การดื่มกาแฟให้ได้คุณประโยชน์ ต้องเลี่ยงปรุงรสในปริมาณมาก
- VitaminD ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:03 pm
การดื่มกาแฟให้ได้คุณประโยชน์ ต้องเลี่ยงปรุงรสในปริมาณมาก
การดื่มกาแฟให้ได้คุณประโยชน์ ต้องเลี่ยงปรุงรสในปริมาณมาก
กาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่เราชื่นชอบกันทุกเพศทุกวัย เพราะเป็นอาหารว่างในแต่ละมื้อรวมทั้งเป็นเครื่องดื่มที่ใช้เพื่อการต้อนรับ แขกได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยคลายง่วงเพิ่มความกระฉับกระเฉงให้ร่างกายอีกด้วย นอกจากนี้คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า การดื่มกาแฟยังช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้มากมาย โดยการดื่มอย่างถูกต้องจะทำให้ได้รับคุณประโยชน์มากกว่าโทษ
ธีรวัฒน์ วงศ์วรทัต นายกสมาคมกาแฟและชาไทย ให้ความรู้ว่า นักวิชาการของสถาบันวิจัยทางการแพทย์ในมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วโลกได้ทำการ ศึกษาวิจัยในเรื่องประโยชน์ของการดื่มกาแฟและการดื่มปริมาณเท่าใดจึงจะได้ ประโยชน์หรือโทษ โดยพบว่า การดื่มกาแฟทำให้เส้นเลือดใหญ่ในร่างกายมีความแข็งแรงมากกว่าผู้ไม่ดื่มกาแฟ การดื่มกาแฟช่วยป้องกันความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ และการดื่มกาแฟยังให้สารอนุมูลอิสระในร่างกายมากถึง 1,299 มิลลิกรัม ในขณะที่ชามีเพียง 294 มิลลิกรัม กล้วย 76 มิลลิกรัม ถั่วแห้งมี 72 มิลลิกรัม และข้าวโพดมี 48 มิลลิกรัม
นอกจากนี้ยังมีผลงานวิจัยอื่น ๆ ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว เช่น ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ หากดื่มกาแฟ 2-3 แก้วต่อวัน ลดอัตราการเสี่ยงของการเป็นเบาหวาน เพราะในกาแฟมีสารประกอบที่เรียกว่า ?ควิวิน? ที่ช่วยให้ร่างกายผลิตสารอินซูลินได้ดีขึ้น ลดอัตราการเกิดภาวะความจำเสื่อม เพราะกาแฟมีส่วนช่วยในการไปหยุดยั้งการจับตัวของคอเลสเตอรอลที่เป็นผลเสีย ต่อร่างกาย โดยหากดื่มกาแฟ 1 แก้วต่อวันจะช่วยลดความเสี่ยงเป็นตับแข็งได้ 20 เปอร์เซ็นต์และ 4 แก้วต่อวันจะลดอัตราเสี่ยงได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ และการดื่มกาแฟอย่างน้อย 2 แก้วต่อวันจะช่วยลดความเสี่ยงเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ที่สำคัญสารสกัดจากผลเชอรี่กาแฟยังช่วยปรับสีผิว ลดริ้วรอยและทำให้ผิวหนังเรียบเนียนขึ้นด้วย
สำหรับคุณประโยชน์อื่น ๆ ยังช่วยให้เรารู้สึกไม่ง่วงและตื่นตัว กระฉับกระเฉง ลดความรู้สึกหนาวได้ เนื่องจากมีกาเฟอีน ลดอาการเกิดโรคหืด ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ลดอาการปวดศีรษะ โดยเฉพาะโรคไมเกรน ซึ่งกาเฟอีนสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ 40 เปอร์เซ็นต์ และการดื่มกาแฟ 2 แก้วจะช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อ ภายหลังออกกำลังกายได้ ประมาณ 58 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกาเฟอีนจะช่วยคลายความเครียดและทำให้อารมณ์แจ่มใสขึ้นจึงใช้แก้โรคซึม เศร้าได้ นอกจากนี้สารประกอบที่ชื่อว่า Trigoneline ซึ่งเป็นสารที่ทำให้กาแฟมีกลิ่นหอมและรสขมมีประสิทธิภาพช่วยในการป้องกัน แบคทีเรียและการก่อตัวของแบคทีเรียจึงช่วยป้องกันฟันผุด้วย
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่ากาแฟจะมีประโยชน์มากมาย แต่สารประกอบที่อยู่ในกาแฟอาจส่งผลกับแต่ละบุคคลแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับ ความสมบูรณ์ ความเหมาะสม หรือความแข็งแรงของร่างกายแต่ละคน รวมไปถึงพฤติกรรมของการปรุงรสกาแฟ เช่น การเติมน้ำ ครีม นมข้นหวาน และน้ำตาลในปริมาณมาก แทนที่จะได้รับประโยชน์จากการดื่มกาแฟก็กลับกลายเป็นว่าได้รับโทษจากน้ำตาล และสิ่งเจือปนอื่น ๆ ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีก็ควรปรุงรสกาแฟให้ลดน้อยลงและมารับคุณประโยชน์เต็ม ๆ จากกาแฟกันดีกว่า
เดลินิวส์ 19/03/11
กาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่เราชื่นชอบกันทุกเพศทุกวัย เพราะเป็นอาหารว่างในแต่ละมื้อรวมทั้งเป็นเครื่องดื่มที่ใช้เพื่อการต้อนรับ แขกได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยคลายง่วงเพิ่มความกระฉับกระเฉงให้ร่างกายอีกด้วย นอกจากนี้คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า การดื่มกาแฟยังช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้มากมาย โดยการดื่มอย่างถูกต้องจะทำให้ได้รับคุณประโยชน์มากกว่าโทษ
ธีรวัฒน์ วงศ์วรทัต นายกสมาคมกาแฟและชาไทย ให้ความรู้ว่า นักวิชาการของสถาบันวิจัยทางการแพทย์ในมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วโลกได้ทำการ ศึกษาวิจัยในเรื่องประโยชน์ของการดื่มกาแฟและการดื่มปริมาณเท่าใดจึงจะได้ ประโยชน์หรือโทษ โดยพบว่า การดื่มกาแฟทำให้เส้นเลือดใหญ่ในร่างกายมีความแข็งแรงมากกว่าผู้ไม่ดื่มกาแฟ การดื่มกาแฟช่วยป้องกันความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ และการดื่มกาแฟยังให้สารอนุมูลอิสระในร่างกายมากถึง 1,299 มิลลิกรัม ในขณะที่ชามีเพียง 294 มิลลิกรัม กล้วย 76 มิลลิกรัม ถั่วแห้งมี 72 มิลลิกรัม และข้าวโพดมี 48 มิลลิกรัม
นอกจากนี้ยังมีผลงานวิจัยอื่น ๆ ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว เช่น ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ หากดื่มกาแฟ 2-3 แก้วต่อวัน ลดอัตราการเสี่ยงของการเป็นเบาหวาน เพราะในกาแฟมีสารประกอบที่เรียกว่า ?ควิวิน? ที่ช่วยให้ร่างกายผลิตสารอินซูลินได้ดีขึ้น ลดอัตราการเกิดภาวะความจำเสื่อม เพราะกาแฟมีส่วนช่วยในการไปหยุดยั้งการจับตัวของคอเลสเตอรอลที่เป็นผลเสีย ต่อร่างกาย โดยหากดื่มกาแฟ 1 แก้วต่อวันจะช่วยลดความเสี่ยงเป็นตับแข็งได้ 20 เปอร์เซ็นต์และ 4 แก้วต่อวันจะลดอัตราเสี่ยงได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ และการดื่มกาแฟอย่างน้อย 2 แก้วต่อวันจะช่วยลดความเสี่ยงเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ที่สำคัญสารสกัดจากผลเชอรี่กาแฟยังช่วยปรับสีผิว ลดริ้วรอยและทำให้ผิวหนังเรียบเนียนขึ้นด้วย
สำหรับคุณประโยชน์อื่น ๆ ยังช่วยให้เรารู้สึกไม่ง่วงและตื่นตัว กระฉับกระเฉง ลดความรู้สึกหนาวได้ เนื่องจากมีกาเฟอีน ลดอาการเกิดโรคหืด ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ลดอาการปวดศีรษะ โดยเฉพาะโรคไมเกรน ซึ่งกาเฟอีนสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ 40 เปอร์เซ็นต์ และการดื่มกาแฟ 2 แก้วจะช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อ ภายหลังออกกำลังกายได้ ประมาณ 58 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกาเฟอีนจะช่วยคลายความเครียดและทำให้อารมณ์แจ่มใสขึ้นจึงใช้แก้โรคซึม เศร้าได้ นอกจากนี้สารประกอบที่ชื่อว่า Trigoneline ซึ่งเป็นสารที่ทำให้กาแฟมีกลิ่นหอมและรสขมมีประสิทธิภาพช่วยในการป้องกัน แบคทีเรียและการก่อตัวของแบคทีเรียจึงช่วยป้องกันฟันผุด้วย
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่ากาแฟจะมีประโยชน์มากมาย แต่สารประกอบที่อยู่ในกาแฟอาจส่งผลกับแต่ละบุคคลแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับ ความสมบูรณ์ ความเหมาะสม หรือความแข็งแรงของร่างกายแต่ละคน รวมไปถึงพฤติกรรมของการปรุงรสกาแฟ เช่น การเติมน้ำ ครีม นมข้นหวาน และน้ำตาลในปริมาณมาก แทนที่จะได้รับประโยชน์จากการดื่มกาแฟก็กลับกลายเป็นว่าได้รับโทษจากน้ำตาล และสิ่งเจือปนอื่น ๆ ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีก็ควรปรุงรสกาแฟให้ลดน้อยลงและมารับคุณประโยชน์เต็ม ๆ จากกาแฟกันดีกว่า
เดลินิวส์ 19/03/11
การดื่มกาแฟให้ได้คุณประโยชน์ ต้องเลี่ยงปรุงรสในปริมาณมาก
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (3 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (50 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (55 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (52 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (90 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (80 views)
- วัณโรค และวัณโรคดื้อยา: รู้เร็ว รักษาได้ หยุดการแพร่เชื้อ เพื่อสุขภาพดีของทุกคน (120 views)
- เตือน “SFTS” โรคไข้สูงเกล็ดเลือดต่ำจากเห็บ รู้ทันก่อนรุนแรงถึงชีวิต ย้ำคนเลี้ยงสัตว์–ผู้สัมผัสเห็บอย่าชะล่าใจ (98 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน
