็นเซดไม่ เพื่อแยกความแตกต่างให้ชัดเจนเรา จึงตั้งชื่อยากลุ่มนี้ว่า ไม่ใช่กลุ่มสเตอรอยด์ โดยการใช้คำ นอน-สเตอรอยดอล นำหน้า เอ็นเซด บางครั้งเรียกว่า นอน-สเตอรอยดอล แอนตี้-อินแฟลมเมตอรี่ อะนาเจซิก (non-steroidal anti-inflammatory agents/analgesics (NSAIAs))
1.กลุ่มยา NSAIDs แบบออกฤทธิ์ไม่จำเพาะเจาะจง ตัวอย่าง เช่น Ibuprofen, Naproxen, Piroxicam, Diclofenac, Mefenamic acid, Sulindac
2.กลุ่มยา NSAIDs แบบออกฤทธิ์เฉพาะที่COX-2 ตัวอย่าง เช่น Celecoxib
NSAIDs, ยาแก้ปวด, ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์, สเตียรอยด์, ยาแก้ปวดกล้ามเนื้อ, ยาแก้กล้ามเนื้ออักเสบ, ใช้ยากลุ่มไหนดี, วิธีใช้ยาแก้ปวด, ยาแก้ปวดมีกี่กลุ่ม, ยาแก้ปวดอักเสบ, ยาแก้ปวดฟัน, ยาแก้ปวดประจำเดือน, ยาแก้ปวดหัว, ยาแก้ปวดท้อง, ยาแก้ปวดหลัง, ยาแก้ปวดไมเกรน, ยาแก้ปวดเข่า, ยาแก้ปวดขา, ยาแก้ปวด, ยาแก้ปวดลดไข้, ยาแก้ปวด tramol tramadol, กลไกการออกฤทธิ์, อันตราย, ระคายเคืองกระเพาะ, กัดกระเพาะ, ข้อควรระวัง, ผลข้างเคียง
-
- เภสัชร้านยา ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 11:58 am
Re: ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ NSAIDs ใช้อย่
การใช้ยาแก้ปวดอักเสบกลุ่มเอ็นเซด NSAIDs ที่พบบ่อยจะใช้เพื่อรักษาอาการหรือโรคต่อไปนี้
- โรคเรื้อรังที่มีอาการอักเสบตามข้อต่อ (rheumatoid arthritis)
- กระดูกข้อต่ออักเสบ (osteoarthritis)
- inflammatory arthropathies (e.g. ankylosing spondylitis, psoriatic arthritis, Reiter's syndrome)
- เกาต์เฉียบพลัน (gout)
- อาการปวดระดู (dysmenorrhoea)
- metastatic bone pain
- headache and migraine
- postoperative pain
- mild-to-moderate pain due to inflammation and tissue injury
- pyrexia
- renal colic
ผลของยาNSAIDsต่อผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง
พบว่ายาแก้ปวดข้อ กล้ามเนื้ออักเสบกลุ่ม NSAIDs ทั้ง 2 กลุ่มจะทำให้เส้นเลือดแดงในร่างกายหดตัวทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้วอาจจะคุมความดันโลหิตด้วยยาได้ยากขึ้น โดยมีการศึกษาพบว่าความดันโลหิตที่เพิ่มขึ้นประมาณ 3-6 มม.ปรอท
- โรคเรื้อรังที่มีอาการอักเสบตามข้อต่อ (rheumatoid arthritis)
- กระดูกข้อต่ออักเสบ (osteoarthritis)
- inflammatory arthropathies (e.g. ankylosing spondylitis, psoriatic arthritis, Reiter's syndrome)
- เกาต์เฉียบพลัน (gout)
- อาการปวดระดู (dysmenorrhoea)
- metastatic bone pain
- headache and migraine
- postoperative pain
- mild-to-moderate pain due to inflammation and tissue injury
- pyrexia
- renal colic
ผลของยาNSAIDsต่อผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง
พบว่ายาแก้ปวดข้อ กล้ามเนื้ออักเสบกลุ่ม NSAIDs ทั้ง 2 กลุ่มจะทำให้เส้นเลือดแดงในร่างกายหดตัวทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้วอาจจะคุมความดันโลหิตด้วยยาได้ยากขึ้น โดยมีการศึกษาพบว่าความดันโลหิตที่เพิ่มขึ้นประมาณ 3-6 มม.ปรอท
-
- เภสัชร้านยา ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 11:58 am
Re: ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ NSAIDs ใช้อย่
ผลของยา NSAIDs ต่อยา Aspirin
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ยา Aspirin ซึ่งออกฤทธิ์โดยต้านการเกาะกลุ่มกันของเกร็ดเลือด ได้ถูกนำมาใช้ในผู้ที่เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ซึ่งต้องรับประทานยาไปตลอดชีวิต
ยาในกลุ่ม NSAIDs ที่มีรายงานการต้านฤทธิ์ยา Aspirin คือ ibuprofen และ naproxen โดยจากการศึกษาพบว่าถ้ามีการให้ยาดังกล่าวนี้ ก่อนให้ยา Aspirin จะมีผลยับยั้งการต้านการเกาะกลุ่มของเกร็ดเลือดของยาAspirin แต่ถ้าให้ยากลุ่มNSAIDs หลังทานยา Aspirinไปแล้ว 2 ชั่วโมง จะไม่มีผลต้านฤทธิ์ยา Aspirin
แต่อย่างไรก็ตาม เคยมีการศึกษาผลของยา NSAIDs ในรายที่รับประทานยา Aspirin เป็นประจำ พบว่าถ้ามีการใช้ยา NSAIDsเป็นเวลา 60 วันต่อปีจะทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเพิ่มมากขึ้น (2.86 เท่าเทียบกับคนที่ไม่ได้ทานยาNSAIDs เลย) ขณะที่ในรายที่ทานยา NSAIDs น้อยกว่า 60 วันต่อปีจะไม่เพิ่ม ความเสี่ยงของการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเมื่อเที่ยบกับคนที่ไม่ได้ทานยา NSAIDs เลย
ดังนั้นคนที่มีปัญหาเรื่องปวดข้อหรือกล้ามเนื้อเส้นเอ็นอักเสบ ที่ต้องทานยา Aspirin เป็นประจำ ควรเลือกใช้ยา paracetamol แทน หรือถ้าจำเป็นต้องใช้ยากลุ่มNSAIDs ก็พยายามทานยาในช่วงสั้นๆ และควรเลือกทานยาหลังทานยา Aspirin แล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ยา Aspirin ซึ่งออกฤทธิ์โดยต้านการเกาะกลุ่มกันของเกร็ดเลือด ได้ถูกนำมาใช้ในผู้ที่เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ซึ่งต้องรับประทานยาไปตลอดชีวิต
ยาในกลุ่ม NSAIDs ที่มีรายงานการต้านฤทธิ์ยา Aspirin คือ ibuprofen และ naproxen โดยจากการศึกษาพบว่าถ้ามีการให้ยาดังกล่าวนี้ ก่อนให้ยา Aspirin จะมีผลยับยั้งการต้านการเกาะกลุ่มของเกร็ดเลือดของยาAspirin แต่ถ้าให้ยากลุ่มNSAIDs หลังทานยา Aspirinไปแล้ว 2 ชั่วโมง จะไม่มีผลต้านฤทธิ์ยา Aspirin
แต่อย่างไรก็ตาม เคยมีการศึกษาผลของยา NSAIDs ในรายที่รับประทานยา Aspirin เป็นประจำ พบว่าถ้ามีการใช้ยา NSAIDsเป็นเวลา 60 วันต่อปีจะทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเพิ่มมากขึ้น (2.86 เท่าเทียบกับคนที่ไม่ได้ทานยาNSAIDs เลย) ขณะที่ในรายที่ทานยา NSAIDs น้อยกว่า 60 วันต่อปีจะไม่เพิ่ม ความเสี่ยงของการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเมื่อเที่ยบกับคนที่ไม่ได้ทานยา NSAIDs เลย
ดังนั้นคนที่มีปัญหาเรื่องปวดข้อหรือกล้ามเนื้อเส้นเอ็นอักเสบ ที่ต้องทานยา Aspirin เป็นประจำ ควรเลือกใช้ยา paracetamol แทน หรือถ้าจำเป็นต้องใช้ยากลุ่มNSAIDs ก็พยายามทานยาในช่วงสั้นๆ และควรเลือกทานยาหลังทานยา Aspirin แล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
-
- เภสัชร้านยา ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 11:58 am
Re: ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ NSAIDs ใช้อย่
None Steroidal Anti -Inflamatory Drug (NSAID)
ยาในกลุ่มนี้ที่ใช้กันทั่วไปเป็นชนิดแรกคือ ยาที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่า "แอสไพริน" ซึ่งกันเป็นเวลานานกว่าร้อยปีแล้วว่าเป็นยาสารพัดประโยชน์ สามารถใช้ลดไข้,แก้ปวดกล้ามเนื้อ,แก้ปวดข้อ,ลดการอักเสบของข้อ,ลดการปวดหลัง เป็นต้น ซึ่งต่อมาภายหลัง ได้มีการปรับปรุงสูตรของยาในกลุ่มนี้ ให้ปลอดภัยในการใช้รักษาโรคมากขึ้น โดยเฉพาะลดอาการข้างเคียงทางระบบทางเดินอาการ เช่น กระเพาะอาหารอักเสบ
ยาในกลุ่มนี้ที่ใช้กันทั่วไปเป็นชนิดแรกคือ ยาที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่า "แอสไพริน" ซึ่งกันเป็นเวลานานกว่าร้อยปีแล้วว่าเป็นยาสารพัดประโยชน์ สามารถใช้ลดไข้,แก้ปวดกล้ามเนื้อ,แก้ปวดข้อ,ลดการอักเสบของข้อ,ลดการปวดหลัง เป็นต้น ซึ่งต่อมาภายหลัง ได้มีการปรับปรุงสูตรของยาในกลุ่มนี้ ให้ปลอดภัยในการใช้รักษาโรคมากขึ้น โดยเฉพาะลดอาการข้างเคียงทางระบบทางเดินอาการ เช่น กระเพาะอาหารอักเสบ
-
- เภสัชร้านยา ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 11:58 am
Re: ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ NSAIDs ใช้อย่
NSAID ประเภท None-Specific Cox-2 Inhibitor
ยาที่ได้ผลิตต่อมาที่มีประสิทธิภาพดีเช่นเดียวกับแอสไพริน แต่เชื่อว่ามีผลต่อการเกิดปัญหาต่อโรคกระเพาะอาหารน้อยกว่า ได้แก่ยาที่ใช้ในปัจจุบันเช่น Ibuprofen (Nurofen?) Diclofinac (Voltaren?,Cataflam?,Difenac?)
Naproxen (Synflex?,Napxen?) Piroxicam (Feldene?) และอื่นๆอีกหลายชนิดหลายยี่ห้อ ซึ่งแต่ละชนิด มีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบข้อข้อได้ดีในแต่ละคนไม่เท่ากัน ผู้ป่วยบางคนดีต่อการรักษาด้วยยาตัวนี้ แต่อีกตัวไม่ดี
แต่เอายาชนิดเดียวกันไปใช้กับผู้ป่วยอีกคนอาจไม่พบเหมือนกันเป็นต้น ดังนั้นจึงไม่อาจเปรียบเทียบได้ว่าผู้ป่วยแต่ละรายจะดีกับยาตัวใด อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเชื่อว่ามีผลข้างเคียงต่อกระเพาะน้อยกว่ายา แอสไพริน แต่ยังคงมีรายงานการเกิดโรคทางกระเพาะอาหารเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีการรับประทานยาติดต่อกันเป็นเวลานานๆ หลายๆเดือน เราเรียกยากลุ่มนี้ตามการออกฤทธิ์ต่อการลดการอักเสบที่เอนไซม์ในตัวว่า ยาNSAIDในกลุ่ม None-Specific Cox-2 inhibitor
ยาที่ได้ผลิตต่อมาที่มีประสิทธิภาพดีเช่นเดียวกับแอสไพริน แต่เชื่อว่ามีผลต่อการเกิดปัญหาต่อโรคกระเพาะอาหารน้อยกว่า ได้แก่ยาที่ใช้ในปัจจุบันเช่น Ibuprofen (Nurofen?) Diclofinac (Voltaren?,Cataflam?,Difenac?)
Naproxen (Synflex?,Napxen?) Piroxicam (Feldene?) และอื่นๆอีกหลายชนิดหลายยี่ห้อ ซึ่งแต่ละชนิด มีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบข้อข้อได้ดีในแต่ละคนไม่เท่ากัน ผู้ป่วยบางคนดีต่อการรักษาด้วยยาตัวนี้ แต่อีกตัวไม่ดี
แต่เอายาชนิดเดียวกันไปใช้กับผู้ป่วยอีกคนอาจไม่พบเหมือนกันเป็นต้น ดังนั้นจึงไม่อาจเปรียบเทียบได้ว่าผู้ป่วยแต่ละรายจะดีกับยาตัวใด อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเชื่อว่ามีผลข้างเคียงต่อกระเพาะน้อยกว่ายา แอสไพริน แต่ยังคงมีรายงานการเกิดโรคทางกระเพาะอาหารเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีการรับประทานยาติดต่อกันเป็นเวลานานๆ หลายๆเดือน เราเรียกยากลุ่มนี้ตามการออกฤทธิ์ต่อการลดการอักเสบที่เอนไซม์ในตัวว่า ยาNSAIDในกลุ่ม None-Specific Cox-2 inhibitor
ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ NSAIDs ใช้อย่างไร
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (17 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (9 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (61 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (15 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (9 views)
- Spondylolisthesis คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการรักษา (36 views)
- Longevity คืออะไร? รู้จักเคล็ดลับอายุยืน สุขภาพดี คนยุคใหม่ต้องรู้ (46 views)
- คอเลสเตอรอลสูงต้องรู้! 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือด ที่แนะนำ (15 views)
